“#ตามหาความจริง” แค่ “ออเดิร์ฟ”


เพิ่มเพื่อน    


    แม้ในปีนี้จะมีวิกฤติโควิด-19 มาทำให้ความเข้มข้น-ร้อนแรงของสารบบการเมืองไทยต้องลดอุณหภูมิลงไปบ้าง สืบเนื่องจากแทบจะทุกภาคส่วน ตั้งแต่รัฐบาล นักการเมือง ข้าราชการ นักการเมืองฝ่ายค้าน อดีตนักการเมืองฝ่ายค้าน และคนที่พอมีอันจะกิน ต่างแยกกันให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในวิธีที่ต่างกันออกไปตามความสะดวกของแต่ละกลุ่ม
    แต่ถึงประเทศไทยจะเผชิญกับปัญหาดังกล่าว ก็ยังคงมีกิจกรรมการรำลึกถึงผู้สูญหาย-เสียชีวิต จากเหตุการณ์ทางการเมืองในเดือนพฤษภาคม ที่มีคนไม่น้อยมองว่าเป็นหนึ่งใน “ตราบาป” ของประวัติศาสตร์การเมืองไทย ทั้งในปี 2535 และปี 2553 (ส่วนปี 2557 อาจจะเป็นเพียงคนส่วนหนึ่ง)
    อย่างกลุ่มญาติวีรชนพฤษภา 35 ที่ปีนี้มีเพียงการทำบุญ จากเดิมที่จะมีการร่วมรับประทานอาหาร มีการแสดง กล่าวปาฐกถา และตบท้ายด้วยการจัดงานสัมมนาที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ เช่นเดียวกับบรรดานักการเมือง-คณาจารย์ ที่จะได้รับเชิญไปพูดบนเวทีเสวนาต่างๆ ซึ่งมักจะมีการจัดขึ้นในช่วงนี้ของทุกปี แต่ด้วยมาตรการ “รักษาระยะห่างทางสังคม” ทำให้เดือนพฤษภา.ปีนี้มีบรรยากาศที่ต่างออกไปจากทุกปีที่ผ่านมา
    ขณะที่อดีตกลุ่ม นปช.เอง ก็ได้มีการทำบุญและโพสต์แสดงข้อความไว้อาลัยโดยบรรดาแกนนำและผู้ร่วมในเหตุการณ์แด่ผู้เสียชีวิต บ้างจัดกิจกรรมรำลึกถึงคนในครอบครัวที่จากไปจากการสลายการชุมนุม และพยายามทวงถามความชอบธรรมที่หายไป เช่นเดียวกับกลุ่มการเมืองอื่นๆ ที่เคยร่วมเคลื่อนไหวมาด้วยกัน ทั้งในฐานะกลุ่มหรือตัวบุคคล หนึ่งในนั้นคือคณะก้าวหน้าที่นำโดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ออกแคมเปญ ”ตามหาความจริง” ดังที่ทุกคนได้ผ่านตากันไปแล้ว
    นอกจากนี้ เดือน พ.ค.ยังคงมีวันนี้ (22 พ.ค.) อันเป็นวันครบรอบรัฐประหารโดยนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน อีก 1 อีเวนต์ที่เข้าข่ายเหตุการณ์สำคัญประจำเดือน พ.ค.อยู่ แน่นอนว่าจะมีกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ตามปกติอย่างทุกปี เพียงแต่ปีนี้อาจจะเหงาหงอยไปบ้างเท่านั้น
    แต่ท่ามกลางบรรยากาศที่ดูเหมือนว่า “สงบ” แท้จริงแล้วกลับไม่ “เงียบ” อย่างที่คิด สืบเนื่องจากการที่คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านมากขึ้น ทำให้คอการเมืองส่วนใหญ่มีเวลาว่างที่จะท่องโลกโซเชียลได้มากขึ้นกว่าเดิม ย่อมเห็น  #ตามหาความจริง ของคณะก้าวหน้า ที่วิธีการนำเสนอดันมีความ “คล้าย” กันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ
    เป็นที่น่าสังเกตภายหลังพรรคอนาคตใหม่แตกค่ายออกมาเป็น “คณะก้าวหน้า-พรรคก้าวไกล” การเคลื่อนไหวในประเด็นการเมืองนับวันยิ่งมีความ “เข้มข้น” มากขึ้น ทั้งการจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ และการเดินหน้ารณรงค์ทางความคิดแก่ประชานผ่านช่องทางออนไลน์สืบเนื่องจากพิษโควิด 
    และถึงแม้ว่าการยุบพรรคอนาคตใหม่นั้นยังไม่ครบ 100 วันดี ทางฝ่ายความมั่นคงก็มีงานเข้าอีกแล้วจากการยิงเลเซอร์นั่นเอง แม้ที่ผ่านมา แคมเปญของพวกเขานับแต่เป็นคณะก้าวหน้าจะมีจุดติดบ้าง-ไม่ติดบ้างก็ตามที อย่างที่แป้กก็เรื่องการเขียนระบายลงบนหน้ากากอนามัย
    แต่ด้วยประสบการณ์ที่มากขึ้นบนสนามการเมือง บวกกับการที่พวกเขาไม่ใช่ “นักการเมือง” แต่กลายมาเป็น “นักเคลื่อนไหว” อย่างเต็มตัว เฉดของการแสดงย่อมถูกยกระดับขึ้นตามสถานะที่แปรเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน และต่อจากนี้คงจะมีอีกหลายกิจกรรมที่ทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงมีงานที่ต้องทำมากขึ้น
    อีกหนึ่งการเคลื่อนไหวที่สำคัญ แม้ว่าจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับคณะก้าวหน้าในช่วงวิกฤติโควิด-19 นี้ คือการตั้งกลุ่มในเฟซบุ๊กของนาย “ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์” อีกหนึ่งผู้ลี้ภัยทางการเมือง ที่ตอนนี้เป็นนักวิชาการของมหาวิทยาลัยเกียวโต ที่เวลายิ่งผ่าน สถานการณ์ยิ่งเลยเถิด โดยเฉพาะประเด็นที่บางแอคเคาต์ในเฟซบุ๊กเข้าไปแสดงความคิดเห็นกันอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ซึ่งหากปล่อยให้ยืดอยู่นาน ในอนาคตอาจจะกลายเป็น "เชื้อเพลิง” ที่ทำให้ประเทศไทยเกิดบาดแผลได้
    ขณะที่ “เชื้อไฟ” อีกส่วนอย่างแฟลชม็อบ แม้จะถูกเบรกเอาไว้ก่อนแบบที่ไม่ต้องให้มีใครมาสั่งจากสถานการณ์โรคระบาด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าบรรดาผู้ที่สนับสนุนแฟลชม็อบจะอยู่นิ่งดูดาย แต่พวกเขายังคงติดตามข่าวสารการเมืองที่เกิดขึ้น พวกเขาติดตามเทรนด์การเมืองบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เพียงแต่ไม่มีพื้นที่ในโลกแห่งความจริงให้แสดงออกเท่านั้น
    ทั้งนี้ หากประเมินจากสถานการณ์ทั้งหมด สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคมอาจจะเป็นเพียงแค่ “ออเดิร์ฟ” เท่านั้น เพราะในเดือนมิถุนายนยังมีอีเวนต์สำคัญที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการแสดงพลังของผู้ที่สนับสนุนคณะก้าวหน้า นั่นคือ วันครบรอบ “การปฏิวัติสยาม” โดยคณะราษฎร ในวันที่ 24 มิถุนายน 2475 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่บรรดาแกนนำคณะก้าวหน้ามักจะอ้างอิงถึงบ่อยๆ นั่นหมายความว่าเราน่าจะได้เห็นแคมเปญเด็ดๆ จากคณะก้าวหน้าอีกแน่นอน
    และจนถึงตอนนี้ แม้จะยังไม่มีข้อมูลใดๆ แพร่งพรายออกมาเลย แต่รับรองได้เลยว่างานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในเดือนมิถุนายนจะชุกกว่า 5 เดือนแรกของปีนี้อย่างไม่ต้องสงสัย.    


ก็พลอยปีติยินดีไปด้วย......กับพี่น้องชาวใต้ "นราธิวาส-ปัตตานี-ยะลา-สงขลา" ที่มีโอกาสได้รับเสด็จ"สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี" พระผู้ซึ่งเป็นแก้วตา-ดวงใจของมวลพสกนิกรไทยทั้งมวล

ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน
ใครจะพาประเทศลงเหว!
'ช่อ' ไม่เคยเปลี่ยน
โซเชียลมีเดีย 'อำนาจโลก'