ซูเปอร์โพลยี้อภิปรายพรก.กู้เงินนักการเมืองเก่าเข้ามารุมทึ้งจับตากลุ่มเป่านกหวีดออกมาปกป้องเงินกู้


เพิ่มเพื่อน    


5 มิ.ย.63 - ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ภาพการเมืองหลังสู้ศึกอภิปราย กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,621 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 2 - 4 มิ.ย. ที่ผ่านมา

เมื่อสอบถามถึงภาพการเมืองหลังสู้ศึกอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน ผ่าน พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81.1 เห็นภาพการเมืองเก่า ๆ จัดคนเข้ามาเอาผลประโยชน์เงินกู้ ที่รัฐบาลก่อหนี้สินให้ประชาชนทุกคนในชาติ รองลงมาคือ ร้อยละ 79.4 เห็นภาพนักการเมืองยี้แย่ ๆ เดิม ๆ ทำให้เด็กและเยาวชนลอกเลียนแบบโกง ร้อยละ 76.4 เห็นภาพสงสารเห็นใจ นายอุตตม สาวนายน คนเคยแจกเงินเยียวยาประชาชนมากขึ้น ร้อยละ 75.6 เห็นภาพการเมืองที่ เสร็จนา ฆ่าโคทึก เสร็จศึก ฆ่าขุนพล ร้อยละ 75.4 เห็นภาพนักการเมืองหักหลัง มุ่งเอาผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง ร้อยละ 68.1 เห็นภาพเตรียมการ ขบวนการโจรปล้นชาติ และร้อยละ 67.0 เห็นภาพอำมหิต โหดร้ายทางการเมือง

นอกจากนี้ ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 72.0 เห็นภาพอดีตนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพที่ปล่อยให้มีการหักหลังเพื่อนร่วมรบ ปล่อยให้เพื่อนร่วมรบตายไปหลังจบศึก ในขณะที่ ร้อยละ 28.0 เห็นภาพพลเรือนผู้กล้าหาญยืนชี้แจงความจำเป็นต้องกู้เงินมาเยียวยาประชาชนฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 77.3 ระบุเป็นไปได้ที่ประชาชนจะเป่านกหวีด ลุกขึ้นออกมาปกป้องเงินกู้ที่รัฐบาลก่อหนี้สินให้ทุกคนในชาติ ขจัดนักการเมืองยี้ที่เข้ามารุมทึ้ง ในขณะที่ ร้อยละ 22.7 ระบุเป็นไปไม่ได้ นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 90.7 ระบุ ภาพการเมืองที่เห็นวันนี้คือ นรก ชัด ๆ ในขณะที่เพียงร้อยละ 9.3 ระบุ สวรรค์แท้ ๆ ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 74.2 ระบุ ถึงเวลาแล้วที่ควรยุบสภา ในขณะที่ร้อยละ 25.8 ระบุ ยังไม่ถึงเวลา

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ๓ ป.ระวังสั่นคลอนเหตุคนไม่เอา เพราะเวลานี้ประเทศชาติและประชาชนเปราะบางมากและอาจนำสู่วิกฤตใหญ่หลวงยากจะควบคุมสอดคล้องกับข้อมูลอารมณ์ประชาชนที่เคยทำมาเกือบ ๓๐ ปี จึงต้องรีบแจ้งสัญญาณอันตรายแรง ๆ ด้วยข้อมูลว่าบ้านเมืองอาจจะวุ่นวายช่วงปลายปี ถ้าไม่ตัดไฟแต่ต้นลมในวันนี้ นายกรัฐมนตรีและผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองจึงอย่าเติมเชื้อเพลิงฝืนกระแสสังคมสร้างความคับแค้นใจ ความเคลือบแคลงสงสัยของสาธารณชนต่อนักการเมืองยี้แบบเก่า ต่อความไม่ชอบธรรมของรัฐบาล องค์กรอิสระและต่อผู้ใหญ่ฝ่ายการเมือง

“ทางออกคือ ๑) รักษาสถานภาพเดิมคือ the Status Quo เอาไว้ไม่ทำตามกลุ่มนักการเมืองแบบเก่าที่เร่าร้อน แต่เมื่อมีผู้ใหญ่บางคนทำพลาดฝืนกระแสสังคมไปก็รีบปรับตัวกลับสู่ทางที่ดีที่ถูกต้อง ๒) ผู้มีบารมีของประเทศน่าจะทำให้พรรคการเมืองเจ้าปัญหากลับมารักษาปกป้องคนดีเอาไว้โดยถือโอกาสนี้ปลดคนไม่ดีมีประวัติด่างพร้อยเป็นที่เคลือบแคลงสงสัยในหมู่ประชาชนที่ทุจริตคอรัปชั่นออกไปเลย ใช้วิกฤตเป็นโอกาส สังคมจะกลับมายกย่องเชิดชูพรรคการเมืองนี้ และ ๓) หากทำอะไรไม่ได้มากอีกแล้ว เพราะวุ่นวายเหลือเกิน เหนื่อยเหลือเกิน ก็น่าจะยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ตัดไฟแต่ต้นลม คืนอำนาจให้ประชาชน ผลที่ตามมาคือ จะช่วยทำให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อได้ไม่เกิดเหตุรุนแรงบานปลาย เพราะดับไว้ซึ่งเหตุปัจจัย ล้างไพ่กันใหม่อีกรอบด้วยวิถีประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ดร.นพดล กล่าว


ตอนนี้...... ต่างชาติแก๊ง "จักรวรรดินิยมอำนาจตะวันตก" โผล่หางบ่อยขึ้น หมายถึงอะไร? ก็หมายถึง "ม็อบ ๓ นิ้ว" กำลังถึงทางตัน ยิ่งถูกฝ่ายบ้านเมืองใช้แผน "น้ำร้อนปลาเป็น-น้ำเย็นปลาตาย"

ก็มันยาว "ก่อนจะเป็นศพ"
'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก
'นิมิตเมืองจากชาวเมือง'