พวกชอบใช้อำนาจ!อดีตเลขาท่านอังคารสับแนวคิดเผด็จการอนุรักษ์นิยมจ้องลบภาพ'สิตางศุ์ บัวทอง'


เพิ่มเพื่อน    

5 มิ.ย.63 - นายวรา จันทร์มณี  นักวิชาการอิสระ อดีตเลขาของอังคาร กัลยาณพงศ์ ศิลปินแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว กรณีภาพวาดเน็ตไอดอลชื่อดัง "สิตางศุ์ บัวทอง" เจ้าของตำนานส้มหยุด ไปปรากฎอยู่บนผนังโบสถ์วัดหนองเต่า จ.อุทัยธานี กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่มองว่าภาพดังกล่าวไม่เหมาะสม บิดเบือนพุทธ มีเนื้อหาดังนี้

#จากสิตางศุ์ถึงประยุทธ์ประวิตรกับแนวคิดเผด็จการอนุรักษ์นิยม
นอกจากข่าวที่สำนักพุทธฯ ไปสั่งลบภาพของคุณสิตางศุ์ บัวทอง ที่วัดหนองเต่า (ต.อุทัยเก่า อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี) แล้ว มีข่าวที่สังคมยังไม่ทราบคือ เมื่อวานซืน (3 มิ.ย.63) ได้มีชายใส่เสื้อกั๊กดำข้างหลังเขียน #กรมการปกครอง เข้ามาลบภาพที่มีคนลอยคอ ดูคล้ายพลเอกประยุทธ์และพลเอกประวิตรที่ช่างเขียนได้สอดแทรกเป็นอรรถรสเล็กๆ ไปในฉาก ‘ผจญมาร’ พระแม่ธรณีบีบมวยผม

การกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องปกติสำหรับพวกชอบใช้อำนาจ แต่เป็นเรื่องไม่ปกติของสังคมอารยะที่เปิดกว้างมีประชาธิปไตย ในบ้านเมืองที่เจริญ ผู้นำต้องพร้อมที่จะรับฟังข้อวิพากษ์วิจารณ์ ข้าราชการมีสำนึกรับใช้ให้เกียรติประชาชน มิได้ทำตัวเป็นนายและตักตวงคอรัปชั่นแบบตะกละตะกรามเหมือนในบางประเทศ

เมื่อพูดถึงผู้นำที่ดีมีอยู่คราวหนึ่งที่หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช พูดถึงท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ แล้วถูกท่านอังคารโต้กลับด้วยการเขียนจดหมายบริภาษ แต่อาจารย์หม่อมก็ไม่โกรธ กลับชอบใจ เอาจดหมายใส่กรอบแขวนโชว์ แถมชมเปาะว่าลายมือท่านอังคารสวย นี่คือเสน่ห์ของผู้นำชั้นสูง ถูกผิดดีเลวผิดพลาดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในสามัญมนุษย์ รับฟังได้ ถูกด่าได้ แก้ไขได้ สำนึกผิดได้ ไม่ถึงกับคลุ้มคลั่ง จะเป็นจะตายอะไรนักหนา

ผู้นำชั้นสูงของไทย เขาวิพากษ์วิจารณ์กันด้วยภาษาสละสลวยมีภูมิปัญญาและมีขันติธรรม ผู้นำจีนเขาอ่านหนังสือ เวลาเขาจะด่าใคร เขาร่ายกวีด่ากันในสภา รสนิยมทางศิลปะคือสุนทรียะของชีวิต/สังคม จิตใจที่กว้างขวางไร้อัตตาของผู้นำ ส่งเสริมบรรยากาศแห่งความสงบสุข ความสงบเกิดจากภูมิธรรม  เมื่อผู้นำมีขันติธรรม บ้านเมืองย่อมมีขันติธรรม หากผู้นำกักขฬะหยาบกร้าน สมุนที่รับใช้ก็เหลิง มีสันดานกักขฬะชั้นต่ำตามนาย

ผู้นำที่ดีย่อมมีจิตอันเป็นกุศล ลดละมานะ ห่างไกลจากกิเลสมิจฉาทิฏิ พร้อมที่จะรับฟังปัญหาหรือความเห็นต่างโดยดุษฎีเพื่อแก้ไข ปรับปรุงตัว พัฒนาบ้านเมืองให้รุ่งเรืองขึ้น การซุกปัญหาไว้ใต้พรม ใช้อำนาจบาตรใหญ่กดขี่ราษฎร แม้จะลบภาพออกจากจิตรกรรมฝาผนัง ก็มิอาจลบความทรงจำหรือประวัติศาสตร์ที่เลวร้ายที่ฝังอยู่ในใจประชาชน

หากชายที่สวมเสื้อดำของกรมการปกครองคือคนของกรมการปกครองจริง สิ่งที่เขากระทำในครั้งนี้ย่อมเป็นครุกรรม เป็นบาปหนักซึ่งเป็นเครื่องตอกย้ำว่ากรมการปกครอง #ใช้อำนาจเป็นธรรมมิได้ถือธรรมเป็นอำนาจ มันล้าสมัยไปแล้วครับสำหรับยุคนี้ และเขานั่นแหละคือตัวบั่นทอนสร้างความฉิบหายเสื่อมเสียให้องค์กร การกระทำของเขาเหมือนจะปกป้องแต่กลับทำร้ายนาย ทำลายความศรัทธาและเพิ่มความเกลียดชังในใจของประชาชนซึ่งมีมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

หากเป็นการกระทำของกรมการปกครองจริง การกระทำในครั้งนี้เป็นอนันตกรรม เป็นชัยชนะที่พ่ายแพ้ของกรมการปกครอง
_________________________________
‘ใครดูถูกดูหมิ่นศิลปะ
อนารยะไร้สกุลสถุลสัตว์
ราวลิงค่างเสือสางกลางป่าชัฏ      
ใจมืดจัดกว่าน้ำหมึกดำ
เพียงกินนอนสืบพันธุ์นั้นฤๅ      
ชื่อว่าสิ่งประเสริฐเลิศล้ำ
หยาบยโสกักขฬะอธรรม     
เหยียบย่ำทุกหย่อมหญ้าสาธารณ์
ภพหน้าอย่ามีรูปมนุษย์      
จงผุดเกิดในร่างดิรัจฉาน
หน้าติดดินกินขี้เลื้อยคลาน      
ทรมานทุกข์ร้อนร้ายนิรันดร์เอย’
อังคาร กัลยาณพงศ์


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.