ความยากลำบากของนิว นอร์มอล


เพิ่มเพื่อน    

 

            อืมม์ม์ม์...ความพยายามที่จะ นิว นอร์มอล ในช่วงระยะที่ท่านเชื้อไวรัส COVID-19 ท่านยังไม่หมดฤทธิ์ หมดเดช ยังคงต้องล้างไม้-ล้างมือ ต้องเว้นระยะห่าง หรือยังต้องสวมหน้ากากอนามัย ฯลฯ หรืออะไรต่อมิอะไรกันต่อไป บางครั้ง บางครา ดูๆ มันชักออกไปในแนว แอ็บนอร์มอล อยู่พอสมควรเหมือนกัน...

                         ------------------------------------------------

            โดยเฉพาะสำหรับอาชีพ สถานประกอบการ ที่มันอาจต้องมีอะไรนุงนัง นัวเนีย ระหว่างกันและกันไปตามครรลองของมัน ประเภทร้านอาหาร ภัตตาคาร ฯลฯ ที่หลายต่อหลายร้าน ต้องหันไปประดิษฐ์ คิดค้น นวัตกรรมใหม่ๆ ออกกันมาเป็นชุดๆ เพื่อให้พอไปกันได้ เข้ากันได้ กับความ นิว นอร์มอล ในยุคที่ COVID-19 ยังไม่ถึงกับสูญสลายหายไป เช่นถึงกับต้องสร้างฉากกั้นฉาก เอาท่อเอสลอนมาประกอบเข้ากับแผ่นพลาสติก วางเรียงรายไว้บนโต๊ะแต่ละโต๊ะ เพื่อไม่ให้น้ำแกงกระเด็น หรือน้ำลายกระเซ็นก็แล้วแต่ หรือเพื่อมุ่งที่จะให้ผู้เข้ามาใช้บริการ ต้องก้มหน้า ก้มตา แ-ก กันลูกเดียว การชิตๆ แช้ตๆ การชนแก้ว ชนขวด ระหว่างกำลังรับประทานอาหาร ซึ่งเคยเป็นเครื่องเคียง เป็นตัวชูรสอย่างก่อนๆ ก็เลยเป็นอะไรที่ลำบากเอามากๆ...

                           --------------------------------------------------

            ยิ่งอาชีพถ่ายหนัง ถ่ายละคร ที่ต้องค้างเติ่ง ต้องเอ้อเร้อเอ้อเต่อ ต้องเอาหนัง เอาละครเก่าๆ มาฉายกันแทนที่ แต่เมื่ออะไรมันคลายๆ พอที่จะหวนกลับไปถ่ายหนัง ถ่ายละคร ได้มั่งแล้ว แต่ก็ยังคงหนีไม่พ้นที่จะต้อง นิว นอร์มอล กันในอีกหลายเรื่อง หลายกรณี เช่นอย่างที่รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมท่านได้ขอร้อง หรือขอความร่วมมือเอาไว้ ว่านอกจากกองถ่ายแต่ละกองถ่าย ไม่ควรจะมีช่างกล้อง ช่างภาพ ช่างไฟ หรือช่างอะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่ รวมทั้งดารง ดารา ผู้กำกับ ฯลฯ เกินกว่า 50 คนขึ้นไป ท่านยังขอให้ช่วย หลีกเลี่ยงการถ่ายทำฉากที่ผู้แสดงต้องสัมผัสกันใกล้ชิด ไปด้วยอีกต่างหาก หรือพูดง่ายๆ ว่า...นับแต่นี้ต่อไป จะมา ตบๆ-จูบๆ ตามพล็อต ตามแบบฉบับที่ออกไปในแนว ผู้กำกับซาดิสต์ อย่างคุณน้า พิศาล อัครเศรณี ไม่น่าจะเหมาะ หรือไม่น่าจะได้อีกต่อไปแล้ว...

                         -------------------------------------------------

            แม้แต่จะลูบๆ คลำๆ จ้องตา มองตา แบบลึกซึ้ง ดื่มด่ำ ตามแบบฉบับ เลิฟซีน ทั้งหลาย ก็น่าจะลำบากอีกเช่นกัน เพราะถ้าลองไม่ให้พระเอก นางเอก สวมหน้ากาก หรือสวมหมวกพลาสติก ป้องกันไว้เป็นชั้นๆ คงหนีไม่พ้นต้องหันไปแก้บท เขียนสคริปต์ขึ้นมาใหม่ ให้ออกไปในแนว เลิฟซีน ตามแบบที่ฉบับ นายแพทย์ยง หรือ หมอ-ยง ท่านได้ชี้แนะ ชี้นำเอาไว้ นั่นคือต้องให้พระเอก หรือนางเอก ถือไม้ยาวเป็นวาๆ ไว้เขี่ยกันและกันไปตามเรื่อง ตามราว อะไรทำนองนั้น ซึ่งถ้าหากเป็นเช่นนั้นขึ้นมาจริงๆ มันก็ดูจะออกไปทาง แอ็บนอร์มอล อยู่พอสมควร คือไม่ได้เป็นไปตามธรรมชาติ หรือตามปกติซักเท่าไหร่...

                             --------------------------------------------------

            ส่วนอาชีพ นวด ก็ดูจะหนักหนา สาหัส ไม่น้อยไปกว่ากัน อย่างที่อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ท่านได้ตอบข้อซักถามในเรื่องการร้องเรียนของผู้ประกอบวิชาชีพนวดๆ ทั้งหลาย ที่ขอให้ช่วยผ่อนคลายมาตรการควบคุม ป้องกัน ต่างๆ ลงไปมั่ง หรือขอให้เปิดช่อง เปิดโอกาส ให้ไปทำมาหารับประทานได้แบบเดิมๆ แต่ด้วยเหตุที่...ยังไงๆ มันคงต้อง นิว นอร์มอล อย่างมิอาจปฏิเสธได้ ท่านอธิบดีฯ ท่านเลยต้องอรรถาธิบายเอาไว้แบบชนิดซับซ้อน ซ่อนเงื่อน มิใช่น้อย ประมาณว่า... “ได้มีการหารือกับสมาคมผู้ให้บริการนวดและสมาคมที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการสมาคมสปาไทย มีการทำหลักเกณฑ์ที่ประเมินแล้วว่า ถ้าผ่อนคลายแล้วจะทำอย่างไรให้ปลอดภัย และสามารถให้บริการได้ เช่น การสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือ การเว้นระยะห่าง และเบื้องต้นได้มีการคุยกันว่า อาจเปิดให้ทำหัตถการตั้งแต่ช่วงต่ำกว่าระดับเอวลงไป...” !!! !!! !!!

                           ---------------------------------------------------

            นี่...ต้องเรียกว่า ฟังแล้วก่อให้เกิดจินตนาการอันสุดจั๊กจี้ จั๊กเดียม มิใช่น้อย คือถึงขั้นต้องหันไปใช้ หัตถการ กระทำการอะไรต่อมิอะไรได้เพียงแค่ ต่ำกว่าระดับเอวลงไป โดยที่การกระทำนั้นๆ จะนอร์มอล-ไม่นอร์มอล นิว นอร์มอล หรือหนักไปทางแอ็บนอร์มอล ก็คงต้องตีความ ต้องเปิดกฎกระทรวง ศึกษารายละเอียดกันต่อไป แต่เอาเป็นว่า...ด้วยฉากสถานการณ์ ด้วยข้อเท็จจริง และด้วยความจำเป็นบังคับ การปรับตัว ปรับพฤติกรรมต่างๆ เพื่อให้เป็นไปตามแบบฉบับ นิว นอร์มอล นั้น มันคงไม่ถึงกับง่าย ไม่ถึงกับลื่นๆ ไหลๆ ซักเท่าไหร่ คือต้องอาศัยเทคนิค อาศัยพลังกาย พลังใจ อยู่พอสมควรเช่นกัน...

                         ---------------------------------------------------

            ไม่ต่างอะไรไปจากวิชาชีพ การเมือง นั่นแหละทั่น...ถ้าหากจะต้อง นิว นอร์มอล นับจากนี้เป็นต้นไป จะไปใช้วิธีดื้อๆ ทื่อๆ แบบการเมืองเก่าๆ ประเภทพยายามอาศัย หัตถการ หันไปคว้าอะไรต่อมิอะไรของฝ่ายตรงข้าม ตั้งแต่ระดับต่ำกว่าเอวลงไป หรือหันไป กำไข่ กันและกัน เพื่อสร้างอำนาจต่อรอง สร้างผลประโยชน์โพดผลให้กับตัวเองและพรรคพวกตัวเองเป็นหลัก มาถึง ณ ขณะนี้ มันคงไม่สอดคล้องกับยุคสมัย กับข้อเท็จจริง หรือแทบไม่มีความจำเป็นใดๆ อีกต่อไปแล้ว ยิ่งสามารถ เว้นระยะห่าง จากนักการเมืองด้วยกัน ไม่ว่าฝ่ายตัวเอง หรือฝ่ายตรงข้าม ยิ่งสวมหน้ากากอนามัย ยิ่งหมั่นล้างมือ-ล้างใจ วันละ 3 ครั้ง 4 ครั้ง เป็นอย่างน้อย ไม่แน่ว่า...ยิ่งอาจช่วยให้สังคมและประเทศชาติ อยู่รอด ปลอดภัย ได้ยิ่งขึ้นเท่านั้น...

                        ----------------------------------------------------

            ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จาก Paul Corus’s Gospel of the Buddha” (อีกครั้ง)... Water surrounds the lotus flower, but does not wet its petals. - ดอกบัวมีน้ำล้อมรอบ แต่น้ำไม่เปียกกลีบบัว...”.

                  -----------------------------------------------------

 

 

 


เห็นมั้ย...?ใครคิดร้าย-หมายชั่วกับบ้านเมืองไทย ลงท้าย จะค่อยๆ ฉิบหาย-วายวอดไปเอง อย่างที่กำลังเกิดกับแก๊งก้าวถลำ"คนดี-ผีคุ้ม" โบราณกล่าวไม่ผิดหรอก!

"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"
ไม่มีประยุทธ์ "พปชร.ขายอะไร?"
"การบินถึงการพรรคพปชร."
การบินไทย"ตายแล้วฟื้น"
เนี่ยนะ"สหภาพฯ การบินไทย"
"การเมืองถึงระดับโรงเรียน"