หนาวแน่!ป.ป.ช.ตั้งองค์คณะไต่สวนปมแคร์เซ็ต อบจ.ลำพูน แพงกว่าท้องตลาด


เพิ่มเพื่อน    

21 พ.ค. 63 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงถึงความคืบหน้าในหารตรวจสอบเรื่องกล่าวหา นายนิรันดร์ ด่านไพบูลย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)ลำพูน กับพวกรวม 18 คน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีดำเนินโครงการป้องกันผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) โดยจัดซื้อชุดของใช้ประจำวัน หรือแคร์เซ็ตในราคาสูงนั้น ว่า ป.ป.ช.ได้พิจารณารายงานการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ในการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดลำพูน โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนเป็นประธาน มีมติเห็นชอบให้ อบจ.ลำพูน ดำเนินการจัดซื้ออุปกรณ์ชุดแคร์เซ็ตเพื่อสนับสนุนแก่กลุ่มเสี่ยงสูงต่อการติดโควิด-19 จำนวน 27,700 คน ซึ่งเป็นผู้สูงอายุที่ใช้สิทธิหลักประกันถ้วนหน้า ไม่อยู่ในสิทธิหลักประกันของทางราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือประกันสังคม ซึ่งต่อมา อบจ.ลำพูน ได้อนุมัติจ่ายขาดเงินสะสม ประจำปีงบประมาณ 2563 วงเงินจำนวน 17,174,000 บาท เพื่อดำเนินการโครงการโดยไม่มีการสืบหาราคาชุดแคร์เซ็ตก่อน แต่ได้ใช้ราคาจากห้าง/ร้าน ในกลุ่มเดียวกันมากำหนดคุณลักษณะและราคากลาง ในราคา ชุดละ 590 บาท และในขั้นตอนการจัดซื้อ คณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ได้มีหนังสือเชิญไปยังห้าง/ร้าน จำนวน 5 แห่ง เพื่อให้เข้ามายื่นเสนอราคา โดยมีห้าง/ร้าน จำนวน 3 รายมายื่นเสนอราคา โดยเสนอราคาเท่ากันในราคารายละ 16,343,000 บาท หรือชุดละ 590 บาท ซึ่งอบจ.ลำพูน ได้เลือกให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด พ.เป็นคู่สัญญาในวงเงิน 16,343,000 บาท

นายนิวัติไชย กล่าวว่า แต่ราคาชุดแคร์เซ็ตจำนวน 13 รายการนั้น จากการสืบราคาจากห้าง/ร้าน ที่จำหน่ายสินค้าในจังหวัดลำพูน จำนวน 25 ร้านค้า พบว่าราคาเฉลี่ยมีราคาเฉลี่ยเพียงชุดละ 315.55 บาท ดังนั้นการจัดซื้อของ อบจ.ลำพูนดังกล่าวจึงมีมูลฟังได้ว่าได้มีการจัดซื้อ ในราคาที่สูงกว่าในท้องตลาด และทำให้ อบจ.ลำพูนได้รับความเสียหาย คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติให้แต่งตั้งองค์คณะไต่สวนเบื้องต้น เพื่อดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง นายนิรันดร์ ด่านไพบูลย์ นายก อบจ.ลำพูน กับพวก รวม 18 ราย ในเรื่องดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานครบถ้วนแล้ว อยู่ระหว่างการดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ถูกกล่าวหา เพื่อให้สิทธิผู้ถูกกล่าวหาในการชี้แจง แก้ข้อกล่าวหาต่อไป

เมื่อถามถึงมาตรการเตรียมการป้องกันการทุจริตในโครงการที่เกี่ยวกับโควิด – 19 โครงการอื่นๆ นายนิวัติไชย  กล่าวว่า ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 35 ได้กำหนดแนวทางการทำงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. รูปแบบใหม่ แต่เดิมที่ทำหน้าที่เหมือนพนักงานสอบสวน ที่ต้องรอให้คนมาร้องเรียนก่อน จึงเข้าไปตรวจสอบ แต่แนวทางตามกฎหมายใหม่มีเจตนาให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ทำหน้าที่ป้องกันการทุจริตก่อนที่เหตุจะเกิด โดยในกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการดําเนินการอย่างใด ในหน่วยงานของรัฐอันอาจนําไปสู่การทุจริตหรือส่อว่าอาจมีการทุจริต ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดําเนินการ ตรวจสอบโดยเร็ว ซึ่งที่ผ่านมา สำนักงาน ป.ป.ช.ในทุกพื้นที่ ก็มีการตรวจสอบข้อมูลและติดตามการดำเนินการโครงการที่เกี่ยวกับโควิด – 19 มาโดยตลอด มีการขอเอกสารโครงการมาตรวจสอบ เพราะ ป.ป.ช.ให้ความสำคัญกับเรื่องการใช้งบประมาณที่เกี่ยวกับผลกระทบของประชาชน จะเห็นได้จากกรณี อบจ.ลำพูน ที่สามารถรวบรวมพยานหลักฐานได้อย่างรวดเร็ว

เมื่อถามอีกว่าในส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดอื่น ๆ ป.ป.ช. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้วหรือไม่ นายนิวัติไชย กล่าวว่า ตามปกติมีการลงพื้นที่ตรวจสอบอยู่แล้วในทุกจังหวัด แต่บางแห่งมองว่าเมื่อเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เข้าไป จะเป็นการล้วงลูก กดดัน หรือจ้องจับผิด แต่เจตนาของ ป.ป.ช. คือต้องการเข้าไปช่วยดู หรือคุ้มครองเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจถูกบีบบังคับให้กระทำการดังกล่าว สามารถแจ้งมาที่ ป.ป.ช.


จัดหนักจัดเต็มทั่วหน้า ไม่มีคำว่าสองมาตรฐาน อ่านบทความอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ ใน www.thaipost.net วานนี้ มองเห็นหลายๆ เรื่องในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ได้ชัดเจนขึ้น

"ทักษิณ" ท้ารบ "จตุพร"
หมาเยี่ยวรดภูเขาทอง
บาปหนาของคณะราษฎร
'ท่านสส.ครับ...โปรดฟังสักนิด'
เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'