ทางรอดด้วยเศรษฐกิจแบบใหม่


เพิ่มเพื่อน    

 

      ดูเหมือนว่า...น่าจะเป็นเรื่อง เศรษฐกิจ นั่นแหละ ที่ถูกหยิบมาเป็น เงื่อนไข หรือ เหตุปัจจัย ให้บรรดาผู้คนที่อาจไม่ชอบใจ ไม่ถูกใจ ในรัฐบาล ท่านเลยได้จังหวะออกมาตั้งพรรคการเมืองใหม่ๆ กลุ่มก้อนใหม่ๆ ด้วยความเชื่อว่าโอกาสที่จะ สอย รัฐบาล นับจากนี้เป็นต้นไป หรือภายใน 150 วัน ก็แล้วแต่ น่าจะมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ...

                              ---------------------------------------------

      หรือแม้ไม่ได้คิดตั้งกลุ่ม ตั้งก้อน ตั้งพรรคใดๆ ก็ตามที แต่โดยทิศทางความเชื่อ ก็น่าจะไม่ได้ผิดแผก แตกต่าง ไปจากกันซักเท่าไหร่ คือออกจะเชื่อใจ มั่นใจ ว่าความฉิบหายวายวอด ความระส่ำระสาย กำลังรอคอยอยู่เบื้องหน้า โดยอาจนำไปสู่ฉากสถานการณ์ใดๆ ก็ย่อมได้ ซึ่งก็คงต้องยอมรับเอาจริงๆ นั่นแหละว่า ไม่ว่าแนวคิด มุมมอง ดังกล่าว จะมีพื้นฐานมาจากความโกรธ เกลียด เคียดแค้น อาฆาต ริษยาและชิงชัง หรือมาจากการมองโลกในแง่ร้าย แต่ก็น่าจะมีน้ำหนักความมีเหตุ มีผล เป็นองค์ประกอบควบคู่ไปด้วย อย่างมิอาจปฏิเสธ...

                                 ---------------------------------------------

      ด้วยเหตุเพราะโลกทั้งโลก...นับจากนี้เป็นต้นไป ถ้าว่ากันในแง่เศรษฐกิจแล้ว ล้วนแต่ กรอบเป็นข้าวเกรียบ ไปด้วยกันทั้งสิ้น ตัวเลขจีดีพีที่เคยโตๆ กันในระดับโตโยต้า กลายสภาพเป็นรถซาเล้ง ไม่ก็รถบรรทุกศพ กันไปเป็นแถวๆ ออกอาการหัวทิ่ม หัวตำ ตั้งแต่ไตรมาสแรก ไตรมาสสอง และคงตลอดทุกไตรมาสไปจนถึงปลายปี โดยที่ยังแทบไม่รู้ว่าปีหน้า ปีโน้น หรือปีไหนๆ กันแน่ ถึงพอจะมีโอกาสเงยหน้า อ้าปาก โตวันโตคืนแบบเดิมๆ ได้มั่ง โดยเฉพาะถ้าหาก วัคซีน หรือตัวยาแก้โรคไวรัส COVID-19 ยังไม่ได้ถือกำเนิด ก่อเกิดขึ้นมาอย่างเป็นจริง เป็นจัง หรืออย่างเป็นเอกภาพ เอกฉันท์ ว่าสามารถช่วยให้พ่อตาหาย แม่ยายฟื้น ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลกันจริงๆ...

                               -------------------------------------------------

      พูดง่ายๆ ว่า...แนวโน้มความเป็นไปทางเศรษฐกิจนับจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นนักเศรษฐกิจสำนักไหน ต่อสำนักไหน ก็แล้วแต่ ล้วนแล้วแต่ “ใบ้รับประทาน” ไปด้วยกันทั้งนั้น ถึงจะเก่งแสนเก่งในการอัด การฉีด การดันโน่น ดันนี่ แต่น่าจะดันไม่ไหว ดันไม่เข้า เผลอๆ อาจถูกหันมาด่าเป็นภาษาแขก ว่า อย่ามาดันกูซิ...กูเจ็บกูนะ แบบประเภทเพลงแปลงของ บุญธรรม พระประโทน เอาเลยก็ไม่แน่ เรียกว่า...ไม่ว่ารายไหน รายนั้น สำนักไหน สำนักนั้น อาจต้องฉีกตำราเศรษฐศาสตร์ทิ้ง กันไปเป็นหน้าๆ เป็นเล่มๆ เพราะปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังปรากฏให้เห็น มันแทบไม่ได้มีอยู่ในตำรา เอาเลยก็ว่าได้...

                                 --------------------------------------------------

      อีกทั้งไม่ใช่แต่เฉพาะปัญหาเศรษฐกิจล้วนๆ แต่เพียงเท่านั้น...โดยสภาพความเป็นไปทาง การเมือง ในระดับโลกอีกนั่นแหละ ที่กำลังเป็นตัวกดดันและบีบบังคับ ให้การแก้ปัญหาเศรษฐกิจในวิธีเดิมๆ หนีไม่พ้นต้อง เลือกข้าง หรือ เลือกฝ่าย อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ โอกาสที่จะ ลอยตัว หรือประคับประคองตัวเองให้กลางๆ เข้าไว้ แทบเป็นไปไม่ได้เอาเลย และแน่นอนนั่นแหละว่า การเลือกข้าง เลือกฝ่าย ไม่ว่าจะเลือกข้างไหน ฝ่ายไหนก็แล้วแต่ ย่อมต้องมี เสีย มี ได้ อย่างมิอาจปฏิเสธ อันทำให้การแก้ปัญหามีแต่จะยิ่งทวีด้วยความซับซ้อน ซ่อนเงื่อน เพื่อนทรยศ หนักขึ้นไปอีก...

                            ----------------------------------------------------

      ดังนั้น...ไม่ว่าท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ท่านจะส่งกลิ่นมาดามหอมชื่นใจ จากการรับมือกับปัญหาเชื้อไวรัส COVID-19 หรือจากการแก้ปัญหา การบินไทย จนใครต่อใครพร้อมแหกทวารดมท่านได้ทุกเมื่อ แต่โดยแนวโน้มความเป็นไปของปัญหาเศรษฐกิจแล้ว คงต้องเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า ระดับลิ้นหอบ ลิ้นห้อย กันอีกนานเท่านาน แต่ถึงกระนั้น...ทุกสิ่งทุกอย่าง ก็ใช่ว่าจะกลายเป็น เงื่อนไข หรือ เหตุปัจจัย ให้ต้องหลับกลางอากาศ ต้องนับแปด นับสิบ อย่างที่บรรดาผู้ซึ่งไม่ชอบใจ ไม่ถูกใจในรัฐบาล กำลังฝันหวานกลางฤดูฝน ไปซะทั้งหมด...

                               --------------------------------------------------

      เพราะอย่างที่ใครก็แล้วแต่ เขาเคยพูดๆ เอาไว้นั่นแหละว่า...ใน วิกฤติ ย่อมต้องมี โอกาส แทรกซ้อนอยู่ด้วย ปัญหาอยู่ที่ว่าจะมีใครที่ เข้าถึง-เข้าใจ หรือมีความสามารถในการมองเห็น โอกาส ที่ว่าได้มาก-น้อยเพียงใด เพราะสิ่งที่ว่านี้ มันอาจไม่ได้มีอยู่ในตำราเศรษฐศาสตร์เล่มใดๆ หรือถูกจัดอยู่ในประเภทเศรษฐศาสตร์นอกตำรา ตามทัศนะของนักเศรษฐศาสตร์กระแสหลักทั้งหลาย แต่ภายใต้ทางออกที่กำลังกลายเป็น ทางตัน ในกรรมวิธีแก้ปัญหาเศรษฐกิจแบบเดิมๆ ด้วย เศรษฐกิจแบบใหม่ หรือ เศรษฐศาสตร์แบบใหม่ นี่แหละ อาจกลายเป็นตัว พลิกวิกฤติให้กลายเป็นโอกาส เอาเลยก็ไม่แน่!!!

                             ---------------------------------------------------

      และอันนี้นี่เอง...ที่อาจพอช่วยให้กลิ่นมาดามหอมชื่นใจ ติดตัว ติดทวาร ท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ไปอีกตราบนานเท่านาน เกิดความเย้ายวนใจให้ใครต่อใครตามไปสูดกลิ่นบนเนินเขา ได้อย่างสดชื่น รื่นเริง และกระชุ่มกระชวยไปโดยตลอด ไม่ต้องถูกไล่เหยียบ ไล่กระทืบ โดยพรรคการเมืองใหม่ กลุ่มก้อนใหม่ๆ หรือการต่อต้าน ลุกฮือ การก่อความไม่สงบภายใน ส่วนถ้าต้องเลือกข้าง เลือกฝ่าย อันเป็นแรงกด แรงบีบ จากภายนอกนั้น ถึง วินาทีสุดท้าย ค่อยตัดสินใจอีกที ก็คงไม่ถึงกับสายเกินไป...

                        ---------------------------------------------------------

      ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จาก Epictetus” (อีกครั้ง...และอีกครั้ง)... Fortify yourself with contentment, for this an impregnable fortress.- จงสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ตัวท่านด้วยความสันโดษ (พอเพียง) เพราะนี่คือป้อมปราการที่มิมีผู้ใดจะตีแตก...”.

                 ---------------------------------------------------------


"๘ กรกฎา" ไม่ใช่วัน "แดงเดือด"! แต่เป็น "วันส้มเดือด" หรือ "วันปลอกแตก" ก็ได้เหมือนกัน สุดแต่ใครพอใจเรียกแบบไหน

'การเมืองหน้ากาก' ไทย-สหรัฐฯ
'การเมือง' ที่ไม่มี 'วันพระ'
'การอยู่-การไป' ของสมคิด
หมอชาญชัย"เผยตาหมาก"
ภาพสะท้อน 'อนาคตไทย'
อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'