เปิดลิสต์นักกฎหมายชื่อดัง ลงเลือกตั้ง 'กรรมการเนติบัณฑิตยสภา' ชุดใหม่


เพิ่มเพื่อน    

1 มิ.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนติบัณฑิตยสภาในพระบรมราชูปภัมภ์ จะดำเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการเนติบัณฑิตยสภาชุดใหม่แทนคณะกรรมการชุดเดิม ที่จะหมดวาระลงในวันที่ 11 ก.ย. 2563 มีกำหนดส่งบัตรเลือกตั้งให้สมาชิกวันที่ 18 มิ.ย. นี้ โดยให้ส่งบัตรลงคะแนนคืนภายในวันที่ 28 ส.ค. นี้ ก่อนเวลา 16.30 น. และตรวจนับคะแนนวันที่ 29 ส.ค. นี้

บัตรเลือกตั้งกรรมการเนติฯ จะมี 4 ประเภท ดังนี้ 1.สีฟ้า ประเภทข้าราชการตุลาการ 2.สีชมพู ประเภทข้าราชการอัยการ 3.สีเหลือง ประเภททนายความ 4.สีเขียว ประเภทบุคคลอื่น โดยภายในซองบัตรเลือกตั้งแต่ละประเภทจะประกอบด้วยบัญชีรายชื่อสามัญสมาชิกผู้มีสิทธิ์ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการเนติฯ และส่งไปรษณีย์สำหรับใส่บัตรเลือกตั้ง เพื่อส่งกลับมายังเนติบัณฑิตยสภา ซึ่งสามารถเลือกตั้งกรรมการเนติฯ จากบุคคลในประเภทของตนจำนวนไม่เกิน 5 คน

สำหรับเนติบัณฑิตยสภาฯ เป็นองค์การอิสระ ที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล ถือเป็นสถาบันสำคัญที่มีบทบาทส่งเสริมการศึกษาและการวิจัยด้านวิชาการของการประกอบอาชีพทางกฎหมาย รวมทั้งจัดหาทุน ส่งเสริมความสามัคคีและผดุงเกียรติของสมาชิก รวมถึงมีการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย มีคณะกรรมการ 23 คน ประกอบด้วย ประธานศาลฎีกาเป็นนายกเนติบัณฑิตยสภา ประธานศาลอุทธรณ์เป็นอุปนายกคนที่ 1 และอัยการสูงสุดเป็นอุปนายกคนที่ 2 คณะกรรมการที่เหลือ 20 คนมาจากการเลือกตั้ง ทั้งจากสายตุลาการ อัยการ ทนายความ และบุคคลอื่น สายละ 5 คน โดยกรรมการมีวาระ 4 ปี 

การเลือกตั้งกรรมการเนติฯ ประจำปี 2563 ที่น่าจับตามอง ในส่วนของสายศาล เป็นผู้พิพากษาสายวิชาการ ที่เป็นอาจารย์สอนในเนติฯ มาหลายสิบปี ได้แก่ นายธานี สิงหนาท ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา ซึ่งเป็นอาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญวิชาพยาน สอบได้อันดับ 1 ผู้ช่วยผู้พิพากษา มีโอกาสได้ขึ้นเป็นประธานศาลฎีกา,นายเอื้อน ขุนแก้ว ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา สอบได้อันดับ 1 เนติฯ และผู้ช่วยฯ รุ่น 32 เป็นผู้พิพากษาสายวิชาการที่เขียนตำราหลายเล่ม โดดเด่นในกฎหมายล้มละลาย, นายประเสริฐ เสียงสุทธิวงศ์ อธิบดีศาลแพ่งตลิ่งชัน เป็นเลขาฯ สำนักอบรมและศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาคนปัจจุบัน และเป็นอาจารย์เนติฯ หลายสิบปี, นายทองธาร เหลืองเรืองรอง ผู้พิพากษาศาลฎีกา และนายอำนาจ พวงชมพู ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ อดีตอธิบดีศาลอาญาคดีทุจริตฯ คนแรก ซึ่งเป็นอาจารย์นักกฎหมายที่มีบุคลิกใจดี สมถะ ผู้คนนับถือ ทั้ง 5 คน เป็นทีมเดียวกัน นอกจากนี้ ยังมีนายวิบูลย์ แสงชมพู ผู้พิพากษาศาลฎีกา ซึ่งเป็นคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) และอดีตกรรมการตุลาการ (ก.ต.) ที่น่าจับตามอง

สายอัยการ ปีนี้สู้กันดุเดือดกว่าสายอื่นๆ อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในรอบหลายสิบปี อีกทั้งเลขาฯ สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ปีนี้มีกำหนดต้องมาจากอัยการ ซึ่งทีมที่มาแรงคงไม่พ้นทีมของนายสิงห์ชัย ทนินซ้อน อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา ซึ่งมีคิวต่อไปจะขึ้นตำแหน่งอัยการสูงสุด, นายชัชชม อรรฆภิญญ์ อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ, นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรี และเป็นอัยการชื่อดังบนหน้าสื่อ, นายมั่นเกียรติ ธนวิจิตรพันธ์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน และ น.ส.นารี ตัณฑเสถียร รองอธิบดีอัยการสำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย ทั้ง 5 คนเป็นทีมเดียวกัน

ส่วนบุคคลอื่นที่มีโอกาสเข้ามาเป็น 1 ใน 5 ได้แก่ มล.ศุภกิตต์ จรูญโรจน์ อัยการพิเศษฝ่ายพัฒนากฎหมาย เนื่องจากโดดเด่นงานบริหารและงานวิชาการ เป็นอาจารย์ผู้บรรยายกฎหมายที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, รามคำแหง และอื่นๆ เป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการรองอัยการสูงสุดและอัยการสูงสุดมาหลายสมัยติดต่อกัน ในปัจจุบันมีบทบาทในการผลักดันให้มีการปรับปรุงโครงสร้างและตำแหน่งของอัยการมาโดยตลอด รวมทั้งสิทธิประโยชน์ ค่าตอบแทน และกรอบอัตรากำลัง ทั้งมีนโยบายมุ่งผลักดันนำระบบดิจิทัลเเละนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้บริหารจัดการความรู้ของเนติบัณฑิตยสภาสู่ระบบออนไลน์

นางพฤฒิพร เนติโพธิ์ อธิบดีอัยการสำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย เป็นอัยการคุณภาพที่มีผลงานโดดเด่นทั้งในด้านสายงานวิชาการและสายงานบริหาร เป็นกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติสาขานิติศาสตร์ อาจารย์สอนกฎหมายที่เนติบัณฑิตยสภา อยู่ในสายงานให้คำปรึกษาและตรวจร่างสัญญาของรัฐมากว่า 20 ปี มีบทบาทสำคัญในการรักษาประโยชน์ของรัฐในการตรวจร่างสัญญาและเจรจาต่อรองโครงการรถไฟฟ้า 3 สนามบิน และโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ ของอีอีซี ที่ลงเลือกตั้งมีนโยบายเด่นมุ่งผลักดันให้อัยการมีบทบาทในเนติบัณฑิตยสภามากขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในสายอัยการยังมีบุคคลที่น่าจับตาอย่างมาก เช่นนายชาตรี สุวรรณิน ผู้ตรวจการอัยการ และนายศักดา ช่วงรังษี รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ และรองเลขาธิการสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ซึ่งมีบทบาทสำคัญเเละเป็นที่นับถือในหมู่อัยการอย่างมาก ที่อาจจะเบียดเข้าวินได้ การเลือกตั้งกรรมการเนติฯ สายอัยการจึงน่าจับตามากกว่าสายอื่นในเรื่องการแข่งขัน

สายทนายความแข่งขันดุเดือดไม่แพ้กัน ทีมที่น่าสนใจมี 3 ทีม ทีมละ 5 คนที่น่าจับตา คือ 1.ทีมนายกสภาทนายความคนปัจจุบัน ที่นำโดย ว่าที่ร้อยตรี ดร.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความ 2 สมัยติดต่อกัน 2.ทีมว่าที่ พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง กรรมการฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย เนติบัณฑิตยสภา และอดีตผู้บริหารสภาทนายความชุดที่เเล้ว 3.ทีม ศ.(พิเศษ) ดร.เดชอุดม ไกรฤทธิ์ อดีตนายกสภาทนายความหลายสมัย สายทนายความนี้ในช่วงต้นมองว่ายังประเมินผลกันยากว่าทีมไหนมีโอกาสได้รับเลือก มีแนวโน้มว่าทนายความอาจจะเลือกเป็นรายบุคคลของแต่ละทีมผสมกันมากกว่าเลือกยกทีม

ส่วนสายบุคคลทั่วไป ซึ่งเป็นสายที่คาดว่าจะมีสมาชิกที่ลงคะแนนมากที่สุด เพราะประกอบไปด้วยผู้มีความรู้ทางกฎหมายในหลายหน่วยงานที่ไม่ได้อยู่ใน 3 ประเภทข้างต้น ในสายบุคคลทั่วไปนี้มีทีมที่มีความโดดเด่นมาก มีโอกาสได้รับเลือกยกทีม เนื่องจากสมาชิกแต่ละคนมีชื่อเสียงในวงการนักกฎหมายของประเทศ 5 คน ประกอบด้วย นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ อดีตอัยการสูงสุด ที่ยังมีบารมีได้รับความนับถือและนิยมในหมู่อัยการ รวมถึงลูกศิษย์นักกฎหมายที่มีจำนวนมากไม่เสื่อมคลาย ทั้งยังเป็นอาจารย์สอนที่เนติฯ มาอย่างยาวนานหลายสิบปี, นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมคนปัจจุบัน ที่มีบทบาทการบริหารงานของสำนักงานศาลฯ ที่โดดเด่น สร้างผลงานใหม่ๆ ให้ศาลยุติธรรม อาทิ การผลักดันก่อตั้งตำรวจศาล (คอร์ทมาแชล) สำเร็จ มีผลงานวิชาการ และการนำระบบดิจิทัลมาใช้พัฒนาศาลยุติธรรม ส่งผลให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยรวดเร็ว ประหยัด ซึ่งเป็นการเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้ประชาชนเข้าถึงศาลยุติธรรมได้ง่ายกว่าในอดีต, ดร.เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์ แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปรมาจารย์ด้าน วิ.อาญา ที่มีลูกศิษย์ให้ความเคารพนับถือทั่วประเทศ, นายสมชาย จุลนิติ์ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ซึ่งเคยได้รับความไว้วางใจเป็นทั้ง ก.ต. และ ก.บ.ศ.ในศาลยุติธรรม และ ศ.(พิเศษ) ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ที่ได้รับการรับรองสถานภาพเป็นองค์กรเครือข่ายสหประชาชาติด้านกระบวนการยุติธรรม แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นอดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม


"๘ กรกฎา" ไม่ใช่วัน "แดงเดือด"! แต่เป็น "วันส้มเดือด" หรือ "วันปลอกแตก" ก็ได้เหมือนกัน สุดแต่ใครพอใจเรียกแบบไหน

'การเมืองหน้ากาก' ไทย-สหรัฐฯ
'การเมือง' ที่ไม่มี 'วันพระ'
'การอยู่-การไป' ของสมคิด
หมอชาญชัย"เผยตาหมาก"
ภาพสะท้อน 'อนาคตไทย'
อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'