เมื่ออเมริกันเผาเมือง


เพิ่มเพื่อน    

    น่าดูชม!
    รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ จะจัดการกับม็อบ ทวงความเป็นธรรมให้กับ "จอร์จ ฟลอยด์" ชายผิวสีเหยื่อความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเมืองมินนีแอโพลิสอย่างไร
    เพราะเวลานี้ลามไปค่อนประเทศแล้ว
    ความรุนแรงก็เท่าที่เห็นตามข่าว เริ่มจะบานปลาย มีพวกสวมรอย กลายเป็นเผาเมือง ปล้นสะดม
    หลายประเทศเริ่มจะออกคำเตือนไปยังพลเมืองของตนเอง ให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ชุมนุม
    สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน เองก็แจ้งคนไทย
    ...การก่อเหตุจลาจลลุกฮือในเมืองต่างๆ ทั่วสหรัฐ และการชุมนุมประท้วงในหลายเมืองได้บานปลายจนมีการใช้ความรุนแรง การปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และการทำลายทรัพย์สินธุรกิจการค้านั้น ขอให้ชุมชนไทยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการชุมนุมประท้วงโปรดติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานภาครัฐท้องถิ่น
    พร้อมทั้งใช้ความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเข้าไปใกล้พื้นที่ที่มีการชุมนุมประท้วงและพื้นที่เสี่ยงอื่นๆ โดยไม่จำเป็น....
    ครับ...คุ้นๆ เพราะสถานทูตต่างชาติ รวมทั้งอเมริกาเคยเตือนพลเมืองของตนเอง เมื่อครั้งเกิดวิกฤติเผาบ้านเผาเมืองในกรุงเทพฯ
    เหตุการณ์ที่ไทยเมื่อปี ๒๕๕๓ ต้องใช้ทหารเข้าระงับเหตุการณ์ เพราะมีกองกำลังติดอาวุธชุดดำ ใช้อาวุธสงคราม ทั้งที่ขนมาเอง และปล้นจากเจ้าหน้าที่ ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐ
    ที่อเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์ เองก็ขู่จะส่งกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิเข้าระงับเหตุ
    สอดคล้องกับรัฐมินนิโซตา ใช้คำสั่งเรียกกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิแล้วเป็นครั้งแรกนับแต่สงครามโลกครั้งที่สอง
    ส่วนกระทรวงกลาโหมสหรัฐยืนยันถึงการระดมกำลังสารวัตรทหารหลายร้อยนาย เตรียมเดินทางไปยังเมืองมินนีแอโพลิส
    ขณะที่หลายรัฐเริ่มขยับ สั่งทหารให้อยู่ห่างจากตัวเมืองไว้ก่อน เกรงมีพวกสวมรอย
    สถานการณ์จะพัฒนาไปถึงขั้นไหน ยากจะคาดเดาได้
    แต่ "โดนัลด์ ทรัมป์" สรุปแล้วว่า การชุมนุมบานปลายไปมาก เลยการทวงความเป็นธรรมให้กับ "จอร์จ ฟลอยด์" แล้ว
     เราคนไทยได้แต่เฝ้ามองว่า รัฐบาลต้นแบบประชาธิปไตยของโลก จะจัดการกับการชุมนุมครั้งนี้อย่างไร?
    การชุมนุมที่เริ่มต้นจากความขัดแย้งทางสีผิว ความเหลื่อมล้ำทางสังคม กลายไปเป็นการก่อจลาจล เผา และปล้นสะดม 
    บวกกับสาเหตุสำคัญคือความขัดแย้งกับเจ้าหน้าที่รัฐ
    ไม่ว่า "โดนัลด์ ทรัมป์" จะเลือกแก้ปัญหาแบบไหน วิธีการแก้ปัญหานั้นก็จะกลายเป็นต้นแบบของการแก้ปัญหาลักษณะเดียวกันนี้ในประเทศอื่นๆ ด้วยเช่นกัน
    ความถูกต้องชอบธรรมก็คงมีการวิพากษ์กันในระดับโลก
    องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนระดับโลกก็ควรมีท่าทีที่ชัดเจน ทั้งกรณีคนผิวสีถูกกระทำ และการก่อจลาจล เผา และปล้นสะดม จะเลือกแสดงบทบาทด้านหนึ่งด้านใดมิได้ เพราะจะเป็นการให้ท้ายอีกด้าน
    และนี่คือของจริงที่รัฐบาลสหรัฐต้องจัดการ 
    หลังเอาแต่ตำหนิชาติอื่นรวมทั้งไทยมานาน.


จัดหนักจัดเต็มทั่วหน้า ไม่มีคำว่าสองมาตรฐาน อ่านบทความอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ ใน www.thaipost.net วานนี้ มองเห็นหลายๆ เรื่องในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ได้ชัดเจนขึ้น

"ทักษิณ" ท้ารบ "จตุพร"
หมาเยี่ยวรดภูเขาทอง
บาปหนาของคณะราษฎร
'ท่านสส.ครับ...โปรดฟังสักนิด'
เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'