อาบน้ำ..ต้านซึมเศร้าช่วงโควิด-19


เพิ่มเพื่อน    

    นิสัยในการอาบน้ำของฝั่งตะวันออกและตะวันตกแตกต่างกัน จึงทำให้นักจิตวิทยาหลายแขนงออกมาเรียกร้องให้รักษาสุขภาพด้วยการลุกขึ้นมาอาบน้ำให้บ่อยขึ้นจากที่เคยปฏิบัติ เพื่อป้องกันโรคระบาดไวรัสโควิด-19 อีกทั้งปัญหาซึมเศร้าจากผลกระทบดังกล่าว โดยเอมี ดีโพโล นักสังคมวิทยาด้านเนื้องอกของรัฐคอนเนตทิคัต กล่าวว่า “พฤติกรรมการอาบน้ำอย่างสม่ำเสมอนั้น จะช่วยทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของเราทำงานได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงที่โรคโควิด-19 กำลังระบาดอย่างหนักอยู่ในขณะนี้ และสิ่งที่ลืมไม่ได้นั้นการที่คุณอาบน้ำในห้องน้ำ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เพียง 5 นาที ไปจนถึง 25 นาที หรือนานกว่านั้น จะส่งผลต่อร่างกายจิตใจ รวมถึงอารมณ์ของคุณด้วยเช่นกัน ซึ่งการอาบน้ำก็ช่วยสะท้อนให้คุณเห็นในสิ่งที่คุณต้องการมากยิ่งขึ้น หรือเรื่องที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับร่างกายนั่นเอง เพราะอย่าลืมว่าการชำระล้างสิ่งสกปรกในร่างกาย โดยเฉพาะในช่วงตอนเช้า ก็จะทำให้คุณตื่นตัวทั้งจิตใจและร่างกาย พูดง่ายๆ ว่าการอาบน้ำจะช่วยทำให้คุณรู้สึกกระปรี้กระเปร่า และอารมณ์ดีก่อนออกไปทำงานในตอนเช้านั่นเอง”
    ทั้งนี้ ผู้ที่ไม่ค่อยชอบอาบน้ำนั้น อยากให้ทุกคนคิดอยู่เสมอว่า ฝักบัวในห้องอาบน้ำของคุณ จะช่วยทำให้เกิดสิ่งดีๆ กับคุณ ทั้งเรื่องของอารมณ์ที่แจ่มใสหากได้ชำระล้างร่างกายในตอนเช้า กระทั่งยังทำให้เนื้อตัวของคุณสะอาด ปราศจากเชื้อไวรัสมรณะปนเปื้อนในร่างกายได้ 
    ที่สำคัญในช่วงนี้หลายคนให้ความสำคัญกับการอาบน้ำชำระล้างร่างกาย ซึ่งเป็นข้อปฏิบัติ 1 ใน 5 หรือ 1 ใน 9 ข้อ ที่เป็นประโยชน์กับร่างกายของคุณ โดยเฉพาะการอาบน้ำในตอนเช้า ซึ่งถือได้ว่าเป็นการกระตุ้นให้คุณตื่นจากการนอนหลับพักผ่อน หรือวางแผนที่จะทำกิจกรรมประจำวัน โดยเริ่มจากการอาบน้ำก่อนเป็นอันดับแรกนั่นเอง ที่สำคัญยังช่วยปรับจิตใจของคุณให้พร้อม ก่อนที่จะออกไปทำงานนอกบ้านบ้านนั่นเอง อีกทั้งการที่คุณผลักตัวเองให้ลุกขึ้นมาอาบน้ำนั้น จะเป็นการกระตุ้นให้สมองซีกขวาของคุณได้คิดวางแผนทำในสิ่งต่างๆ  ซึ่งสมองส่วนนี้ถือได้ว่าเป็นสมองซีกของความคิดสร้างสรรค์ 
    ด้าน ดร.เจน ฮาร์นสไตน์ ผู้ช่วยด้านสุขภาพจิต และยังเป็นนักจิตวิทยาที่ช่วยในการฝึกพูด บอกว่า “การอาบน้ำในตอนเช้านั้น จะช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ให้กับเราได้ เพราะขณะที่คุณกำลังอาบน้ำ คุณสามารถใช้ช่วงเวลาที่เงียบดังกล่าวในการขบคิดในสิ่งที่จะทำ ซึ่งสมองที่ปลอดโปร่งในยามเช้านั้น จะทำให้เราสามารถคิดและทำในสิ่งต่างๆ ได้อย่างลื่นไหล ตลอดจนสามารถแก้ไขปัญหา หรือคิดในเรื่องที่เข้าใจยากให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น หรือมีไอเดียในการทำสิ่งใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดี”
    หนึ่งในผลกระทบที่โชคร้ายของโรคระบาดโควิด-19 นี้ คือชาวอเมริกันหลายล้านคนตกงาน แต่สำหรับหลายๆ คนมันคือการคิดค้นหาสารพัดงานอดิเรกขึ้นมาทำ หรือการที่เรารู้จักตั้งเป้าหมายเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตของเรา ตลอดจนการปฏิบัติตามคำแนะนำต่างๆ ในการรักษาสุขอนามัยไปเรื่อยๆ จนกว่าที่เราจะหยุดการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ได้ หรือแม้แต่การที่คุณเลือกอาบน้ำในตอนบ่ายของวัน ในช่วงที่คุณหยุดพักกลางวัน  ก็จะทำให้กลับไปเรียนหนังสือ หรือทำงานต่างๆ ได้เป็นอย่างดี  และยังทำให้สมองปลอดโปร่ง ในช่วงครึ่งวันที่เหลือของคุณได้เป็นอย่างดี 
    ทั้งนี้ การที่คุณอาบน้ำอย่างรวดเร็วเพียง 15 นาที ภายในเวลาหยุดพักกลางวัน จะช่วยรีเซตหรือฟื้นฟูความคิดที่ดีๆ ให้กับคุณ เพื่อให้คุณสามารถใช้ชีวิตในช่วงครึ่งวันที่เหลือได้เป็นอย่างดี กระนั้นการอาบน้ำในช่วงหลังเวลากินอาหารกลางวัน เพียงแค่คุณขัดผิวเบาๆ ก็ช่วยให้คุณคลายความขี้เกียจ หรือความง่วงเหงาหาวซึมได้ เพราะช่วงเวลาในตอนบ่ายนั้น หลายๆ คนนั้นมักจะเกิดอาการดังกล่าวขึ้นได้ นอกจากนี้การอาบน้ำก่อนเข้านอน ก็เป็นสิ่งที่คุณลืมไม่ได้เช่นเดียวกัน 
    ด้าน “โชล คาร์มิคัล” นักจิตวิทยาในเมืองนิวยอร์กซิตี  บอกว่า “หากคุณต้องการกระโดดข้าม ความรู้สึกลบเกี่ยวกับโรคโควิด-19 นั้น ก็ให้อาบน้ำ เพราะถ้าคุณไม่อาบน้ำ ก็จะสังเกตได้ว่าตัวเองถูกกักกันอยู่ในบ้าน อีกทั้งการที่คุณไม่อาบน้ำ นั่นจะยิ่งทำให้คุณเกิดปัญหาทางสุขภาพจิต ที่อาจนำไปสู่โรคซึมเศร้าได้นั่นเอง และทางกลับกันนั้นผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิต ที่อาบน้ำอย่างสม่ำเสมอ และแต่งตัวอย่างถูกสุขอนามัย ไม่เพียงทำให้ตัวเองรู้สึกภูมิใจ แต่นั่นยังสะท้อนให้เห็นว่าเขาสามารถดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดี อีกทั้งการดูแลตัวเองดี ก็จะทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า มีความสำคัญทั้งกับตัวเองและคนรอบข้าง และเป็นสิ่งที่คุ้มค่าเมื่อเราเกิดมาบนโลกใบนี้”.


"...ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ทุกคนค่ะ ขอให้ประสบความสุขความสำเร็จในชีวิตค่ะ ส่งผ่านความภาคภูมิใจไปถึงบัณฑิตทุกคนและครอบครัวนะคะ..."

ความจริงจากเยอรมัน
'สรรพรส-สรรพเรื่อง' (เละๆ)
เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'