"หมอธีระวัฒน์ "เตือนรัฐต้องดูแลภาคเกษตรให้ปรับตัวได้ หลังเลิกใช้ "พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส"และรับมือคนนับล้านแห่กลับชนบท


เพิ่มเพื่อน    

 

 

21พ.ค.63-ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา  ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว  ว่า หลังจากรัฐบาลประกาศแบนสารเคมีเกษตรอันตราย พาราควอต และคลอร์ไพริฟอส   รัฐจะต้องหาทางรับมือการปรับตัวของเกษตรกรที่ไม่ใช้สารเคมี และคนพากันกลับชนบทไปทำเกษตรเพราะพิษเศรษฐกิจจากโควิด-19 ดังนี้ 

 

 

หลังจากการต่อสู้ทางนโยบายเอายาวนานกว่า 3 ปี ในที่สุดพาราควอต สารพิษร้ายแรงที่ 58 ประเทศยกเลิกการใช้แล้ว ถูกประกาศแบนอย่างเป็นทางการในประเทศไทย

 

โดยก่อนหน้านี้ จีน เวียดนาม กัมพูชา ลาว และมาเลเซีย ประเทศเพื่อนบ้านของไทย ก็ประกาศแบนสารพิษดังกล่าวแล้วเช่นกัน

 

คลอร์ไพริฟอส สารพิษกำจัดแมลงที่มีผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมองของเด็กและทารก ก็ถูกแบนแล้วเช่นกัน  โดยจะมีผลพร้อมกันในวันที่ 1 มิถุนายน 2563 นี้ หลังจากสารพิษนี้ถูกยกเลิกการใช้โดยสหภาพยุโรปอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา

 

หลังการประกาศแบนมีผล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องมีบทบาทหลักในการสนับสนุนเกษตรกรทั้งในรูปการฝึกอบรม การให้ข้อมูลความรู้ทางวิชาการ หรือการสนับสนุนในรูปแบบอื่นๆ เพื่อให้เกษตรกรใช้วิธีการทางเลือกอื่น เช่น การใช้เครื่องตัดหญ้า เครื่องจักรกลการเกษตร การปลูกพืชคลุมดิน และการจัดระบบการปลูกพืช เป็นต้น ในการกำจัดวัชพืช

 

โดยควรใช้โอกาสที่ประชาชนจำนวนมากนับล้านคนที่หลั่งไหลกลับภาคเกษตรกรรมอันเกิดจากวิกฤต COVID-19 สร้างอาชีพ เช่น หน่วยบริการกำจัดวัชพืช โดยอาจสนับสนุนเงินทุนและทรัพยากรเพื่อการนี้แก่กลุ่มต่างๆที่สนใจ รวมไปถึงการปฏิรูประบบเกษตรกรรม ที่ส่วนใหญ่เน้นการผลิตเชิงเดี่ยวผลิตวัตถุดิบราคาถูก ไปสู่ระบบเกษตรผสมผสานที่ให้ความสำคัญกับเรื่องความมั่นคงทางอาหาร มากขึ้น เพื่อลดปัญหาการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในระยะยาว และรองรับการเปลี่ยนแปลงรับมือยุคหลังไวรัสระบาด

 

รัฐบาลอาจใช้แบ่งงบประมาณ 400,000 ล้านบาท สำหรับการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม เพื่อรองรับเกษตรกรรายย่อยที่ประสงค์จะปรับเปลี่ยนวิถีเกษตรกรรมไปสู่วิถีเกษตรใหม่ดังกล่าว

 

ไทยแพนวางแผนเผยแพร่คลิปวิดีโอ ซึ่งเป็นการสัมภาษณ์บุคคลสำคัญเกี่ยวกับเกษตรกรรมและอาหารของไทยหลังการแบนสารพิษร้ายแรง และเผยแพร่ประสบการณ์การจัดการวัชพืชของเกษตรกรต่างๆจำนวนมากที่ไม่พึ่งพาพาราควอต

 

โปรดติดตาม

 

ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๖๓

ดูรายละเอียด http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/E/117/T_0056.PDF


"๘ กรกฎา" ไม่ใช่วัน "แดงเดือด"! แต่เป็น "วันส้มเดือด" หรือ "วันปลอกแตก" ก็ได้เหมือนกัน สุดแต่ใครพอใจเรียกแบบไหน

'การเมืองหน้ากาก' ไทย-สหรัฐฯ
'การเมือง' ที่ไม่มี 'วันพระ'
'การอยู่-การไป' ของสมคิด
หมอชาญชัย"เผยตาหมาก"
ภาพสะท้อน 'อนาคตไทย'
อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'