ตำรวจรวบยกแก๊งฆ่ายัดกระสอบปุ๋ยฝังดินหนุ่มวัย 23


เพิ่มเพื่อน    

29 พ.ค.63 - ความคืบหน้าคดีฆ่านายวรัญชิต หนูสันทัด อายุ 23 ปี หรือฟิล์ม  ซึ่งหายออกจากบ้านไปตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมาเป็นเวลา 20 วัน และล่าสุดเมื่อคืนนี้พบศพถูกฆ่ายัดใส่ถุงดำและกระสอบ นำไปขุดหลุมฝังไว้ในพงหญ้า ริมถนนสายเอเชีย พื้นที่หมู่ 6 ต.พิจิตร อ.นาหม่อม จ.สงขลา ส่วนรถจักรยานยนต์ของผู้ตายคนร้ายได้นำไปทิ้งในบ่อปลาร้างในพื้นที่หมู่ 1 บ้านทุ่งโหนด ต.นาหม่อม

โดยก่อนที่จะพบศพในช่วงบ่าย 3โมงเมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่ได้เบาะแสสำคัญจากเลสข้อมือซึ่งตกอยู่ข้างขนำในสวนมะพร้าว พื้นที่บ้านนาต้นปีก หมู่8 ต.ทุ่งขมิ้น อ.นาหม่อม จ.สงขลา ซึ่งทีแรกคาดว่าอาจจะถูกฆ่าฟังดินในสวนมะพร้าวเพราะพบชิ้นส่วนกระดูกแต่ปรากกว่าไม่ใช่

ล่าสุดคดีนี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมคนร้ายได้ยกทีมทั้งหมด 5 คนซึ่งทั้งผู้ก่อเหตุและผู้ตายเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันและมั่วสุมเสพยาเสพติดด้วยกัน โดยเมื่อเวลา 15.00 น.วันนี้( 29 พ.ค.63 )ที่ สภ.นาหม่อม จ.สงขลา พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 9,พล.ต.ต.ดำรัส วิริยะกุล รอง ผบช.ภ.9 ,พ.ต.อ.ศักดา เจริญกุล รอง ผบก.สส.ภ.9,พ.ต.อ.ดุสิต พรหมสินธ์ ผกก.สส.ภ.จ.สงขลา ,พ.ต.อ.บรรพต เดชมา ผกก.สส.4 เปิดแถลงข่าว พร้อมลงข่าวรายละเอียดของคดี

โดยผู้ต้องหาทั้ง 5 คนประกอบ นายนัฐศาสตร์หรือนิว  แก้วทองกุล อายุ 24 ปี,   นายวรากร หรือกร  ปานเมือง   อายุ  30  ปี,  นายอภิรักษ์ หรือมิน  สะอาด  อายุ  26 ปี,นายพงศธรหรือโอม  พืชน์ไพฑูรย์  อายุ 23  ปี  และนายกิตติพัฒน์  หรือต้น  แก้วสกูล  อายุ 30  ปี 

ซึ่งเป็นการจับกุมตามหมายจับของศาลจังหวัดสงขลาในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา,  มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพาอาวุธปืนฯ,  ซ่อนเร้น  ย้ายหรือทำลายศพหรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการตาย  หรือเหตุแห่งการตายซึ่งในชั้นการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 5 คนให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

นอกจากนี้หน้าที่ได้ยึดของกลางในคดีนี้อีก 7 รายการ ประกอบด้วยสร้อยข้อมือ ที่พบข้างขนำจุดแรก  อาวุธปืนพกสั้น ขนาด .38 ที่ใช้ยิง กระสุนปืน  ขนาด .38  จำนวน  4 นัด   ซองปืนผ้า  จำนวน  1 ซอง รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า  รุ่นเวฟ 125  สีม่วง  คมค-384  สงขลา  หมายเลขเครื่องมีร่องรอยการขูดลบ   ซึ่งเป็นรถของผู้ตาย  หัวกระสุนปืน ขนาด .38   จำนวน  1  หัว ในศพของผู้ตาย และจอบ  1  เล่ม ที่ใช้ตีหัวผู้ตาย

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เปิดเผยว่าสำหรับคดีนี้มีสาเหตุมาจาก นายวรัญชิต หรือฟิล์ม ผู้ตายมีเรื่องกับ นายนัฐศาสตร์  หรือนิว  หนึ่งในคนร้าย  เพราะนายรัฐศาสตร์ เข้าใจว่า นายวรัญชิต เป็นสายให้ตำรวจไปแจ้งจับแม่ของตนซึ่งถูกตำรวจจับคดียาเสพติดที่บ้านพักก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่องราว 2 สัปดาห์  

ในวันเกิดเหตุซึ่งเป็นคืนวันที่ 10 พฤษภาคม ช่วงตี 3 นายวรัญชิต ได้ส่งข้อความไปหานายนัฐศาสตร์  ซึ่งกำลังนั่งมั่งสุมเสพยาเสพติดกับพวกทั้ง 5 คน อยู่ที่ขนำในสวนมะพร้าวพื้นที่หมู่ 6 ต.ทุ่งขมิ้น  ว่าจะเข้าไปเอายาเสพติด และจังหวะนั้น นายพงศธร หรือโอม ได้นำโทรศัพท์มือถือ ของนายนัฐศาสตร์  ส่งข้อความกลับไปต่อว่า นายวรัญชิต ที่เป็นสายให้ตำรวจ 

และทันทีที่นายวรัญชิต มาถึงขนำก็ได้เดินไปต่อยหน้า นายพงศธร  จากนั้นทั้งหมดจึงรุมทำร้าย นายวรัญชิต ทั้งเตะและใช้จอบตีเข้าที่ศรีษะ  ทำให้นายวรัญชิต ต้องวิ่งหนีตายเข้าไปในป่าสวนยางแต่ก็ถูกทั้ง 5 คนวิ่งไปจับตัวกลับมารุมซ้อมและตีด้วยไม้ฟืนจนฟุบกับพื้นและเชื่อว่าน่าจะเสียชีวิตคาดที่

จากนั้นนายวรากร ได้ขับรถจักรยานยนต์กลับไปเอาอาวุธปืน .38 มาจากบ้าน  และร่วมกับนายนัฐศาสตร์ ช่วยกันนำร่างพับขายัดใส่กระสอบและนำถุงพลาสติกสีดำสวมที่บริเวณศรีษะนำร่างพาดกับรถจักรยานยนต์ของผู้ตายพาศพไปทิ้งริมถนนสายเอเชีย ตรงข้ามโรงงานแอสฟัลโชคบัญชา  หมู่ 2  ต.พิจิตร  อ.นาหม่อม   โดยนายวรากร เป็นคนขับรถ ส่วนนายนัฐศาสตร์ นั่งซ้อนท้ายทับศพ  และนายนัฐศาสตร์ ยังได้ใช้อาวุธปืนจ่อยิงซ้ำที่บริเวณศีรษะซ้ำอีก 1 นัดเพื่อให้แน่ใจว่าตายจริง  แล้วจึงขับรถจักรยานยนต์ของผู้ตายไปทิ้งที่บริเวณสระน้ำ บ้านทุ่งโตนด  ม.1  ต.นาหม่อม และโทรศัพท์ให้เพื่อนมารับกลับไปยังขนำที่เกิดเหตุอีกครั้ง  ก่อนแยกย้ายกันหลบหนีในช่วงรุ่งเช้า

กระทั่ง น.ส.อังศุวีร์  ขุนหมุน แม่ของนายวรัญชิต ได้เข้าแจ้งความคนหายไว้ที่ สภ.นาหม่อมเมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา สุดท้ายตำรวจก็ทำการสืบสวนเริ่มจากแค่คนหายธรรมดาจนกลายมาเป็นเหตุฆาตรกรรมสะเทือนขวัญอีกคดี

ด้าน น.ส.อังศุวีร์ แม่ของผู้ตายซึ่งเดินทางมาที่ สภ.นาหม่อมเพื่อดูการแถลงข่าวจับกุมคนร้ายกล่าวทั้งน้ำตาว่าทั้งดีใจที่จับคนร้ายได้และแค้นใจที่ทำไม่ต้องมาทำกับลูกตนแบบนี้ ยืนยันว่าลูกตนไม่ได้เป็นสายให้กับตำรวจที่ทำให้แม่ของนายนัฐศาสตร์หรือนิว ถูกจับ เพราะตำรวจจะไปจับนิวแต่วันนั้นมีแม่อยู่และตำรวจก็พบยาเสพติดอยู่ในบ้านจึงต้องจับกุม

น.ส.อังศุวีร์ บอกว่า ทั้ง5 คนใจดำมากเพราะเป็นเพื่อนกัน โดยเพาะนิวเป็นเพื่อนรักกับลูกชายมากินมานอนที่บ้านเป็นประจำและเรียนห้องเดียวกันตั้งแต่ ป.1 ถึง ป.6  หรือถ้าทั้ง 5 คนจะมาขอขมาหรือมาเคารพศพลูกชายก็ไม่ต้องมาเพราะตนไม่ให้อภัยและจะไม่ยอมความให้ดำเนินคดีจนถึงที่สุด เพราะใจดำเกินไปฆ่าได้แม้กระทั่งเพื่อน ที่สำคัญลูกชายตนยังมีลูกที่ยังเล็กๆอีก 2 คนคนโตปีกว่าส่วนคนเล็กอายุ 20 วันและเพิ่งเห็นหน้าพ่อได้เพียง 3 วันเท่านั้น

และประโยคสุดท้ายที่ น.ส.อังศุวีย์ พูดออกมาและร่ำให้คืออยากกอดลูกอยากให้ลูกมาหาก่อนที่จะเป็นลมล้มฟุบไปต่อหน้าผู้สื่อข่าวและหน่วยกู้ภัยต้องพาตัวไปปฐมพยาบาลที่รถพยาบาล 

นอกจากนี้ระหว่างที่ตำรวจได้ควบคุมตัวทั้ง 5 คนขึ้นไปยัง สภ.นาหม่อม น.ส.อังศุวีร์ ก็ยังตะโกนถามด้วยความแค้นว่าทำกับลูกตนได้อย่างไร

ด้านหนึ่งชาวบ้านในพื้นที่ ต.ทุ่งขมิ้น ซึ่งเดินทางมาดูคดีนี้ที่ สภ.นาหม่อม และส่วนใหญ่ก็รู้จักทั้งคนตายและผู้องต้องหาบอกว่ารู้สึกสะเทือนใจและตกใจที่เกิดเหตุฆ่ากันตายในหมู่บ้านเพราะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ที่สำคัญทั้งคนตายและคนร้ายก็เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันไม่น่าจะทำกันได้

อย่างไรก็ตามในช่วงเช้าของวันนี้ตำรวจพร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 ได้นำตัวนายวรากร หรือกร หนึ่งในผู้ต้องหาไปชี้จุดเกิดเหตุที่ขนำในสวนมะพร้าวที่ได้รุมทำร้ายนายวรัญชิต จนตายเพื่อประกอบคดีด้วย.