ธรรมชาติทางการเมือง


เพิ่มเพื่อน    

      อือมม์ม์ม์...ถ้าดูจากอากัปกิริยา จากลักษณะการโดยรวมๆ การพ้นสภาพจากตำแหน่ง หัวหน้าพรรค และ เลขาธิการพรรค พลังประชารัฐ ของท่านรัฐมนตรีคลัง อุตตม สาวนายน และท่านรัฐมนตรีพลังงาน สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ สองกุมารผู้ถือเป็นมือซ้าย-มือขวา ของท่านรองนายกฯ ป๋าดัน-สมคิด คงไม่ได้เกิดจากความยินยอม พร้อมใจ ซักเท่าไหร่ แต่น่าจะมาจากการถูกกระทำ หัตถการ ตั้งแต่ต่ำกว่าช่วงเอวลงไป หรือถูก บีบไข่ ซะล่ะมากกว่า...

                             -------------------------------------------

      ซึ่งก็แน่ล่ะว่า...หากเอาอารมณ์-ความรู้สึก แบบปุถุชนคนธรรมดา แบบเราๆ-ทั่นๆ การบีบไข่ หรือถูกบีบไข่นั้น ย่อมเป็นอะไรที่ออกจะเจ็บปวด รวดร้าว ทรมาน อย่างเป็นพิเศษ อาจถึงขั้นหน้าเขียว-หน้าเหลือง เป็นลมล้มพับ หมดสติเอาง่ายๆ แต่สำหรับบรรดาสัตว์หายาก หรือสำหรับ มนุษย์พันธุ์พิเศษ อย่างพวก นักการเมือง แล้ว สิ่งเหล่านี้...ย่อมต้องถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาไม่ว่าสำหรับผู้บีบ หรือผู้ถูกบีบ หรืออาจถือเป็น ธรรมชาติทางการเมือง ที่ไม่ว่าใครซึ่งคิดอยู่ในเส้นทางสายนี้ ย่อมต้องถูกล้วง ถูกบีบ แบบหนักบ้าง เบาบ้าง ปวดมาก ปวดน้อย ไปตามสภาพข้อเท็จจริงทางการเมืองอย่างมิอาจปฏิเสธ...

                        ----------------------------------------------

      ไม่ว่าจะล้วง จะบีบ แบบชนิดเปิดเผย บริสุทธิ์ใจ ตรงไป-ตรงมา อย่างเช่นการล้วง การบีบ สไตล์ รำรี มามะ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนราธิวาส ที่เคยแอบเข้าไปข้างหลังอดีตรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง นาย ทนง พิทยะ หรือ ทนง ลำไย ในห้องน้ำรัฐสภา ก่อนเอื้อมมือไปสำรวจว่าลำไยกะโหลก หรือลำไยธรรมดาๆ เล่นเอากะโหลกอาตมาเคล็ดขัดยอกไปพอสมควร หรือจะล้วง จะบีบ แบบออกไปทางซ่อนเร้น ไม่เปิดเผยตรงไป-ตรงมา ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน เพื่อนทรยศ จนแทบเดาไม่ออก สรุปไม่ได้ ว่าใครบีบใคร ใครล้วงใครกันแน่ เพราะต่างเคยบีบ เคยล้วงกันและกันมาโดยตลอดตามธรรมชาติทางการเมือง หรือตามข้อเท็จจริงอันมิอาจปฏิเสธ อย่างที่ว่าไปแล้วนั่นแล...

                       ---------------------------------------------------

      ด้วยเหตุนี้...การถูกกระทำหัตถการตั้งแต่ช่วงเอวลงไป ของหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ จึงไม่ได้ถึงกับเป็นเรื่องแปลก เรื่องใหม่ ส่วนจะเป็นเรื่องน่าเกลียด น่าทุเรศ หรือไม่ อย่างไร อันนั้น...คงต้องขึ้นอยู่มาตรฐานสมบัติผู้ดีของแต่ละปัจเจกบุคคล ที่ต้องไปตัดสินวินิจฉัยกันเอาเอง ซึ่งนั่นก็คงไม่ถึงกับทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางด้าน ปริมาณ และ คุณภาพ ภายในพรรคแกนนำรัฐบาลพรรคนี้แต่อย่างใด คือไม่ว่านักการเมืองรายหนึ่ง รายใด จะหันไปเปิดมุ้ง เข้ามุ้ง กับกลุ่มไหน ต่อกลุ่มไหน แต่ก็น่าจะยัง ไม่เปลี่ยนอุดมการณ์ ที่ต้องเป็นรัฐบาล หรือต้องให้ใครในกลุ่ม ในมุ้งของตัวเอง เป็นรัฐมนตรีกระทรวงโน้น กระทรวงนี้ ให้จงได้ อันน่าจะทำให้ ปริมาณเสียง สนับสนุนรัฐบาล คงไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ไม่ได้ไหลทะลักออกไปสนับสนุนฝ่ายค้าน หรือยังคงปริ่มน้ำ สำลักน้ำ ต่อไปได้เรื่อยๆ...

                                 ------------------------------------------------

      ส่วนในเรื่อง คุณภาพ นั้น...คงไม่ต้องเสียเวลาบรรยายสรรพคุณ คือจะไปเอาอะไรมากก็คงมิได้ เนื่องจากการก่อกำเนิด เกิดขึ้นมาเป็นรูป เป็นร่าง เป็นตัว เป็นตน ของพรรคการเมืองพรรคนี้ตั้งแต่แรก หรือตั้งแต่ สองกุมาร ของท่านรองนายกฯ สมคิด ถูกมอบหมายให้เข้ามารับภาระ ทำหน้าที่ต่อท่อเข้าไปใน บ่อเกรอะ ของพรรคการเมืองอื่นๆ เพื่อดูดอุจจาระแต่ละก้อนเข้ามารวมกัน จนกลายเป็นพรรคพลังประชารัฐในท้ายที่สุด การเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และผู้บริหารพรรค มันคงไม่ได้ทำให้คุณลักษณะ หรือคุณสมบัติของอุจจาระ เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมแต่อย่างใด คือยังไงๆ...มันคงต้องเหม็นเหมือนเดิมอยู่แล้วนั่นเอง...

                       ---------------------------------------------------

      ดังนั้น...ต้องถือเป็นเรื่องถูกแล้ว ชอบแล้ว ที่ท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ท่านได้โซเชียล ดิสแทนซิง หรือได้กำหนด ระยะห่างทางสังคม กับพรรคที่แม้จะมีฐานะเป็นแกนนำรัฐบาลมาตั้งแต่ต้น คือพร้อมเป็นนายกฯ ตามการเสนอชื่อ ตามการสนับสนุนของพรรค แต่ก็ไม่ถึงกับต้องไปคลุกคลี ตีโมง ไปมีสถานะ มีตำแหน่งหนึ่ง ตำแหน่งใด ภายในพรรค อันอาจกลายเป็นการเปิดช่อง เปิดโอกาส ให้ตัวเองอาจถูกล้วงไข่ บีบไข่ เอาง่ายๆ ส่วนใครที่ต้องกะโหลกบวม ไข่บวม กันไปมั่ง ไม่ว่าไข่อุตตม ไข่สนธิรัตน์ หรือแม้แต่ไข่สมคิดก็ตาม แต่คงไม่เกี่ยวกับไข่นายกฯ ที่น่าจะได้รับการห่อหุ้มเอาไว้อย่างดี หรือเป็นไข่ที่ยากจะล้วง ยากจะบีบ กันได้ง่ายๆ...

                              ---------------------------------------------------

      ยิ่งถ้าหากหัวหน้าพรรคคนใหม่ ได้แก่ บิ๊กป้อม หรือ ลุงป้อม อย่างที่ใครต่อใครว่ากันไปด้วยแล้ว...ใครที่ชอบล้วงไข่ บีบไข่ คงต้องไปล้วง ไปบีบ ลุงป้อมกันเอาเอง ซึ่งจะไปแอบเข้าข้างหลัง ไปขยำขยี้ แบบสุ่มสี่ สุ่มห้า คงลำบาก!!! โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เพิ่งทำ บายพาส มาได้ไม่เท่าไหร่ ยังเดินไม่ค่อยตรงร่อง ตรงทาง อย่างน้อย...คงต้องถนอมไม้ ถนอมมือ กันเอาไว้มั่ง ไม่ก็ต้องค่อยๆ ลูบๆ คลำๆ จะไปออกแรงขยำ ออกแรงกระชาก เดี๋ยวคนแก่หัวใจวายตายกันพอดี ส่วนจะส่งผลให้ลุงป้อม ต้องหน้าเขียว หน้าเหลือง ต้องถึงขั้นไข่บวมหรือไม่ อย่างไร อันนี้...ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับไข่นายกฯ อีกนั่นแหละ ผู้ซึ่งลุงป้อมท่านทะนุถนอมกล่อมเกลี้ยงปานประดุจไข่ในหินมาโดยตลอด ใครที่คิดว่าถ้าลุงป้อมเจ็บไข่ แล้วจะทำให้นายกฯ ต้องทำอะไรต่อมิอะไรตามความปรารถนาและความต้องการของตัวเอง เผลอๆ...อาจเมื่อยมือ หรือแขนล้า เอาง่ายๆ!!!

                          --------------------------------------------------------

      ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จาก Doug Engelbart”... The rate at which a person can mature is directly proportional to the embarrassment he can tolerate. – ระดับของวุฒิภาวะที่บุคคลสามารถบรรลุได้ เป็นสัดส่วนโดยตรงกับความหน้าบางของเขาเอง...”.

              ---------------------------------------------------------


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"