บันทึกหน้า4


เพิ่มเพื่อน    

      ในที่สุด ทั่นผู้ทรงเกียรติ ก็ได้พ่นน้ำลายในระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 2 ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ถึง 4 ฉบับ ประกอบด้วย พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563, พ.ร.ก.ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563, พ.ร.ก.การรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ.2563 และ พ.ร.ก.ว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2563... แหม! ขอใช้เวลา 5 วันในการถกเรื่องดังกล่าว ซ้ำร้าย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อดีตดาวเด่นสภาเมื่อปี 2552 ยังจะขอใช้อภิสิทธิ์ให้ ศบค.ยกเว้นการประกาศเคอร์ฟิว โดยให้เหตุผลว่าเพราะคนที่ส่งผัก ส่งนมยังยกเว้นให้ได้ ทำไมการประชุมสภาจึงเว้นให้ไม่ได้ พระเจ้าจอร์จ! กาลเวลานี้ช่างน่ากลัวเสียจริง เพราะแค่เวลากว่า 10 ปีเท่านั้นก็ทำให้ ดาวเด่น กลายสภาพมาเป็น ดาวเพ้อ เสียได้...๐ แล้วก็ ไม่สมราคาคุยจริงๆ เพราะแค่เริ่มต้นจากผู้นำฝ่ายค้านโลกลืมอย่าง สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน แล้วตามมาด้วย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. ซึ่งมีหัวโขนในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เรียกว่าไม่มีอะไรใหม่แต่ประการใด นอกจากการใช้สำนวนโวหารไล่มาตั้งแต่ ตีเช็คเปล่า เราเป็นหนี้ไปด้วยกัน เจ็บจนเจ๊ง ซึ่งไม่ต่างจากการอภิปรายแบบขอไปที ซึ่งก็เข้าใจได้ เพราะยามนี้ต้องบอกว่า เพื่อไทย อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการไปต่อหรือหยุดชะงักอย่างมาก...๐ ยิ่ง ล่าสุด ภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กยอมรับแล้วว่าก๊วนคนคุ้นเคย นายใหญ่ ทั้งสหายอ้วน, พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล, นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ได้พบปะหารือที่จะขับเคลื่อนกลุ่ม และอนาคตอาจมีการตั้งพรรคขึ้นมาใหม่ ซึ่งเรียกว่า ส่งสัญญาณชัดแจ้งแดงแจ๋ว่า เรือเพื่อไทย ถึงคราวถูกทิ้งร้างให้กับ หญิงหน่อย สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เสียแล้ว ส่วนเรือใหม่จะชื่ออะไร และจะไปมีเอี่ยวกับ จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติที่ตีฆ้องร้องป่าวมาตั้งแต่ปลายสัปดาห์ว่าจะมีการตั้งพรรคใหม่หรือไม่ต้องคอยจับตาดู...๐ แต่ เชื่อหัว ไอ้เรือง เถอะ น่าจะเป็นสภาพ ไผ่แยกกอ เสียมากกว่า เพราะ ชายอ๋อย เองนั้นเขาก็มีเป้าหมายวาดฝันว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีสักครึ่งหนึ่งในชีวิต เพราะเพื่อนทางการเมืองทั้งหลายในรุ่นราวคราวเดียวกันก็เป็นนายกฯ ไปแล้ว รวมถึงผู้ที่เพิ่งมาลงสนามการเมืองไม่ถึงปีก็ได้นั่งเก้าอี้ตัวนี้แล้ว ฉะนั้นหากจะร่วมเรียงเคียงหมอนกันก็บอกได้คำเดียวว่าต้องมี เก้าอี้ สร.1มาล่อตาล่อใจนะตัวเอง...๐ นี่ก็ไม่เหมือนใคร เมื่อ พรรคก้าวไกลภายใต้บังเหียน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กลับส่ง วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ขึ้นอภิปรายเป็นคนแรก หรือเพราะ พิธา ยังหากระดุมไม่เจอเลยต้องถอยให้เจ้าโวหารและเสียงดังเข้าว่าอย่าง วิโรจน์ นำขบวน ซึ่งก็ ไม่ผิดหวัง มีทั้งคำว่า "บาซูกางบประมาณ" และ แก้ปัญหาแบบอันธพาลคุมซอย ก่อนทิ้งท้ายแบบเอาคณิตศาสตร์มาติติงเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ด้วยการนำมูลค่ามาหารด้วยเนื้อหา 7 หน้า พร้อมบอกว่าคิดเป็นหน้าละ 1.4 แสนล้านบาท มีทั้งสิ้น 148 บรรทัด คิดเป็นบรรทัดละ 6,800 ล้านบาท สงสัยคงอยากได้เอกสารแบบ 1 ล้านล้านหน้าจึงจะเหมาะสมกับมูลค่าเงินกู้เสียละมั้ง...๐ ที่สำคัญ เสียงส่วนใหญ่ของฝ่ายค้านต่างพุ่งเป้าว่าการทำงานล่าช้า โดยเฉพาะการเยียวยา ภาคส่วนต่างๆ พิโธ่! สงสัยฝ่ายคลั่งแค้นจะเป็นประเภทสมองปลาทองมากกว่าหรือเปล่าจ๊ะ เพราะต้องไม่ลืมว่าการจ่าย 5 พันนั้น รัฐบาลบอกว่าจะจ่ายตั้งแต่ปีมะโว้ แล้วเสียงของฝ่ายค้านก็เป็นคนสับเละว่าดีแต่แจก คิดแก้ปัญหาได้แค่นี้ จนทำให้รัฐบาลต้องล้มแผนไป แต่สุดท้ายก็หันกลับมาใช้อีกรอบ ซึ่งก็ถูกต่อว่าต่อขานว่าล่าช้าบ้าง ไม่เพียงพอบ้าง พิโธ่! นี่ต้องบอกว่า มือไม่พาย เอาเท้าราน้ำเสีย อีก...๐ แล้วที่น่าอนาถเข้าไปอีกในอีก 2 พ.ร.ก.ที่ทั่นผู้แทนฯ ต่างวิพากษ์วิจารณ์เป็นตุเป็นตะ จนทำให้ วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องมาชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กแบบสอนหนังสือเด็ก ว่าด้วย พ.ร.ก. 2 ฉบับของแบงก์ชาตินั้นไม่ควรเรียกว่าเป็น พ.ร.ก.กู้เงิน เพราะหัวใจของ พ.ร.ก.ทั้งสองฉบับคือการให้อำนาจ ธปท.เข้าไปบริหารจัดการสภาพคล่องได้ตรงจุดเท่านั้น แหม! อยากจะบอก ส.ส.เสียเหลือเกินว่าหัดทำการบ้านกันบ้างก็น่าจะดี โดยเฉพาะเรื่อง การเงินการคลัง ถ้าไม่รู้จริงก็อย่าพ่นน้ำลายให้เปลืองไฟ เปลืองน้ำ เปลืองภาษี แล้วสุดท้ายกลายเป็นประจานความโง่ของตัวเองเลยนะจ๊ะ...๐.


วันนี้ มีเรื่องน่าสนใจ ๒ เรื่อง เรื่องแรก ๔ ยอดกุมาร "อุตตม-สนธิรัตน์-สุวิทย์-กอบศักดิ์" ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค "พลังประชารัฐ"

ลิงในวิถีที่เหนือคณะก้าวหน้า
'เมย์เดย์..เมย์เดย์' คนเห็นผี!
'การเมืองหน้ากาก' ไทย-สหรัฐฯ
'การเมือง' ที่ไม่มี 'วันพระ'
'การอยู่-การไป' ของสมคิด
หมอชาญชัย"เผยตาหมาก"