'บิ๊กตู่':ผมไม่มักง่าย เซ็งฝ่ายแค้นค้านทุกเรื่อง/'ปชป.-ภท.'เอาแน่ลอยแพพลังประชารัฐ


เพิ่มเพื่อน    


    "บิ๊กตู่" เซ็งฝ่ายแค้น ค้านทุกเรื่อง เอาแต่ด่าว่าโกง ทำเศรษฐกิจพัง แจงกลางสภา ถึงไม่เก่งแต่ก็ไม่แก้ปัญหาแบบมักง่าย  ยืนยันระบบการเงินการคลังประเทศยังเข้มแข็งมาก กองทุนสำรองระหว่างประเทศสูง ย้อนรู้ได้อย่างไรรัฐบาลทุจริต แสดงว่ารัฐบาลก่อนมีการทุจริตใช่หรือไม่ ควรละอายเกรงกลัวต่อการทำบาป   ขณะที่ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย เอาแน่ลอยแพพลังประชารัฐ หนุนตั้ง กมธ.วิสามัญตรวจสอบ พ.ร.ก. 3 ฉบับ
    เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม เวลา 09.30 น. ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีการพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เกี่ยวกับการกู้เงิน ทั้ง 3 ฉบับต่อเป็นวันที่สี่ การอภิปรายดำเนินไปอย่างเรียบร้อย  ส.ส.ฝ่ายค้านและรัฐบาลสลับกันอภิปรายถึงเนื้อหาของ พ.ร.ก. โดยมีรัฐมนตรีคอยตอบข้อซักถามเป็นระยะๆ 
    กระทั่งในช่วงเย็น นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ อภิปรายโดยอาศัยที่นั่งฝั่งพรรคเพื่อไทยว่า  รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลเดียวในประวัติศาสตร์ที่แจกเงินแล้วโดนด่า  ทั้งชิมช้อปใช้ ที่ยืมมือประชาชนเอาเงินรัฐไปให้เจ้าสัว รวมถึงการเอางบกลางกรณีฉุกเฉิน 5 แสนล้านบาทมาใช้จนหมดไปแล้ว ขอตำหนิอย่างรุนแรง ฝีมือทีมบริหารเศรษฐกิจแย่มาก ห่วยแตก ที่ใช้งบกลางหมดไปแล้ว ส่วนเงินกู้ 1 ล้านล้านบาทนั้น ควรนำไปให้กระทรวงสาธารณสุข 1 แสนล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบสาธารณสุขและวัคซีน ส่วนอีก 9 แสนล้านบาทที่เหลือ อย่ามุบมิบโมเม ควรเอามาแจกประชาชนให้ทั่วถึง อย่าเหมารวมเอาการบริหารเศรษฐกิจที่ล้มเหลว แล้วเอาเงินก้อนนี้ไปโปะสิ่งที่ทำผิดพลาดมา ถ้าทำอย่างนี้ ถามตัวเองว่าสมควรอยู่บนแผ่นดินนี้หรือไม่ เพราะประเทศไทยมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ส่วนการดูแลช่วยเอสเอ็มอีที่มีอยู่ 3 ล้านราย ก็ดูแลแค่อยู่แค่ 4-5 แสนราย
     นายมิ่งขวัญกล่าวว่า ส่วนที่รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์อ้างเรื่องการส่งออกทุเรียน มังคุด ลิ้นจี่ ว่าได้ราคาดี ขอบอกว่าทุเรศมาก ทำไมไม่ทำให้ปีนี้คนไทยได้กินมังคุด ทุเรียน ลิ้นจี่ดีๆ ราคาถูก เพราะเมื่อส่งออกไม่ได้ แต่กลับไปขายในห้างแพงๆ เหมือนเดิม คนกลางเสียสละสักปีไม่ได้หรือ คนไทยไม่ได้กินผลไม้ดีๆ มาเป็นสิบปีแล้ว ขอใช้คำวัยรุ่นว่าจะสะเดิร์ฟเอาผลประโยชน์ตรงนี้ไปทำไม สิ่งที่เป็นห่วงคือการเกิดปรากฏการณ์มหัศจรรย์ 4-5 ปี เจ้าสัวบางคนโตมีเงินเป็นแสนล้าน โตมหาศาล   อยากฝากว่า เงินกู้ต้องทำให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุด ถ้าเป็นได้ควรทบทวนเงินที่จะไปพัฒนาสาธารณสุข ต้องให้รางวัลนักรบที่ช่วยให้ได้ชัยชนะ งบประมาณประจำที่อยู่ในงบปกติ อย่าไปเปลี่ยนปกใหม่มายื่นขอเงินกู้ และขอให้ตั้ง กมธ.ตรวจสอบการใช้เงินกู้ หวังว่าเงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาทนี้จะไม่เปิดโอกาสให้เกิดทุจริต ขอสักครั้ง ให้คนไทยทั้งประเทศได้ประโยชน์สูงสุด ส่วนไปตายเอาดาบหน้าจะหาเงินยังไง นายกฯ และ ครม.คงได้ไปคิด
    จากนั้น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ชี้แจงว่า ความจริงนายมิ่งขวัญเคยเป็นอดีต รมว.พาณิชย์ ท่านคงพอทราบว่าการบริหารจัดการพืชผลทางการเกษตรจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสร้างความสมดุล เพราะนอกจากทำให้เกษตรกรขายได้ในราคาสูง ด้านผู้บริโภคก็คาดหวังว่าต้องซื้อในราคาต่ำ ซึ่งเป็นความยากในการบริหารจัดการให้ทั้งสองฝ่ายเกิดความพอใจ
ไม่แก้ปัญหาแบบมักง่าย
    "กระทรวงได้ดำเนินการทั้งสองส่วน ทั้งระบายภายในประเทศและส่งออก และขออนุญาตกราบเรียนว่าจำเป็นต้องดำเนินการส่งออก เหตุเพราะตลาดภายในประเทศไม่มากพอที่จะรองรับผลผลิตของเกษตรกร หากไม่ทำแบบนี้ผลไม้ก็จะล้นตลาด จนที่สุดนำสู่ราคาผลไม้ตกต่ำ" รมว.พาณิชย์กล่าว
    ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ชี้แจงว่า การอภิปราย 3 วันที่ผ่านมา ที่บอกว่ารัฐบาลทำเศรษฐกิจพังจนต้องกู้เงินนั้น ไม่จริง ถ้ามองด้วยความเป็นธรรม เพราะรัฐบาลสามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ยืนยันรัฐบาลทำเต็มที่เรื่องการดูแลเศรษฐกิจ การที่เรากู้ได้ในวันนี้ เพราะหนี้สาธารณะยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ 40% ถ้าไม่มีสถานการณ์โควิด เราคงไม่ต้องมากู้เงิน และเราก็กู้เพียง 1 ล้านล้านบาท แต่หลายคนชอบพูดว่ากู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท พูดย้ำหลายครั้งว่า อีก 9 แสนล้านบาทไม่ได้กู้ แต่ก็ไม่รู้ว่าไม่ฟังหรือไม่สนใจจะฟัง ยืนยันรัฐบาลกู้แค่ 1 ล้านล้านบาท 
    "ยืนยันระบบการเงินการคลังประเทศยังเข้มแข็งมาก กองทุนสำรองระหว่างประเทศสูง ผมอาจเก่งไม่เท่าพวกท่านที่ทำเรื่องเศรษฐกิจมาก่อน แต่มีทีมรองนายกฯ คอยดูแล และผมจริงใจแก้ปัญหา ไม่แก้ปัญหาแบบมักง่าย เราจำเป็นต้องร่วมมือกันในการแก้ปัญหาในสถานการณ์พิเศษ ถ้าค้านทุกเรื่องก็ไปไม่ได้ ไม่มีใครเก่งกว่าใคร ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความร่วมมือ ถ้าทำอยู่แบบนี้ก็เหมือนวัวพันหลัก ขอให้เดินหน้าไปด้วยกัน"
    นายกฯ กล่าวว่า เรื่องการทุจริตนั้น อะไรคือการทุจริต ต้องมีหลักฐาน ไม่ใช่แค่คำบอกเล่า คำบอกต่อ ในโซเชียล ต้องมีการตรวจสอบ มีกระบวนการศาลตัดสิน ส่วนใครหนี ใครถูกขังเป็นเรื่องของบุคคล ถ้ามาบอกว่ารัฐบาลทุจริต อยากถามว่ารู้ได้อย่างไรว่ารัฐบาลจะทุจริต แสดงว่าก่อนหน้านี้มีการทุจริตใช่หรือไม่ การทุจริตต้องแก้จากข้างล่างขึ้นมา ใครมีปัญหาทุจริตต้องถูกดำเนินคดี มีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.), ป.ป.ช., ป.ป.ท.คอยจับตาดูอยู่ ตนไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องคดีความ ยืนยันรัฐบาลมีความตั้งใจแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างจริงจัง ได้ย้ำว่าอย่าให้เกิดการทุจริตโดยเด็ดขาด เพราะสิ่งที่ทำให้เราอยู่ได้คือความโปร่งใส ส่วนเรื่องการให้ประชาชนลงทะเบียนข้อมูลต่างๆ นั้น ถามว่าใครอยากไปล้วงข้อมูล ไม่อยากไปล้วงข้อมูลทางโทรศัพท์ใคร คนเรามีจิตสำนึก ความละอายเกรงกลัวต่อการทำบาป ขอให้ทุกคนมองประเทศเป็นหลัก รัฐบาลจะดูแลประชาชนให้ดีที่สุด
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่นายเกษม ศุภรานนท์ น.ส.ไพลิน เทียนสุวรรณ ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งถือเป็นผู้อภิปรายคนสุดท้ายของวันอภิปรายจบ ด้านนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่สอง ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้สั่งพักการประชุมในเวลา 19.35 น. และให้สมาชิกมาประชุมอีกครั้งในวันที่ 31 พ.ค. เวลา 09.30 น. ซึ่งในวันดังกล่าวจะมีการพิจารณาและลงมติอนุมัติหรือไม่ใน พ.ร.ก.ทั้ง 3 ฉบับ     
    ส่วนด้านนอกห้องประชุมมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ นายชัยธวัช ตุลาธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคก้าวไกล แถลงข่าวถึงข้อเรียกร้องตั้ง กมธ.วิสามัญตรวจสอบการใช้งบประมาณและมาตรการแก้ไขปัญหาภายใต้วิกฤติการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ว่า เราเสนอให้ กมธ.วิสามัญตรวจสอบการใช้งบประมาณครอบคลุมนอกเหนือจากงบ 1 ล้านล้านบาท รวมถึงงบกลางที่จะมีการพิจารณา พ.ร.บ.โอนงบประมาณ พ.ศ.2563 เข้ามาด้วย ซึ่งสูงกว่า 8 หมื่นล้านบาท เป็นสัญญาณที่ดีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรคและพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรค เช่น พรรคประชาธิปัตย์ มีท่าทีสนับสนุนการตั้ง กมธ.วิสามัญชุดนี้ แต่เรายังเป็นกังวลว่ารัฐบาลมีท่าทีสนับสนุนเรื่องนี้หรือไม่ 
ซัด"บิ๊กตู่"ลอยตัว
    เขากล่าวว่า มีข่าวล่าสุดว่าพรรคพลังประชารัฐน่าจะไม่เห็นชอบกับการจัดตั้ง กมธ.วิสามัญชุดนี้ และ พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ในลักษณะลอยตัว อ้างว่าการตรวจสอบการใช้งบมีกลไกตามกฎหมาย และหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบอยู่แล้ว เช่น สตง., ป.ป.ช. และอ้างไม่ใช่เรื่องของท่าน เป็นเรื่องของฝ่ายค้านและรัฐบาล นายกฯ ไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่ง
    ส่วนนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า เรามาถึงยุคที่ไม่อาจไว้วางใจองค์กรตรวจสอบคอร์รัปชัน ในอดีตเราไม่ไว้วางใจสภา แต่วันนี้ทุกสิ่งกลับตาลปัตร เราจำเป็นต้องทำหน้าที่ การที่ พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธการให้ความเชื่อมั่นต่อสังคมว่าจะมีการตั้ง กมธ.นี้หรือไม่ เป็นการส่งสัญญาณไปยังพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่
    อย่างไรก็ตาม พรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคเห็นด้วยกับแนวคิดนี้ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวขอยื่นเรื่องถึงประธานสภาฯ เพื่อขอให้ตั้งญัตติเรื่องตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ โดยนายสาทิตย์ระบุว่าเพื่อตรวจสอบโครงการให้มีการใช้เงินตรงตามวัตถุประสงค์และโปร่งใส โดยระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์ปรึกษากันแล้ว ทั้งอดีตหัวหน้าพรรค กรรมการบริหาร และ ส.ส. ส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดเห็นด้วย และปรึกษาเพื่อน ส.ส. ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านก็เห็นด้วย ถ้ามีการตั้ง กมธ.นี้ รัฐบาลจะแสดงออกถึงความโปร่งใส ใจกว้าง ส่วนที่ ส.ส.บางท่านไม่เห็นด้วย เราพยายามชี้แจงแล้ว น่าจะเป็นไปในทางที่ดี
    ผู้สื่อข่าวถามถึงการพูดคุยกับทางพรรคพลังประชารัฐเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร ส.ส.ตรังตอบว่า ฝากวิปรัฐบาลไปคุย แจ้งกับพรรคพลังประชารัฐแล้ว เขาขอไปพูดคุยกับฝ่ายบริหาร คงชัดเจนภายในวันที่ 31 พ.ค. แต่ที่คุยเป็นการส่วนตัวกับ ส.ส. มีท่าทีเห็นด้วย มีเวลาคิดอีก 3-4 วัน ส่วนตัวคิดว่าเขาคงจะไม่ปฏิเสธข้อเสนอนี้ในทันที คงไม่มีปัญหาอะไร
    เมื่อถามถึงข้อเสนอนี้ซึ่งตรงกับฝ่ายค้าน นายสาทิตย์กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน เราควรตรวจสอบการใช้จ่ายเงิน เป็นเรื่องของตัวแทนประชาชนต้องทำตามหน้าที่ โดยเหตุผลเป็นเรื่องที่รับกันได้ทุกฝ่ายอยู่แล้ว
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อ ส.ส.ประชาธิปัตย์ ผู้ขอเสนอญัตติ นำโดยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย, นายประกอบ รัตนพันธ์, นายเทพไท เสนพงศ์, นายชัยชนะ เดชเดโช, นายอันวาร์ สาและ และนายพนิต วิกิตเศรษฐ ทั้งนี้ มี ส.ส.ลงชื่อสนับสนุนอีก 20 คน อาทิ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน, นายองอาจ คล้ามไพบูลย์, นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ และนางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์
ภูมิใจไทยเอาด้วย
    ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล  ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย และคณะ แถลงข่าวว่า ตนในฐานะ ส.ส. ขอใช้เอกสิทธิ์ร่วมกับ ส.ส.กว่า 20 คน จากหลายพรรคการเมือง เช่น พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล ภูมิใจไทย ประชาธิปัต​ย์ เสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิ​การวิสามัญฯ ทั้งนี้ จากที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้แถลงต่อสภาว่า รัฐบาลตั้งใจใช้งบประมาณเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้เกิดประสิทธิภาพ​ โปร่งใส และชัดเจน ซึ่งมองช่องทางกลไกของรัฐสภา เป็นช่องทางที่ดีที่สุดในการตรวจสอบ รวมถึงเป็นหน้าที่ของ ส.ส. ที่จะตรวจสอบร่วมกับรัฐบาล เพื่อให้การใช้งบประมาณ​เป็นไปตามวัตถุประสงค์​ 
    ส่วนการดำเนินการดังกล่าวมีการหารือกับหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเอกสิทธิ์​ของ ส.ส.ที่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากเป็นเจตนา​ที่ดีในการช่วยเหลือรัฐบาล
    สำหรับท่าทีของพรรคพลังประชารัฐนั้น นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ว่า ในส่วนของรัฐบาลคาดว่า ถ้ามีเวลาเพียงพอจะมีการหารือกัน เพราะเราต้องให้การบ้านรัฐบาลกลับไปทำด้วยว่า หากมีการตั้ง กมธ.วิสามัญ จะต้องมีการเตรียมการอย่างไร หรือถ้าไม่ตั้งอาจจะส่งไป กมธ.สามัญของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งต้องยอมรับว่าวันนี้เราเพิ่งย้ายตึกมาใช้ในส่วนของสภาผู้แทนราษฎร ก็เห็นความไม่พร้อมในหลายอย่าง และในสัปดาห์หน้าก็จะมีการประชุมแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งห้องต่างๆ ก็ยังไม่พร้อม เจ้าหน้าที่ก็ยังเข้ามาดูแลในส่วนนี้ได้ไม่เต็มที่
    นอกจากนี้ ยังมีการตั้ง กมธ.วิสามัญคณะอื่นๆ อีก เช่น กมธ.วิสามัญแก้ไขรัฐธรรมนูญ กมธ.สามัญก็มี 35 คณะ ซึ่งสามารถให้ กมธ.สามัญ เช่น กมธ.การคลัง ที่มีอยู่แล้วรับไปตรวจสอบดูแลก็ได้ หรือหากไม่พอก็มี กมธ.ติดตามงบประมาณ ไปช่วยดูอีกก็ได้ ซึ่งก็น่าจะทำได้ อีกทั้งเรายังมีร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ที่จะส่งมาให้สภาพิจารณา ก็ต้องดูอีกว่าหากรัฐบาลส่งมาแล้ว สภาจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 105 วัน วันนี้รัฐบาลก็กำลังรอให้สภามีความพร้อมอยู่ ส่วนที่มีการเสนอให้ตั้ง กมธ.วิสามัญติดตามงบ ก็ยังไม่เห็นว่าบรรจุอยู่ในระเบียบวาระของสภาเลย ตนจะไปพูดก่อนหน้านั้นมากก็ไม่ได้ แต่ถ้ามีการบรรจุอยู่ในระเบียบวาระ ก็ค่อยมาคุยกันต่อไป
    นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี และประธาน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการตั้ง กมธ.วิสามัญฯ ดังกล่าว เพราะมีหน่วยงานราชการที่น่าเชื่อถือพิจารณาและกลั่นกรองอยู่แล้ว อาทิ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ   สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง รวมทั้งในระดับพื้นที่ จะต้องเสนอผ่านคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัด และกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.น.จ.) กลั่นกรอง  ก่อนเสนอให้ ครม.เป็นผู้อนุมัติโครงการตามที่เสนอมาเท่านั้น โดยนักการเมืองไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง ขณะที่สภาก็มี กมธ.สามัญฯ จำนวน 35 คณะ ซึ่งสามารถทำหน้าที่และสามารถตรวจสอบ พ.ร.ก.กู้เงินทั้ง 3 ฉบับ พวกเราที่เป็น ส.ส.ทุกคน ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ในฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องมั่นใจในระบบราชการที่เข้ามาดูแลงบประมาณตัวนี้ จึงไม่จำเป็นต้องตั้ง กมธ.วิสามัญฯ ให้ขึ้นมาทำงานซ้ำซ้อน เสียเวลาการทำงานกับทุกฝ่าย และรวมทั้งเสียงบประมาณของแผ่นดินเกี่ยวกับเบี้ยประชุมอีกด้วย
    ด้าน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า "เขาเสนอกันในห้อง แล้วก็ตอบรับกันเองในห้องไม่ใช่เหรอ ผมว่าไม่ใช่มั้ง เพราะกลไกมันอยู่ข้างนอกกันเยอะ".