'จตุพร'ฝากความหวังในมือปชช.ตรวจสอบเงินกู้ มองขาดตั้งกมธ.แค่การแสดงสกัดโกงไม่ได้


เพิ่มเพื่อน    

 31 พ.ค.63- ที่สถานีโทรทัศน์พีซทีวี มีการจัดรายการลมหายใจพีซทีวี เวทีทัศน์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. กล่าวตอนหนึ่งว่า การอภิปราย ร่างพระราชกำหนดเงินกู้ 3 ฉบับ และสิ่งที่ฝ่ายค้านและรัฐบาลบางคนพยายามนำเสนอว่าควรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นเพื่อมาตรวจสอบการใช้เงินจำนวน 4 แสนล้านบาท ส่วนตัวมองว่า ตั้งไม่ตั้งก็มีค่าเท่ากัน ที่ตั้งขึ้นมานั้นในประวัติศาสตร์ทางการเมืองมองไว้ 2 เรื่องคือ ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา และขอแบ่งด้วย เป็นไปได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง หวังว่าเจตนาของการตั้งกรรมาธิการฯเพื่อการตรวจสอบแต่ทั้งหมดคือการแสดงไม่เชื่อว่าตั้งกรรมาธิการตรวจสอบฯแล้วจะไม่มีการโกงเกิดขึ้น 

นายจตุพร กล่าวว่า แต่เชื่อว่าขบวนการตรวจสอบภาคประชาชนและโลกสื่อสารไร้พรมแดนจะมีพลานุภาพมากว่าการทำงานของคณะกรรมาธิการตรวจสอบฯ ดังนั้นจะมีหรือไม่กรรมาธิการตรวจสอบก็ตาม ต้องฝากความหวังไว้ที่ประชาชนและต้องเป็นหูเป็นตา เพราะเงินจำนวนนี้คือเงินของประชาชน คือหนี้ของประชาชน ที่ต้องเฝ้าติดตาม ตรวจและต้องกล้าที่จะพูด

นายจตุพรกล่าวด้วยว่า การกู้เงินรอบนี้ก็เพื่อจะรอกู้กันอีกรอบตอนพิจารณางบประมาณรายจ่ายปี2564 ซึ่งปีงบประมาณคือวันที่ 1 ตุลาคม2563 ก็ต้องกู้อีกหลายแสนล้าน เพราะการจัดทำงบประมาณแผ่นดิน ก็เป็นการจัดทำแบบงบประมาณแผ่นดินแบบขาดดุล และแน่นอนที่สุดในทางการเมืองคนที่ใช้เงิน กับคนใช้หนี้มักจะเป็นคนละคนกันเสมอ สภาพประเทศ ซึ่งพยายามจะออกแบบว่ายุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีนั้น เชื่อว่าเป็นการสะสมหนี้ตามลำดับและภาวะเศรษฐกิจที่เสื่อมเวลานี้ ทำให้สภาพสังคมเสื่อมไปแทบทั้งหมด มีแต่ข่าวสังคมแย่ๆ 

ประธานปช. ระบุว่า วันนี้เราอยู่ในสถานการณ์บ้านเมือง ที่บางครั้งพอดูแล้ว มันก็คือการแสดงกันทั้งนั้น อย่าไปอินว่ามันใช่กันทั้งหมด ตนเองเคยพลัดหลงไปในดงละครหลายครั้ง ไม่ค่อยจะผลีผลามใดๆทั้งสิ้นในสถานการณ์ทางการเมืองแบบนี้ เพราะที่เห็นกันอยู่บนกระดานปัจจุบันยังไม่ใช่คำตอบ มันก็ยังเป็นการแสดงกันอยู่และทุกคนต่างก็รู้ว่า ขณะนี้เลือกตั้งไปก็เท่านั้น ตราบใดรัฐธรรมนูญเป็นอย่างนี้ปัญหาก็ยังไม่จบ

นายจตุพร ระบุว่า บอกได้เลยว่าเงินจำนวน 4 เเสนล้านนั้น หากตำน้ำพริกละลายแม่น้ำก็ทำได้ หากไม่ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ จะมาหยุดความเดือดร้อนของประชาชนเฉพาะหน้านั้น ไม่เชื่อว่า เงินจำนวน 4 แสนล้านบาท จะไปสร้างอนาคตอะไรได้ เพราะภาวการณ์ต่างๆไม่เอื้อว่า เงินจำนวน 4 แสนล้านที่ว่านี้จะไปฟื้นเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่ เเม้แต่นักธุรกิจที่ร่ำรวยมหาศาลยังบอกว่านี่หนักกว่าวิกฤตต้มยำกุ้งหลายเท่า และทุกคนต่างก็รู้ว่าเป็นเพียง แค่ยาชาชั่วคราวเท่านั้นเพียงเพียงแต่จะฉีดกันตรงจุดได้หรือไม่ เนื่องจากปัญหารออยู่ข้างหน้าโดยเฉพาะในพรรคร่วมรัฐบาลก็รอปรับคณะรัฐมนตรี.

นายจตุพรกล่าวด้วยว่า การเมืองในรอบหน้าภายใต้กติกาอันนี้จะเหนื่อยหนักยิ่งกว่าเดิม ฝ่ายค้านก็ต้องกระจายรัฐบาลเองก็ต้องกระจายเพื่อมาจัดสำรับไพ่ใหม่กันหมด เท่าที่ดูปรากฏการณ์ขณะนี้ เห็นอย่างชัดเจนว่าแต่ละฝ่ายก็กระจายกันเพราะถูกออกแบบไว้อย่างนั้น เหมือนที่เคยบอกว่ารวมกันแพ้แยกกันชนะ ยังเป็นปรากฏการณ์เช่นนี้ และต่อให้พรรคการเมืองรวมกันยังไงก็ไม่ได้ 376 เสียง หรือได้ 376 เมื่อประชุมรัฐสภาก็แพ้เสียงส.ว.อยู่ดี หากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ต้องใช้เสียงส.ว.1ใน3 คือ 84 คน และเป็นไปได้ยากที่ส.ว.จะโหวตเพื่อตัดอำนาจตัวเอง

นายจตุพร ระบุด้วยว่า  ดังนั้นละครฉากนี้ตั้งแต่ฉากรัฐธรรมนูญ ตั้งกรรมาธิการการศึกษาแค่เพื่อซื้อเวลาเท่านั้น เพราะใครก็รู้ว่าต่อให้ศึกษาเสร็จก็ไม่ได้แก้รัฐธรรมนูญ เพราะในอดีตมีตัวอย่างมาแล้วที่สุดท้ายก็ไม่กล้าโหวตวาระ 3 อย่างไรก็ตาม นักการเมือง ต้องรู้เช่นกันว่าภาวะเช่นนี้ประชาชนมีความยากลำบาก ส่วนที่แสดงกันไปมาก็ว่ากันไป เพียงแต่สอดคล้องกับความเดือดร้อนของประชาชนหรือไม่ ดังนั้นขอให้คิดดีๆ หากคิดไม่ดี เดี๋ยวก็จะถูกให้พ้นกระดานกันทั้งหมด.


"๘ กรกฎา" ไม่ใช่วัน "แดงเดือด"! แต่เป็น "วันส้มเดือด" หรือ "วันปลอกแตก" ก็ได้เหมือนกัน สุดแต่ใครพอใจเรียกแบบไหน

'การเมืองหน้ากาก' ไทย-สหรัฐฯ
'การเมือง' ที่ไม่มี 'วันพระ'
'การอยู่-การไป' ของสมคิด
หมอชาญชัย"เผยตาหมาก"
ภาพสะท้อน 'อนาคตไทย'
อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'