แนะอยากได้อิสระต้อง'การ์ดไม่ตก'


เพิ่มเพื่อน    


    พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ 1 รายอยู่ในสถานกักตัวของรัฐ เสียชีวิต 1 ราย โฆษก ศบค.เผยโพล สธ.ประชาชนการ์ดตกชัดเจน วอนอยากได้อิสระต้องการ์ดไม่ตกเพื่อเข้าสู่ระยะที่ 4 รมว.วธ.แย้มเตรียมพิจารณาวันหยุดชดเชยสงกรานต์ช่วง 4-9 ก.ค. นายกฯ ระบุอย่าเพิ่งดีใจแม้ตัวเลขผู้ป่วยลดลง ขออย่าเร่งไปสู่ระยะที่ 4 ต้องไปทีละขั้นตอน ดีใจญี่ปุ่นเปิดให้คนไทยเข้าแต่ต้องหารือทั้ง 2 ฝ่าย ดูมาตรการที่เหมาะสมหวั่นเปิดเสรีจะอลหม่าน
    ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 2 มิถุนายน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยมีผู้ป่วยรายใหม่ 1 ราย เป็นผู้ป่วยที่อยู่ในสถานกักตัวของรัฐ เพศชาย อายุ 32 ปี เป็นนักศึกษาเดินทางกลับมาจากซาอุดีอาระเบียเมื่อวันที่ 25 พ.ค. ตรวจครั้งแรกไม่พบเชื้อ เริ่มมีอาการป่วยเมื่อวันที่ 30 พ.ค. มีไข้ 37.5 องศาเซลเซียส มีน้ำมูก และวันที่ 31 พ.ค.ตรวจอีกครั้ง พบเชื้อเป็นโควิด-19 รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.สงขลา ทำให้มีผู้ติดเชื้อที่เดินทางกลับจากซาอุดีอาระเบียผ่านทางด่านปาดังเบซาร์ 8 ราย จาก 39 ราย ส่งผลให้ปัจจุบันมีผู้ป่วยสะสม 3,083 ราย หายป่วยสะสม  2,966 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 80 ปี มีโรคประจำตัวหอบหืด เข้าผ่าตัดสะโพกที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลกเมื่อวันที่ 28 เม.ย. ซึ่งไม่มีอาการของโรคโควิด-19 ต่อมาวันที่ 1-2  พ.ค.เข้าพักฟื้นที่หอพักผู้ป่วยพิเศษ และได้ไปสัมผัสกับผู้ป่วยโควิด-19 และนำคนดังกล่าวไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลอื่น ผู้เสียชีวิตยังได้สัมผัสกับลูกสาวและลูกเขยซึ่งติดเชื้อโควิด-19 ด้วย วันที่ 9 พ.ค.ชายคนดังกล่าวมีระดับออกซิเจนลดลง จึงนำเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ โดยรับพลาสมาเป็นระยะๆ จนวันที่ 25 พ.ค.ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ อาการแย่ลงเรื่อยๆ และเสียชีวิตในวันที่ 1  มิ.ย.
    ส่วนที่มีข่าวว่า การประชุม ศบค.วันศุกร์นี้ (5 มิ.ย.) จะมีการพิจารณาวันหยุดชดเชยที่เลื่อนมาจากสงกรานต์ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ยืนยันว่ายังไม่มีมติใดๆ ในเรื่องนี้ และยังไม่มีข้อสรุปใดๆ ตนเพียงแต่บอกว่าถ้าวันนี้ทำดีที่สุดจะกำหนดชะตาชีวิตของเราในวันข้างหน้า และเรื่องนี้เป็นอำนาจของนายกฯ ครม.ที่จะเป็นผู้เห็นชอบและมีมติ ส่วน ศบค.แค่ดูแลในการควบคุมโรค ขอให้ติดตามสถานการณ์และการประชุมต่างๆ ต่อไป ตอนนี้ยังไม่สามารถตอบได้
    เมื่อถามว่า ที่ไม่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศเพราะปัจจุบันไม่มีการค้นหาในเชิงรุกแล้วใช่หรือไม่  นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า เรายังมีความกังวลใจว่าจะมีผู้ติดเชื้อในประเทศหรือไม่ระหว่างที่การผ่อนปรนในระยะที่ 3 ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ประชุมกันอย่างต่อเนื่อง เอาตัวเลขมาเทียบเคียงแบบรายวัน  และตอนนี้ยังมีการเฝ้าระวังโรคและค้นหาการติดเชื้อในประชากรเสี่ยงและพื้นที่เสี่ยง ซึ่งตั้งเป้าไว้  100,000 ตัวอย่าง โดย 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาดำเนินการไปได้แล้วถึง 32,568 ตัวอย่าง และยังไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อ ยืนยันว่าเรายังตรวจเรื่อยๆ
    เมื่อถามว่า มีเสียงสะท้อนว่าขณะนี้ประชาชนการ์ดเริ่มตก ศบค.ได้ติดตามพฤติกรรมการป้องกันตัวของประชาชนหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สธ.ได้ร่วมกับองค์การอนามัยโลก มหาวิทยาลัยมหิดล และสำนักงานสถิติแห่งชาติ ทำการสำรวจประชาชนใน 3 กลุ่ม คือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน  (อสม.) การสอบถามประชาชนทางระบบออนไลน์ และทางโทรศัพท์ พบว่าภาพรวมในการป้องกันตัวเองของ อสม.ดีที่สุดอยู่ที่ 87.2% รองลงมาคือประชาชนที่ทำแบบสอบถามผ่านทางระบบออนไลน์ 74.8%  ส่วนการสอบถามประชาชนผ่านโทรศัพท์อยู่ที่ 72.7% ซึ่งมาตรการป้องกันตัวเอง 90% ถึงจะดีที่สุด ถ้า 80% ก็พอไปได้ แต่ถ้าร่วมมือแค่ 70% แทบจะไม่ช่วยอะไร เรียกว่าการ์ดตกเลย จึงต้องทำให้อยู่ที่ 80-90% และถ้าไปเปรียบเทียบกับเดือน เม.ย. ผลก็ออกว่าทุกคนทำน้อยลง ต้องฝากไว้ว่าเรื่องนี้สำคัญ ยิ่งเราอยากได้อิสระเราต้องการ์ดไม่ตก
เล็งหยุดชดเชยสงกรานต์ 4-9 ก.ค.
    "การ์ดต้องไม่ตก ต้องอยู่ห่าง ใส่หน้ากาก หมั่นล้างมือ คือสิ่งที่ทำให้เราปลอดโรคและปลอดภัย  และเข้าสู่ระยะที่ 4 โดยเร็ว ซึ่งขณะนี้เริ่มมีการประชุมเตรียมมาตรการไว้สำหรับการผ่อนคลายในระยะที่  4 แล้ว เพื่อเราจะได้ขยับไปสู่มาตรการระยะที่ 4 ด้วยกัน ดังนั้นต้องมีสติตลอดเวลา" นพ.ทวีศิลป์กล่าว ด้านนายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม กล่าวก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการพิจารณาวันหยุดชดเชยเทศกาลสงกรานต์ที่จะเลื่อนมาเดือน ก.ค.ว่า ในวันศุกร์ที่ 5 มิ.ย.นี้จะมีการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ จะมีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวนี้ด้วย เดิมได้มีการหารือกันว่าอาจเป็นช่วงวันหยุดวันอาสาฬบูชาและวันเข้าพรรษา คือระหว่างวันที่ 4-5 ก.ค.และมีชดเชยคือวันที่ 6-7 ก.ค. โดยต้องหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ศบค. และที่ประชุม ศบค. โดยเฉพาะ สธ.ว่าควรจะชดเชยในช่วงวันไหน วันหยุดปกติของวันเข้าพรรษาและวันอาสาฬบูชา และเป็นไปได้ที่อาจจะเพิ่มในช่วงนี้หรืออาจเป็นช่วงปลายเดือน ก.ค.ซึ่งมีวันหยุดในวันเฉลิมพระชนมพรรษา
    เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่วันหยุดจะติดกันต่อเนื่องจาก 4-6 ก.ค. ไปรวม 7-9 ก.ค.เลย  นายอิทธิพลกล่าวยอมรับว่ามีความเป็นไปได้ ซึ่งเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. สธ.ก็ได้พูดถึงและคิดถึงประเด็นดังกล่าว แต่ทั้งหมดขอหารือในที่ประชุม ศบค.ก่อน โดยเฉพาะในส่วนของ สธ.เพราะเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ยังพบผู้ติดเชื้อในสถานที่กักตัวอีก 1 ราย แต่ในประเทศผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์ครบ 7 วันแล้ว โดยต้องพิจารณาว่ามาตรการระยะที่ 4 จะต้องทำอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องวันหยุดที่เลื่อนมา กระทรวงวัฒนธรรมก็คงให้ความเห็นเนื่องจากเป็นวันหยุดทางพุทธศาสนา ที่ทั้งหมดยังคงข้อปฏิบัติในเรื่องของศาสนพิธีไว้เช่นเดิม รวมทั้งมาตรการ New Normal การขอความร่วมมือพุทธศาสนิกชนและผู้เข้าร่วมทำบุญที่ต้องเว้นระยะห่าง  สวมหน้ากากอนามัยและใช้เจลล้างมือ เรื่องของวันหยุดยาวเราต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนและรอบคอบ 
    นายอิทธิพลกล่าวด้วยว่า ในส่วนของกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ขณะนี้มีการขอผ่อนปรนในเรื่องกองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศที่จะขอเข้ามาถ่ายทำภายในประเทศ รวมถึงสมาพันธ์และสมาคมวิชาชีพ ด้านโทรทัศน์และภาพยนตร์ก็ขอเพิ่มจำนวนคนเป็น 80 คนต่อกอง ซึ่งจะมีการเสนอในที่ประชุม ศบค.เช่นเดียวกัน ต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เช่น การเปิดโรงภาพยนตร์วานนี้ก็มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นอย่างดี เพียงแต่ผู้ใช้บริการอาจไม่สะดวกบ้าง 
    ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการพิจารณาวันหยุดช่วงสงกรานต์ประจำปี 2563 ว่า วันนี้ยังต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 3 ซึ่งตนได้กำชับฝ่ายความมั่นคง สาธารณสุข ท้องถิ่นดูแล ว่าที่ผ่อนผันไปแล้วมีความร่วมมือกันแค่ไหน อย่างไร จึงจะมีแนวทางไปสู่ระยะที่ 4 ได้ในอนาคต ดังนั้นระยะที่ 4 อย่า เร่งรัดกันนัก ต้องดูระยะที่ 3 ก่อนว่าจะไปได้แค่ไหนอย่างไร ฉะนั้นสิ่งสำคัญวันนี้คือ เราต้องยอมรับขีดความสามารถด้านการสาธารณสุข หมอ แพทย์ พยาบาล ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งพลเรือน ตำรวจ  ทหาร ซึ่งจะต้องช่วยกันดูแลอย่างเต็มที่ เสียสละเวลาไม่มีวันหยุดราชการ ผลัดกันทำงานทั้งกลางวันและกลางคืน สิ่งสำคัญที่สุดคือความร่วมมือจากภาคประชาชน นั่นคือความปลอดภัยของท่าน 
    "ขณะเดียวกันผมได้มีการผ่อนผันเพื่อให้เห็นถึงความสำคัญในเรื่องเศรษฐกิจระดับฐานราก ซึ่งต้องปกป้องตัวของท่านเองด้วย ไม่เช่นนั้นเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดมาอีกครั้งจะเป็นสิ่งที่น่าเสียใจสำหรับทุกคน จึงขอเตือนคนที่ยังไม่ค่อยปฏิบัติตามระเบียบ จะถือว่าทำให้คนอื่นเดือดร้อน ท่านจะต้องรักคนอื่นด้วยนอกจากรักตัวเอง รักความสนุกสนาน ความสะดวกสบายของตัวเอง จะต้องรักคนอื่นบ้าง  วันนี้ประเทศไทยจะต้องรวมกันเป็นหนึ่งให้ได้จากสถานการณ์โควิด" 
ยังไม่เปิดน่านฟ้า
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ในส่วนของตัวเลขผู้ติดเชื้อตลอด 7 วันที่ผ่านมา พบว่ามีตัวเลขที่ลดลง หรือบางวันก็เป็น 0 ที่พบเฉพาะผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ โดยพบในสถานที่กักตัวของรัฐ ตรงนี้เป็นสิ่งที่น่ายินดี แสดงว่ามาตรการต่างๆ ที่เราทำมาถือว่าได้ผล ไม่ไปแพร่ระบาดในพื้นที่เปิด สำหรับความก้าวหน้าทางด้านวัคซีน ป้องกันโรค มีการปรึกษาหารือกับต่างประเทศด้วยว่ามีความก้าวหน้าอย่างไร  และมีแนวทางการปฏิบัติอย่างไรในฐานะที่เราเป็นประเทศหนึ่งที่มีความสามารถสูงในเรื่องนี้ มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย พัฒนายาและวัคซีน โดยความร่วมมือกับภาคเอกชนต่างๆ และความร่วมมือจากต่างประเทศ คิดว่าเราน่าจะแก้ปัญหาร่วมกันของคนทั้งโลกได้ในบริบทโดยรวม ฉะนั้นอย่าเพิ่งไปยินดีกับความสำเร็จต่างๆ มากนักเพราะทุกอย่างมีขั้นตอน 
    ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีรัฐบาลญี่ปุ่นกำลังจะอนุญาตให้คนไทยเข้าประเทศได้ แล้วรัฐบาลไทยจะอนุญาตให้คนญี่ปุ่นเข้ามาประเทศไทยได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าก็ต้องดีใจ ยินดี แต่เราต้องดูมาตรการที่เหมาะสมก่อนว่าจะไปกันอย่างไร เราจะไปแพร่เขาหรือไม่ เขาจะติดจากเราหรือไม่ ต้องหารือทั้งสองฝ่าย เมื่อใดที่สถานการณ์ดีขึ้น การท่องเที่ยวก็จะเปิดขึ้นในลักษณะประเทศต่อประเทศ และต้องเป็นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ควบคุมได้ จะต้องมีมาตรการเป็นขั้นตอน ไม่ใช่เปิดเสรีแล้วอลหม่านไปหมด แล้วก็จะกลับมาที่เดิม ก็จะไม่ดีทั้งต้นทางและปลายทาง เราต้องเตรียมความพร้อมไว้ก่อน วันหน้าเราจะเปิดประเทศของเราในการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ มีการฟื้นฟู มารักษา ในสถานพยาบาลของเราเช่นเดิมที่เคยมี ตอนนี้ขอให้สถานประกอบการต่างๆ ได้เตรียมความพร้อมไว้ วันนี้ที่ประชุม ครม.ยังไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องการเปิดน่านฟ้า จะต้องหาข้อมูลจากหลายส่วนมาร่วมกันประเมินกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง      
    เมื่อถามถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตค่าหัวคิวสถานกักตัวของรัฐ นายกฯ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบอยู่ว่าเป็นความจริงหรือไม่ หรือเพียงแค่พูดกัน ขอให้รอเจ้าหน้าที่ตำรวจ  ถ้าเกี่ยวข้องกับใครก็ถือว่าเป็นความผิดส่วนบุคคล นโยบายรัฐไม่มีให้ใครไปเรียกค่าหัวคิว กระทรวงกลาโหมก็ไม่เคยให้ใครไปเรียกเก็บ สาธารณสุขก็บอกว่าไม่ให้ใครไปเรียก ขอให้รอผลการตรวจสอบ ซึ่งมันสอบได้หมด ตนไม่ละเว้นใครอยู่แล้ว
    นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.เห็นชอบผ่อนปรนให้แรงงานต่างด้าว สัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวและการทำงาน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 31 กรกฎาคม 2563 เพื่อลดความเสี่ยงการกลับมาแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ใหม่ จากแรงงานที่เดินทางเข้ามาใหม่ ลดความสุ่มเสี่ยงที่แรงงานบางส่วนจะเปลี่ยนเป็นแรงงานที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ลดสภาวะการขาดแคลนแรงงานของสถานประกอบการที่ยังต้องการจ้างคนต่างด้าว รวมทั้งเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศภายหลังจากการสถานการณ์โรคโควิด-19 คลี่คลาย.