บีบ'อุตตม'นัดประชุม ขยับเลือกกก.บห.ใหม่ สมศักดิ์ออกโรงชูป้อม


เพิ่มเพื่อน    


     "สมศักดิ์" เปิดใจในร้านกินเส้นสยบเกาเหลา แจงปรับโครงสร้าง พปชร.ทำพื้นฐานพรรคให้มั่นคง อ้างทุกคนมีโอกาสเข้ามาใหม่ ยอมรับโยงปรับ ครม.บางกระทรวงไม่ตอบสนองประชาชน อวย "บิ๊กป้อม" มีจุดแข็งเยอะเหมาะนั่งหัวหน้า ชี้ "สมคิด" พูดกลางสภาเองไม่อยู่ในสามมิตร เหน็บพวกตั้งพรรคใหม่คงขาดใจตายก่อนเพราะรัฐบาลประยุทธ์จะอยู่ครบ 4 ปี ลุ้น "อนุชา" เต็งจ๋าเบียด "สันติ" ชิงแม่บ้าน พปชร. "แฮงค์-เฮ้ง" ติดโผ รมต.อีกรอบ รอ "อุตตม" เรียกประชุม 16 กก.บห.ที่เหลือเคาะวันประชุมใหญ่ "เฮียสมพงษ์" ยันเพื่อไทยไม่เคยเปิดดีลจับขั้วรัฐบาลใหม่
     ที่ร้านอาหารกินเส้น สนามบินน้ำ เวลา 12.00 น. วันที่ 3 มิถุนายน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แกนนำกลุ่มสามมิตร และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดแถลงข่าวถึงปัญหาและการลาออกของกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคพลังประชารัฐ จำนวน 18 คนว่า พรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคการเมืองใหม่ แม้ที่จริงยังไม่ใช่พรรคที่มีเสียง ส.ส.มากที่สุดในสภา แต่เมื่อได้รับโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในการจัดตั้งรัฐบาล พรรคต้องมีกิจกรรมทางการเมืองที่กระฉับกระเฉงและมุ่งมั่นเพื่อที่จะเป็นหลักในทางการเมือง ดังนั้นการปรับปรุงองค์ประกอบของพรรค คือการปรับพื้นฐานของพรรคให้มีความหนักแน่นมั่นคงมากขึ้น จะนำพาพรรคไปสู่การเป็นเสาหลักที่มั่นคงของประเทศต่อไป โดยความสามารถในการรองรับการเปลี่ยนแปลงเป็นคุณสมบัติของพรรคการเมืองที่ดี  ดังนั้นการปรับปรุงพรรคจะเกิดขึ้นไปได้เรื่อยๆ ซึ่งเป็นธรรมชาติของพรรคที่มีโครงสร้างที่ยืดหยุ่น สามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ ดังตัวอย่างของพรรคการเมืองในอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นพรรคอนุรักษนิยมหรือพรรคแรงงาน ก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารพรรคอยู่ตลอดเวลา
    "การปรับโครงสร้างทางการเมืองไม่ได้หมายความว่าผู้บริหารเดิมจะไม่สามารถกลับมาได้อีก บุคคลที่เข้าใจชาวบ้าน เข้าใจชาวชนบท เข้าใจ ส.ส. ย่อมได้รับคะแนนนิยมในพรรค ทั้งท่านหัวหน้าพรรค  เลขาธิการพรรค หรือท่านประธานยุทธศาสตร์ของพรรค ก็สามารถกลับเข้ามาเป็นผู้บริหารสูงสุดของพรรคได้อีกเช่นกัน การลาออกของกรรมการบริหารพรรคเพื่อให้มีการเลือกตั้งกรรมการชุดใหม่ เปรียบเสมือนแก้วที่ตกผลึกแล้วและกำลังจะถูกเจียระไนให้มีมูลค่าสูงขึ้น" นายสมศักดิ์กล่าว
    นายสมศักดิ์กล่าวต่อว่า ขอฝากสมาชิกของพรรค พปชร.ทุกท่าน หยุดในสิ่งที่อาจจะทำให้สังคมเข้าใจผิด จากการสัมภาษณ์ พูดคุย หรือสร้างเครื่องมือการสื่อสารทางสังคมซึ่งอาจทำลายข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนหรือบ้านเมือง และอาจจะเป็นการทำลายพรรคในทางอ้อม ซึ่งโดยปกติแล้ว ส.ส. ของพรรคจะมีข้อมูลของประชาชนในพื้นที่อยู่มากแล้ว เราสามารถใช้โอกาสนี้ไปรับฟังเพิ่มเติมว่าข้อมูลที่มีอยู่มีการเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน อย่างไร แล้วนำกลับมาช่วยกันสร้างนโยบายพรรคที่ส่งผลดีต่อประชาชนอย่างแท้จริง ในช่วงเวลาของการปรับเปลี่ยนผู้บริหารนี้ จะทำให้เราได้นโยบายเก่าผสมใหม่ที่ดีถูกใจประชาชน และสิ่งที่เราต้องการคือการเป็นพรรคการเมืองอันดับ 1 ของประเทศก็จะอยู่ไม่ไกล
    ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีหลายกลุ่มสนับสนุนให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และประธานยุทธศาสตร์พรรคขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า การปรับโครงสร้างของพรรคทุกคนมีโอกาสเข้ามาทำงานใหม่ ไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง และใครที่เข้าใจและนำเสนอในส่วนที่เราสามารถตอบสนองประชาชนและประเทศชาติ คนนั้นก็จะได้รับการยอมรับ ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประวิตร หรือใครก็ตามเป็นไปได้ทั้งนั้น
เปลี่ยน พปชร.โยงปรับ ครม.
    "ผมกำลังฟังอยู่ว่าท่านใดที่ตอบสนองความต้องการของสังคมและพี่น้องประชาชนในประเทศได้ดี  ซึ่ง พล.อ.ประวิตรก็มีจุดแข็งในการที่จะนำนโยบายของพรรคไปนำเสนอให้รัฐบาล อาจเป็นสายที่จะสัมพันธ์และมีการสื่อสารที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหา เราอยากให้พรรคของเราเป็นองค์กรที่ได้รับการยอมรับก็ต้องปรับทุกแนวทาง" นายสมศักดิ์กล่าวเมื่อถามว่า ขณะนี้ พล.อ.ประวิตรมีความเหมาะสมเป็นหัวหน้าพรรคใช่หรือไม่  
    เมื่อถามถึงจุดอ่อนของ พล.อ.ประวิตร ถ้าเป็นหัวหน้าพรรคจะถูกมองว่าเป็นรัฐบาลของ คสช. แกนนำพรรค พปชร.กล่าวว่า การเลือกของสมาชิกพรรคไม่ใช่มีแค่ ส.ส.เพียงอย่างเดียว อาจมีตัวแทนพรรคในระดับจังหวัด ตัวแทนสาขาพรรค ส.ส. และพี่น้องประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรคมาเลือก จึงอยู่ที่คนส่วนร่วมไม่ใช่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ส.ส.อาจจะเลือก พล.อ.ประวิตร ตนไม่ทราบ เป็นการเลือกของคนส่วนร่วม ในตัว พล.อ.ประวิตรมีจุดแข็งหลายจุด วันนี้อาจจะไม่สามารถเปลี่ยนอะไรได้ตามใจทั้งหมด เพราะไม่มีอะไรที่จะสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ คิดว่าสมาชิกคงมีการกลั่นกรองในวันเลือกตั้งได้
    เมื่อถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างนายสมศักดิ์กับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ นายสมศักดิ์  บอกว่า ยังคงเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่วันนี้ผู้บริหารของพรรคต้องเลือกไปตามแนวทางหรือแนวนโยบายที่เราคิดหรือดำเนินการ ซึ่งมองว่าประชาชนเป็นเป้าหมายที่ต้องการให้เขามีความสุข ส่วนนายสมคิดที่มีท่าทีน้อยใจนั้น นายสมคิดเคยพูดในสภาว่าไม่ได้เป็นสามมิตร แล้วจะเอาท่านมาเกี่ยวกับสามมิตรได้อย่างไร ที่สำคัญเราได้สลายสามมิตรไปแล้ว
    "แน่นอนอาจเป็นเช่นนั้น เพราะโครงสร้างของรัฐบาล นายกรัฐมนตรีได้แบ่งโควตากระทรวงต่างๆ ให้แต่ละพรรคการเมือง ซึ่งพรรคเหล่านั้นต้องไปดูแต่ละกระทรวงให้เป็นประโยชน์มากที่สุด แต่บางส่วนที่ไม่อาจตอบสนองประชาชนได้ต้องอาศัยโควตากลางที่มีอยู่" นายสมศักดิ์กล่าวเมื่อถามถึงการเปลี่ยนแปลงคณะ กก.บห.ครั้งนี้ถูกโยงไปถึงการปรับ ครม. 
    ส่วนกรณีที่เกิดการปรับเปลี่ยนแล้วทำให้คนบางกลุ่มในพรรคไม่พอใจ จนจะไปตั้งพรรคใหม่นั้น  นายสมศักดิ์กล่าวว่าคงขาดใจตายก่อน เพราะรัฐบาลเดินมา 1 ปี ดังนั้นกว่าจะเลือกตั้งก็อีก 3 ปี เชื่อว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ครบ 4 ปี เนื่องจากกระแสความนิยมดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง  พล.อ.ประยุทธ์นั้นเป็นนายกฯ ที่สามารถชี้แจงและตอบถึงปัญหาของประชาชนและ ส.ส.ในสภาได้ดีที่สุด รวมถึงเป็นนายกฯ ที่ขยันที่สุดตั้งแต่ตนได้ทำงานการเมืองมา
    เมื่อถามอีกว่า กก.บห.ที่ยื่นลาออกในความเป็นจริงนั้นมีมากกว่า 18 คนหรือไม่ แกนนำพรรคพปชร.บอกว่า เป็นเรื่องเทคนิคทางกฎหมาย เพราะกึ่งหนึ่งคือ 17 คน ดังนั้นแค่ 18 คนก็เพียงพอแล้ว  ซึ่งถ้าออกเกือบหมดก็ดูเหมือนไม่ให้กำลังใจกัน เพราะแต่ละคนที่บริหารมาก็มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ ดังนั้นขออย่านำตัวเลขไปวิเคราะห์เพราะผิดหมด
    ถามว่าที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตรถูกวิพากษ์วิจารณ์ในด้านความโปร่งใส เช่น กรณียืมนาฬิกาเพื่อน  หากได้เป็นหัวหน้าพรรคจะทำให้ พปชร.ได้หรือเสียมากกว่ากัน นายสมศักดิ์กล่าวว่า ผู้มีสิทธิ์เลือกคณะ กก.บห.ชุดใหม่ต้องมองในภาพรวมว่าพรรคจะได้ประโยชน์อย่างไร จุดแข็งก็มีตามที่ได้บอกไว้ข้างต้น
    "ดูแล้ว พล.อ.ประวิตรไม่ได้อยากเป็น ถ้าจะเป็นก็เพราะสมาชิกร้องขอมากกว่า ถ้าคนไม่อยากเป็น แต่จำเป็นต้องเป็นก็คงไม่อยู่ถึง 5 ปี เป็นเรื่องที่เราจินตนาการไป ท่านอาจเป็นเพื่อสร้างบรรทัดฐานอะไรก็แล้วแต่ เอาเป็นว่าทุกอย่างคงไม่ได้สมหวังร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก อะไรที่เป็นส่วนดีมากกว่า อย่าไปคิดว่าทุกอย่างดีเลิศร้อยเปอร์เซ็นต์" 
    นายสมศักดิ์ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการวิเคราะห์ว่า นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท จะขึ้นเป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ว่า ก็เป็นตัวเลือกหนึ่ง แต่ก็ขึ้นอยู่กับการสนับสนุนของสมาชิกทั้งหมด
จับตา 'อนุชา-สันติ' ชิงเก้าอี้แม่บ้าน
    ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรค พปชร. สำหรับการจัดสรร กก.บห.ชุดใหม่ นอกจากเสียงส่วนใหญ่จะสนับสนุนให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคโดยเอกฉันท์แล้ว ขณะที่ตำแหน่งเลขาธิการพรรคที่ขณะนี้มีชื่อของนายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง แต่อย่างไรก็ตามมีรายงานข่าวว่าเปอร์เซ็นต์สูงอยู่ที่นายอนุชา เนื่องจากข่าวว่า พล.อ.ประวิตรรับปากที่จะให้นายอนุชาเป็นเลขาธิการพรรค จนเกิดกระแสข่าวเปลี่ยนแปลงเลขาธิการจากนายสนธิรัตน์ เป็นนายอนุชาเมื่อช่วงกลางเดือน ธ.ค.62 
     ขณะที่การปรับ ครม.แม้เป็นอำนาจนายกฯ แต่เริ่มมีการขยับของกลุ่มต่างๆ ภายใน พปชร.แล้ว โดยเฉพาะในส่วนของนายอนุชาที่ก่อนหน้ามีชื่อติดโผเป็น รมช.การคลัง และนายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี ประธาน ส.ส.พรรค ติดโผเป็น รมว.แรงงานแต่ทั้งคู่พลาดเก้าอี้โดยผู้ใหญ่ในพรรคขอให้รอการปรับ ครม.ต่อไป ที่คาดว่าจะมีการปรับภายหลังครม.ทำงานครบ 1 ปี
    ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน รักษาการรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะฝ่ายกฎหมายพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการจัดประชุมใหญ่สามัญพรรคเพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ภายใน 45 วัน นับตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.หลังจาก 18 กรรมการบริหารพรรคชุดปัจจุบันลาออก เหลือกรรมการบริหารพรรค 16 คนทำหน้าที่รักษาการว่า โดยข้อบังคับพรรคนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรค ต้องเรียกประชุม 16 กรรมการบริหารพรรคที่เหลือ เพื่อกำหนดวันประชุมใหญ่สามัญ สถานที่และระเบียบวาระการประชุม ซึ่งน่าจะเรียกประชุม 16 กรรมบริหารพรรคภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ โดยอาจประชุม 1-2 ครั้งแล้วสรุป 
    เมื่อถามว่า หากรักษาการหัวหน้าพรรคไม่เรียกประชุม 16 กรรมการบริหารพรรคที่เหลือภายใน 45  วันจะมีผลอะไรหรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า จะถือว่าไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับพรรคและกระทบต่อสถานะพรรค ยิ่งจะทำให้เกิดปัญหา แต่ทั้งนี้เชื่อว่านายอุตตมยึดมั่นข้อบังคับพรรค และเชื่อว่าการประชุมกรรมการบริหารพรรคไม่มีปัญหาเรื่องของการป้องกันโควิด-19 เนื่องจากเหลือแค่ 16 คน จัดมาตรการป้องกันได้ และคาดว่าจะจัดประชุมใหญ่สามัญได้ช่วงต้นเดือน ก.ค.
     แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งว่า จากกรณีกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐลาออก 18 คน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.63 เป็นต้นไป จึงเป็นเหตุให้จำนวน กก.บห.ว่างลงเกินกึ่งหนึ่งของ กก.บห.ทั้งหมด มีผลทำให้ กก.บห.ทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง เป็นไปตามข้อบังคับพรรค และเลือกตั้ง กก.บห.พรรคการเมืองชุดใหม่ภายใน 45 วันนั้น ถือเป็นเรื่องภายในของพรรค ที่ต้องดำเนินการตามข้อบังคับพรรค ส่วนจะสามารถประชุมได้หรือไม่ในสถานการณ์โควิด-19 ระบาดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับพรรคว่าจะจัดประชุมได้หรือไม่ เพราะตอนนี้ถือว่าขึ้นอยู่กับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน บางพรรคอาจจะประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ก็ได้ หรือประชุมรูปแบบอื่นตามแต่ข้อบังคับของแต่ละพรรคที่จะกำหนดวิธีการประชุมอย่างไร ส่วนระยะเวลาที่จะต้องประชุมเพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ก็ขึ้นอยู่กับข้อบังคับพรรคเช่นกันว่าต้องประชุมภายในกี่วัน ซึ่ง กกต.ไม่ได้เข้าไปกำหนดระยะเวลาดังกล่าว เพียงแต่หลังประชุมเสร็จจะต้องมีการรายงานต่อ กกต.ให้ทราบภายใน 15 วัน เพื่อให้ดำเนินการด้านธุรการ  ทั้งการตรวจสอบและการส่งลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป
    นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า "ภายหลังจากที่มีการลาออกของกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ได้ปรากฏทั้งข่าวลือ ข่าวปล่อยถึงการจับขั้วรัฐบาลใหม่ ซึ่งเกี่ยวพันถึงพรรคเพื่อไทยนั้น พรรคเพื่อไทยปฏิเสธการเข้าสู่อำนาจ ที่ไม่เป็นไปตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย และปฏิเสธการได้อำนาจมาด้วยวิธีการที่คำนึงถึงแต่ประโยชน์เฉพาะตนของนักการเมือง ในภาวะวิกฤติการร่วมกันหาทางออกหากเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ และต่อพี่น้องประชาชน จะกระทำได้ต้องตั้งอยู่บนความถูกต้อง เปิดเผย และซื่อสัตย์ต่อประชาชน และจะต้องมีการหารือร่วมกันของสมาชิกและผู้มีส่วนรับผิดชอบร่วมกันทั้งหมดในพรรคเพื่อไทย
    ข่าวลือที่ปล่อยกัน ออกเพื่อหวังผลในการดิสเครดิตพรรคเพื่อไทยนั้น เป็นการกระทำที่มุ่งหวังในการต่อรองผลประโยชน์ของกลุ่มพรรคร่วมรัฐบาลกันเอง โดยหวังอาศัยส่วนประกอบและเงื่อนไขต่างๆ  เป็นเครื่องมือเพื่อเอื้อประโยชน์แก่การจัดสรรอำนาจของพวกตนเอง เพื่อให้ผลประโยชน์และอำนาจลงตัวกันเท่านั้น ดังนั้น ยืนยันว่าไม่ว่าใครผู้ใดจะอ้างเป็นตัวแทนพรรคไปเจรจาใดๆ ตราบใดที่ผมยังทำหน้าที่หัวหน้าพรรค ยืนยันจะไม่นำพาพรรคไปกระทำการใดๆ ที่ขัดต่อเจตจำนงของพี่น้องประชาชนและหลักการประชาธิปไตยเป็นอันขาด" นายสมพงษ์ระบุ.


"เพนกวิน-รุ้ง-ไมค์-อานนท์" วันนี้คึกเขาน่าจะรู้...คึกวันนี้ แต่คุกพรุ่งนี้!เพราะเขาไม่ใช่เด็กแล้ว เป็นทนาย เป็นนักศึกษาปริญญาตรี-โท ยกเว้นนายไมค์ ศึกษาขยะศาสตร์ ในมหา'ลัยชีวิตจริง 

ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน
ใครจะพาประเทศลงเหว!
'ช่อ' ไม่เคยเปลี่ยน
โซเชียลมีเดีย 'อำนาจโลก'
'วาทะนายกฯ ที่ต้องบันทึก'
'มึงเขียน-กูล้ม' ไม่เชื่อลอง!