ว่าด้วย...การเปลี่ยนแปลง!!!


เพิ่มเพื่อน    

 

        เห็นข่าวแวบๆ...ในเว็บไซต์ ผู้จัดการ วันวาน ว่าคุณพี่ คำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.และคณะกรรมาธิการแก้ปัญหาความยากจน เหลื่อมล้ำ ของวุฒิสภา ท่านได้โพสต์แนวทางแก้ปัญหา 10 ข้อ เพื่อเปลี่ยนประเทศไทยภายใน 3 ปี เอาไว้ให้บรรดาแฟนเพจได้รับรู้ รับทราบ อันเป็นอะไรที่น่าสนใจ น่าคิด  น่าสะกิดใจ อยู่พอสมควรเหมือนกัน...

                                                             ----------------------------------------------

            คือในรายละเอียดของแนวทางดังกล่าว จะมีอะไรบ้างนั้น คงต้องไปหาอ่านเอาเองก็แล้วกัน เพราะถ้าหยิบมาไล่ให้เห็นเป็นข้อๆ นอกจากเป็นอะไรที่ยาวไป เผลอๆ...อาจโดนผู้ควบคุม ดูแล คอลัมน์ใน ไทยโพสต์ ท่านหั่น ท่านเจียน จน อ่านไม่รู้เรื่อง เอาเลยก็ไม่แน่!!! เพราะฉะนั้น...ใครที่สนใจว่า ส.ว. หรือ ส.อะไรต่อมิอะไรในอดีต อีกไม่รู้กี่ ส.ต่อกี่ ส. อย่างคุณพี่ คำนูณ ผู้คลุกคลี ตีโมง อยู่ในแวดวงการเมืองตั้งแต่ยังเป็นนิสิตนักศึกษา แบบเดียวกับอดีตรัฐมนตรีสาธารณสุข คุณพี่ วิทยา แก้วภราดัย เขานั่นแหละ ท่านคิดลึก คึกฤทธิ์ ออกมาในแนวไหน อย่างไร ก็คงไม่ยากที่จะไปตามหาอ่านกันเอาเอง...

                                                                -----------------------------------------------

            แต่โดยสรุปรวมความตาม อารมณ์-ความรู้สึก แล้ว...ก็ออกจะเป็นอะไรที่ เข้าท่า มิใช่น้อย โดยเฉพาะถ้าหากสิ่งที่ท่าน ส.ว.คำนูณท่านเสนอแนะ เกิดเป็นจริงขึ้นมา หรือเกิดการช่วยสร้างแรงกระตุ้น แรงบันดาลใจ ต่อผู้มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ หรือต่อรัฐบาล จนคิดหยิบเอาสิ่งเหล่านี้ไปทำให้เป็นเรื่องจริงๆ จังๆ ไม่ใช่แค่ปล่อยให้เป็นแค่ความเพ้อ ความฝัน แบบลมๆ แล้งๆ ของ ส.ว. คำนูณ ท่านโดยลำพัง เพราะโดยกรรมวิธี หรือกระบวนการ ในการทำให้ข้อเสนอแนะเหล่านี้มีความเป็นไปได้ มันคงต้องอาศัย การเมือง ที่ผิดแผก แตกต่าง ไปจากเดิมอยู่บ้าง หรืออาจเรียกว่า การเมืองใหม่ ก็คงพอได้...

                                                                 ------------------------------------------------

            คือจะไปจมอยู่กับการไล่ฟัด ไล่งับ แค้นจัด-กัดดะ-ฝังเขี้ยวจมน่อง ระหว่างกันและกัน คงไม่น่าจะได้ต่อไปอีกแล้ว ไม่ว่าจะฝ่ายไหนต่อฝ่ายไหน หรือจะแบ่งมุ้ง แยกมุ้ง เพื่อต่อรองเก้าอี้กันภายใน ก็ยิ่งยากซ์ซ์ซ์ที่จะเป็นไปได้ยิ่งขึ้นไปเท่านั้น มีแต่ต้อง นิว นอร์มอล กันใหม่หมด โดยเฉพาะผู้มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบสูงสุด หรือผู้นำรัฐบาล อย่างท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ที่มี บุญ หรือมี พ.ร.ก.ในสถานการณ์ฉุกเฉิน หล่นทับหัวแม่เท้า จนชักหัวแม่เท้าหลบแทบไม่ทัน ถ้าหากสามารถนำเอา บุญ เหล่านี้ไปใช้ในทางที่เป็นประโยชน์ หรือใช้กันแบบ นิว บิ๊กตู่ โอกาสที่จะ เปลี่ยนประเทศไทยภายใน 3 ปี อย่างที่ท่าน ส.ว. คำนูณ ท่านว่าไว้ จึงอาจพอเป็นไปได้ยิ่งขึ้นไปเท่านั้น...

                                                                -----------------------------------------------

            ซึ่งถ้าดูจากบุคลิก ลักษณะ จากกิริยา อาการ ของท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ในช่วงหลังๆ ก็ชักจะเริ่มมีอะไร นิวๆ อยู่บ้างเหมือนกัน อย่างน้อย...ก็ชักไม่ค่อยวี้ดๆ แว้ดๆ เหมือนเก่า ชักพูดน้อยลง ฉุนเต่าน้อยลง ตามลำดับ อันออกจะเป็นอะไรที่ กลมกลืน ไปกับบรรยากาศความเป็นไปของโลก และของประเทศไทยมิใช่น้อย เพราะภายใต้การออกฤทธิ์ ออกเดช ออกอาละวาด ของเชื้อไวรัส COVID-19 คราวนี้ อะไรที่ยังคงเป็นไปในแบบเดิมๆ ไม่คิดเปลี่ยนแปลงใดๆ แม้แต่น้อย ไม่ว่าจะฝ่ายไหน ต่อฝ่ายไหนก็แล้วแต่ โอกาสที่จะ ตาย...กับ...ตาย อันเนื่องมาจาก ไวรัสแท้ๆ หรือจาก ไวรัสทางความรู้สึก ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ...

                                                                -------------------------------------------------

            พูดง่ายๆ ว่า...แม้แต่กระทั่งฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้น หรือฝ่ายที่ต้องดำรงตนอยู่ในด้านตรงกันข้ามกับรัฐบาลก็ตาม ถ้าหากไม่คิดเปลี่ยนแปลงใดๆ ยังคงไล่งับ ไล่ฟัด แบบแค้นจัด-กัดดะ-ฝังเขี้ยวจมน่องอีกต่อไป โอกาสที่ต้องเจอกับรายการ ทัวร์ลง ย่อมมีความเป็นไปได้ดังที่เห็นๆ กันอยู่ในทุกวันนี้ เพราะการออกฤทธิ์ ออกเดช ออกอาละวาดของเชื้อไวรัส COVID-19 คราวนี้ มันได้สร้าง อารมณ์-ความรู้สึก ใหม่ๆ ให้กับผู้คนจำนวนไม่น้อย ไม่ว่าในระดับโลก หรือในแต่ละสังคม ส่วนจะออกไปในทางบวก หรือในทางลบ ก็แล้วแต่ แต่คงไม่ใช่อารมณ์-ความรู้สึกแบบเดิมๆ อีกต่อไป และภายใต้สภาพเช่นนี้ ยิ่งเป็นฝ่ายรัฐบาลด้วยแล้ว ยิ่งไม่คิดเปลี่ยนแปลงใด คงมิได้โดยเด็ดขาด...

                                                                 ------------------------------------------------

            เพียงแต่การเปลี่ยนแปลง หรือการ นิว นอร์มอล ของผู้นำรัฐบาลอย่าง บิ๊กตู่ นั้น...มันจะไปไกล ไปแรง ถึงขั้นก่อให้เกิดการ เปลี่ยนประเทศไทยภายใน 3 ปี อย่างที่ ส.ว. คำนูณ ท่านพยายามเสนอแนะเอาไว้ หรือไม่ อย่างไร คงเป็นเรื่องที่ต้องคอยลุ้น คอยติดตาม กันไปเป็นระยะๆ เพราะโดย เงื่อนไข และ เหตุปัจจัย หรือโดย สภาพแวดล้อม นั้น คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้ว่า ค่อนข้างเอื้ออำนวยให้กับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ พอสมควร แต่โดย อัตตา หรือ ตัวตน ของผู้ซึ่งอยู่ในฐานะที่จะเปลี่ยนแปลงใดๆ ก็ตาม จะยัง เหมียนน์น์น์เดิมม์ม์ม์ หรือเป็นไปในแบบเดิมๆ หรือไม่???  อันนี้นี่แหละ...ที่คงต้อง ลุ้น ต้องคอย ตามไปดู อย่างชนิดมิอาจกะพริบตาได้เลย...

                                                                       -------------------------------------------------

            และสิ่งที่น่าสนใจเอามากๆ ก็คือว่า...ดูเหมือนว่าท่าน ส.ว. คำนูณ ท่านเริ่มจะเห็นความเปลี่ยนแปลงในลักษณะที่ว่ากันมั่งแล้ว หรือดังที่ได้สรุปเอาไว้ว่า...“เชื่อว่า...หลายข้อใน 10 ข้อ (ที่ตัวเองเสนอแนะ) มีอยู่ในใจของนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบอยู่แล้ว ทราบว่าบางข้อ โดยเฉพาะข้อที่ 10 (ว่าด้วยความสามัคคี ปรองดอง) มีกำหนดจะทำเร็วๆ นี้...” จริง-ไม่จริง เชื่อ-ไม่เชื่อ คงหนีไม่พ้นต้องตามไป ลุ้น หรือ ตามไปดู กันอีกที ก่อนที่ ธรรมชาติ จะบังคับให้ต้อง เปลี่ยน กันจนได้...

                                                                       -------------------------------------------------

            ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Sophia Bedford-Pierce...There is nothing lost by discarding  your faults. - การสลัดข้อบกพร่องทิ้งไป ไม่ทำให้คุณต้องสูญเสียอะไรเลย...”

                                                                          ------------------------------------------------