ค้านนายกรัฐมนตรีเรื่องโควิด คิดให้ดีว่าค้านใคร


เพิ่มเพื่อน    

 
    มาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลประกาศออกมาเพื่อต่อสู้กับโควิดและพยายามจะฟื้นเศรษฐกิจในเวลานี้ หากเราติดตามข่าวสารให้ดี เราก็จะรู้ว่ารัฐบาลไม่ได้ใช้นักการเมืองเป็นผู้กำหนดมาตรการต่างๆ ทั้งนี้เพราะนายกรัฐมนตรีประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้วใช้อำนาจในการสั่งการแทนรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ที่เป็นนักการเมือง แต่การสั่งการของนายกรัฐมนตรี ไม่ได้เกิดจากความคิดของท่านเอง แต่ท่านปรึกษาคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยา ด้านโรคติดเชื้อ และด่านอื่นๆ  แล้วจึงประกาศมาตรการออกมาขอความร่วมมือกับประชาชน ส่วนทางด้านเศรษฐกิจนั้น ท่านก็ทำจดหมายถึงบรรดาเศรษฐีทั้งหลายที่มีความเชี่ยวชาญในการทำธุรกิจเพื่อขอความคิดจากท่านเหล่านั้น ทั้งนี้เพื่อให้ชะลอการเลิกจ้าง ลดราคาสินค้า และกำหนดโครงการในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ เมื่อเราสามารถสยบโควิดได้ เป็นการมองไปข้างหน้าด้วยวิสัยทัศน์
    นับตั้งแต่มีการประชุมกับคณะแพทย์ในวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา มีมาตรการต่างๆ ออกมามากมายที่จะป้องกันการติดเชื้อโควิด กำหนดเป็นพฤติกรรมที่เราเรียกว่า New normal และเมื่อประชาชนส่วนใหญ่ (ประมาณเกือบ 90% ในบางมาตรการ และมากกว่า 90% ในบางมาตรการ) ก็ปรากฏว่าได้ผลดี จนประเทศไทยสามารถลดจำนวนคนที่ติดเชื้อเป็นเลขตัวเดียวในแต่ละวันมาเป็นเวลาหลายวันแล้ว และทำให้สามารถประกาศผ่อนปรนเปิดธุรกิจต่างๆ ได้ 2 ระลอกแล้ว  เป็นการค่อยๆ แง้มการ Lock down ที่ได้ประกาศมาก่อนหน้านี้ เป็นการแสดงอย่างชัดเจนว่าประเทศไทยเรามาถูกทาง จนเป็นที่ชื่นชมไปทั่วโลก และเราน่าจะมีความหวังว่าประเทศไทยจะสามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ดีไม่แพ้ความสามารถในการต่อสู้กับโลก นายกรัฐมนตรีใช้วาทกรรมว่า  “สุขภาพ เหนือเสรีภาพ” ในการปลุกใจให้คนไทยพร้อมที่จะเสียสละความสะดวกสบายบางอย่าง เพื่อเอาชนะโรคระบาด ต่อไปคงจะต้องใช้วาทกรรม “เศรษฐกิจเหนือการเมือง” มาขอความร่วมมือประชาชนในการฟื้นฟูเศรษฐกิจตามมาตรการที่นายกรัฐมนตรีจะประกาศออกมาตามคำแนะนำของเศรษฐีทั้งหลาย
    แม้ประเทศไทยจะสามารถต่อสู้กับโรคระบาดได้ดีมากขนาดนี้ (อาจจะพูดว่าดีที่สุดในโลกก็ได้) ก็ยังไม่ว่าที่จะมีคนออกมาตำหนิมาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลประกาศออกมา ด้วยเจตนาที่จะแสดงให้ประชาชนเห็นว่านายกรัฐมนตรีไม่มีความสามารถ บริหารสภาวะวิกฤติไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีประสิทธิผล ออกมาแสดงความคิดเห็นตำหนิมาตรการที่รัฐบาลประกาศออกมา ไม่ได้มองว่ามาตรการทั้งหลายเหล่านั้น ไม่ใช่เป็นการประกาศออกมาจากความคิดหรือต้องการของนายกรัฐมนตรีที่พวกเขาดูถูกมาตลอดเวลาว่าเป็นคนไม่มีความสามารถ แต่การที่นายกรัฐมนตรีเลือกที่จะให้คณะแพทย์เป็นที่ปรึกษา และให้คำแนะนำในการต่อสู้กับโรคระบาด และให้บรรดาเศรษฐีให้คำแนะนำในการฟื้นฟูเศรษฐกิจนั้น แสดงให้เห็นว่าท่านมีภาวะผู้นำในการจะให้คนที่มีความรู้ความสามารถมาช่วยท่านทำงาน ผู้นำที่ดีไม่จำเป็นต้องเก่งทุกเรื่อง แต่ต้องเก่งในการจะมอบหมายบทบาทและหน้าที่ต่างๆ ให้กับคนที่มีความรู้ มีความสามารถที่เหมาะสมในการจะทำหน้าที่ดังกล่าว ดังนั้นคนที่ค้านน่าจะตระหนักว่าถ้าหากคุณเถียงเรื่องมาตรการด้านสุขภาพ คุณกำลังเถียงกับคณะแพทย์นะ คุณไม่ได้เถียงกับนายกรัฐมนตรี เช่นเดียวกัน ถ้าหากคุณตำหนิแนวทางในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยชี้นิ้วไปที่นายกรัฐมนตรีว่าเป็นคนไม่เก่งเศรษฐกิจ คุณก็กำลังเถียงกับเศรษฐีที่มีความสำเร็จในการทำธุรกิจระดับสูงนะ
    ฝ่ายค้านบางคน แสดงความกังวลต่อการที่รัฐบาลกู้เงินเพื่อนำมาใช้ในการต่อสู้โรคระบาดและฟื้นฟูเศรษฐกิจว่า   "กำลังใช้เงินในอนาคตมาสู้กับวิกฤติที่เกิดขึ้นในประเทศ" และยังมีการพูดที่พยายามจะสื่อนัยว่ามีความไม่โปร่งใสในการใช้งบประมาณต่างๆ พวกเขากล่าวว่า “ส่วนเงินกู้ต้องใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพและมียุทธศาสตร์เพื่อให้ทุกฝ่ายสบายใจ ไม่ใช่ให้เงินเหล่านี้ถูกใช้ไปโดยไม่มีการตรวจสอบ”  ที่จริงแล้วการกู้เงินและการใช้งบประมาณต่างๆ นั้น รัฐบาลก็ปรึกษาผู้บริหารในธนาคารแห่งประเทศไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเงิน ส่วนการใช้งบประมาณนั้น ยังไม่มีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้เกิดข้อสงสัยว่ามีการทุจริตในซีกของรัฐบาล ที่เป็นข่าวอยู่เวลานี้ ก็เห็นมีแต่การทุจริตในส่วนของนักการเมืองท้องถิ่น และคนที่กำลังมีปัญหานั้น สังกัดพรรคใดก็รู้ๆ กันอยู่ เพราะไม่เห็นมีฝ่ายค้านพรรคใดเรียกร้องการตรวจสอบกรณีทุจริตที่ปรากฏเป็นข่าวเลย
    ฝ่ายค้านเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการประกาศใช้  พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งประเทศเนื่องจากเห็นว่ามาตรการด้านสาธารณสุขเพื่อจำกัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด ทำได้ดีตามสมควร จึงไม่จำเป็นต้องประกาศใช้ พ.ร.ก.อีก แต่ให้นำเอากฎหมายสาธารณสุขมาใช้ดำเนินการ แต่การที่รัฐบาลจะยังคงประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไปหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรีก็ต้องฟังคำแนะนำของคณะแพทย์ที่ตอกย้ำตลอดเวลาว่า แม้สถานการณ์ขณะนี้แสดงว่าเราจัดการกับโรคระบาดได้ดี แต่เราต้องไม่ประมาท ไม่การ์ดตก ไม่เช่นนั้นแล้ว หากไวรัสโควิดระบาดรุนแรงอีกเป็นรอบที่สอง เราจะมีปัญหามากกว่าเดิมทั้งงบประมาณ ทรัพยากรต่างๆ จำนวนคนไข้อาจจะเกิดขีดความสามารถของคณะแพทย์ที่จะดูแลรักษา  และงบประมาณที่จะต้องใช้ในการดูแลรักษาอาจจะไม่เพียงพอก็ได้ ดังนั้นฝ่ายค้านไม่ควรจะมองว่าการประกาศใช้  พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นการใช้อำนาจเผด็จการ เป็นการปิดปากฝ่ายค้านไม่ให้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล หรือบางรายถึงกับกล่าวหาว่ารัฐบาลใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหนีม็อบ 
    ในขณะนี้รัฐบาลก็แง้มประตูออกมาเรื่อยๆ เป็นการค่อยๆ ผ่อนปรนด้วยความรอบคอบ ไม่ประมาท รัฐบาลพยายามสร้างสมดุลระหว่างการควบคุมโรคระบาดกับการบริหารเศรษฐกิจ แต่ฝ่ายค้านก็พูดเป็นแผ่นเสียงตกร่องด้วยการให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยอ้างว่าบางจังหวัดไม่มีโรคระบาด แต่ก็พลอยติดกับดัก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไปด้วย พวกเขาย้ำว่า "อย่าเอาโรคระบาดที่อยู่ในบางพื้นที่ไปจำกัดบางพื้นที่" เพราะจะทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าไม่ได้ และเปลืองงบที่ต้องใช้แก้ปัญหา พวกเขาเอาเสรีภาพเหนือสุขภาพ เขาคิดว่าเขากำลังคัดง้างมาตรการของรัฐบาลที่นายกรัฐมนตรีเป็นคนประกาศ แต่แท้ที่จริงแล้ว เขากำลังเถียงคณะแพทย์ และมหาเศรษฐีนะ ขอบอก.