ศรีสุวรรณจ่อร้องนายกฯค้านวัดยานนาวาทุบทิ้งกุฏิสร้างที่จอดรถ


เพิ่มเพื่อน    

 

31 พ.ค. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่วัดยานนาวาหรือวัดคอกควายในอดีต พระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ ได้ทำการรื้อถอนกุฏิโบราณรูปแบบทรงไทย 2 ชั้น ที่เป็นเอกลักษณ์แบบวัดยานนาวาทิ้งไปแล้ว 7 หลังโดยส่วนหนึ่งนำไปทำเป็นที่จอดรถ และตอนนี้กำลังจะทำการรื้อถอนกุฏิอีก 7 หลังและอาคารโรงเรียนพระปริยัติธรรม ที่เป็นเอกลักษณ์แบบวัดยานนาวามีศิลปะปูนปั้นหน้าบรรณอันทรงคุณค่ายิ่งที่เหลืออยู่เป็นชุดสุดท้ายจาก 15 หลังทิ้งไปด้วย ซึ่งปัจจุบันกุฏิทั้งหมดนี้ยังมีพระภิกษุสามเณรพำนักอาศัยอยู่นั้น

ทั้งนี้วัดแห่งนี้ได้ดำเนินการพัฒนาวัดมาอย่างยาวนานอย่างมีพิรุธ เพราะไม่มีโครงการใดแล้วเสร็จเลย ซึ่งสมควรที่จะรีบเร่งดำเนินการส่วนนี้ก่อน ตัวอย่างเช่น 1.การบูรณะพระอุโบสถ ซึ่งเริ่มดำเนินการมาร่วม 10 ปี แล้วแต่ก็ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้างใดๆ 2.การให้บริษัทของเอกชนมาเช่าพื้นที่ดินของวัดยานนาวาด้านทิศเหนือเริ่มดำเนินการมา 10 กว่าปีแล้ว แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่ซึ่งตอนนี้ก็ยังทำอะไรไม่ได้ (น่าสงสัยมาก) และ 3.การก่อสร้างหอศิลป์เฉลิมพระเกียรติฯ ริมฝั่งแม่น้าเจ้าพระยา เริ่มดำเนินการมาจะร่วม 10 ปีแล้ว การก่อสร้างมีเพียงส่วนฐานราก ก็เพิ่งจะโพล่พ้นพื้นผิวดินเท่านั้น และตอนนี้ก็หยุดก่อสร้างมานานแล้ว (น่าสงสัยมาก)

โดยที่วัดยานนาวา มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาแล้ว มีพระอุโบสถเป็นเรือสำเภารูปเจดีย์ ซึ่งกรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานไว้แล้ว แต่มิได้ขึ้นทะเบียนทั้งวัด จึงเป็นการเปิดช่องให้รื้อถอนอาคารโบราณที่ทรงคุณค่าออกไปได้ ซึ่งถ้ากรมศิลปากรจะได้ขึ้นทะเบียนอนุรักษ์ตาม ม.14 แห่ง พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ 2504 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 เสียก่อนโดยเร็ว ก็จะเป็นการอนุรักษ์และปกป้องคุ้มครองป้องกันโบราณสถานแห่งนี้เอาไว้ให้อยู่คู่วัดยานนาวาต่อไปได้ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอบู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเคยมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับโบราณสถานความตอนหนึ่งว่า “การสร้างอาคารสมัยนี้ คงจะเป็นเกียรติสำหรับผู้สร้างคนเดียว แต่เรื่องโบราณสถานนั้นเป็นเกียรติของชาติ อิฐเก่าๆ แผ่นเดียวก็มีค่าควรช่วยกันรักษาไว้.... ไม่ควรจะเอาของใหม่ไปปนกับของเก่า ควรจะรักษาของเก่าไว้เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับจิตใจของพลเมือง และสิ่งเหล่านี้เป็นมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษ จึงควรรักษาไว้”

ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความไปร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อขอให้สั่งการให้มีการตั้งกรรมการสอบวัดดังกล่าว รวมทั้งระงับการรื้อถอนกุฏิและอาคารปริยัติธรรมดังกล่าวเสีย และห้ามก่อสร้างอาคารสิ่งแปลกปลอมใหม่ๆขึ้นในวัดดังกล่าว โดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันจันทร์ที่ 1 มิ.ย. 2563 เวลา 10.30 น. ณ ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ ตึก กพร.เดิม ทำเนียบรัฐบาล


โรงเรียนเปิดเทอมเมื่อวาน (๑ ก.ค.๖๓) ท่านเห็นอะไร? ทุกคนจะบอก..... เห็นเด็กนักเรียนไปโรงเรียน เห็นรถติด เห็นเด็กอนุบาลร้องไห้ เห็นผู้ปกครองอุ้มลูก-จูงหลานไปส่งโรงเรียน

อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'
การเมืองเรื่อง 'คิดกันไปเอง'
ว่าด้วยเรื่อง"ลูกหลานจัญไร"
วิบากแห่งกรรม ๑๓ ปี
สำนึกรักจาก ผบ.และอดีต ผบ.ทบ.
มรดก ๘๘ ปีคณะราษฎร