คลังเล็งแคชแบ็ก กระตุ้นท่องเที่ยว จ่อชงกลั่นกรองฯ


เพิ่มเพื่อน    


    "คลัง" เล็งใช้มาตรการแคชแบ็กกระตุ้นท่องเที่ยว เชื่อได้ผลเร็ว มองมาตรการคืนภาษียังไม่แรงพอจูงใจให้คนออกไปเที่ยว แจงสัปดาห์นี้เคาะชุดมาตรการหนุนท่องเที่ยว ก่อนเสนอคณะกรรมการกลั่นกรอง-ครม.พิจารณา หวังมีผลบังคับใช้ภายใน ก.ค.นี้
    พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.63 ว่าเรื่องการท่องเที่ยวได้ให้เตรียมการท่องเที่ยวเชิงสาธารณสุข วันที่ 10 มิ.ย.จะมีการพิจารณาหามาตรการเพื่อสอดรับกับการท่องเที่ยว การนำคนเข้าประเทศ ซึ่งจะพิจารณาประเทศที่ไม่มีปัญหาเรื่องโควิด-19 เฉพาะกลุ่มและมาในเฉพาะพื้นที่ที่ดูแลได้ในเรื่องของสุขภาพ การรักษาพยาบาลต่างๆ ที่ไม่ใช่โควิด-19 อย่างเดียว ซึ่งวันนี้ไม่ได้มีการเข้ามา ตรงนี้ถือเป็นรายได้ประเทศอีกส่วนหนึ่ง แต่จะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทับซ้อนโควิด-19 เราต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ 
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ปัญหาของบ้านเรามีจำนวนมาก วันนี้ประเทศในโลกก็มีปัญหาของตัวเองทั้งสิ้น เราอย่าเอาอะไรมาพันกันไปพันกันมามั่วไปหมด แล้วก็แก้ปัญหาไม่ได้ จนคนไม่รู้ข้อเท็จจริง  ตนเห็นใจในการเสนอข่าวของสื่อมวลชน แต่ก็ต้องเสนอข่าวเอาสิ่งที่ดีออกมาบ้าง สิ่งที่ไม่ดีตนก็จะแก้ไขตรวจสอบ ลงโทษ การพิจารณาเพื่อให้เขาทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ซึ่งตนไปสั่งการอะไรไม่ได้เพราะมีกรอบอำนาจของแต่ละคนอยู่แล้ว
    ขณะที่ พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กล่าวถึงมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศว่า นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะใช้มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศหลังการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องออกมาตรการล็อกดาวน์ ซึ่งกระทบต่อการท่องเที่ยวและการบริโภคในประเทศ โดยจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มมาตรการคือช่วงเดือน ก.ค.เป็นต้นไป เนื่องจากรัฐบาลจะให้มีวันหยุดชดเชยวันสงกรานต์ในช่วงเดือน ก.ค.นี้
     พญ.พรรณประภากล่าวว่า มาตรการที่จะออกมานั้น เช่น การแจกบัตรกำนัล, การเสนอให้แจกเงินคนละ 3,000 บาทเพื่อท่องเที่ยวภายในประเทศ จะต้องให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยว เช่น โรงแรมและร้านอาหาร เข้าร่วมจัดโปรโมชัน ลดราคาต่างๆ เพื่อสนับสนุนมาตรการภาครัฐ และจูงใจให้ประชาชนตัดสินใจท่องเที่ยวด้วย เช่น การลดราคาเพื่อให้คนเข้าใช้บริการมากขึ้น เป็นต้น
    ขณะที่นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการหารือเพื่อหาข้อสรุปร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เกี่ยวกับการดำเนินมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยเบื้องต้นจะต้องสรุปแนวทางการดำเนินงานทั้งหมดให้ได้ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อเสนอให้คณะกรรมการกลั่นกรองโครงการใช้เงินกู้ พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ที่มีเลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์เป็นประธาน เพื่อพิจารณาวงเงินงบประมาณที่จะใช้ดำเนินการต่อไป เพื่อให้มาตรการเริ่มมีผลใช้ได้ภายในเดือน ก.ค.63 เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ
    ทั้งนี้ แนวทางในการกระตุ้นการท่องเที่ยวเบื้องต้นที่คาดว่าจะเร่งดำเนินการเป็นอันดับแรก คือ การส่งเสริมให้บุคลากรทางการแพทย์ และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จำนวนกว่า 1.2  ล้านคนได้เดินทางท่องเที่ยว ซึ่งในส่วนนี้เป็นไปตามที่ ททท.เสนอมา ส่วนแนวทางเรื่องการแจกเงิน หรือการแจกเวาเชอร์ ซึ่งเป็นอีกข้อเสนอของ ททท.นั้น ยังไม่มีการสรุปในขณะนี้ เพราะต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบว่าแต่ละแนวทางที่ดำเนินการมีทั้งข้อดี ข้อเสีย และการดำเนินการจะต้องมีความคุ้มค่า และเป็นไปตามเป้าหมาย คือการกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวภายในประเทศอย่างแท้จริง
    "วงเงินที่จะใช้ในมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวนั้น เบื้องต้นที่หารืออาจจะมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท  แต่จะเป็นเท่าไหร่นั้นยังอยู่ระหว่างการหาข้อสรุป ว่าต้องการจะออกมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวที่มีผลมากน้อยขนาดไหน" นายลวรณกล่าว
    นายลวรณกล่าวอีกว่า ในส่วนข้อเสนอของภาคเอกชนที่อยากให้กระทรวงการคลังพิจารณามาตรการหักลดหย่อนภาษี โดยตามข้อเสนออยากให้มีการหักลดหย่อนมากกว่า 15,000 บาท อาจเป็น  50,000 บาทนั้น คงต้องมาพิจารณาถึงความเหมาะสมและคุ้มค่าด้วย โดยเบื้องต้นมองว่ามาตรการทางภาษีอาจจะไม่มีผล หรือมีแรงจูงใจมากเพียงพอที่จะกระตุ้นให้ประชาชนออกไปท่องเที่ยว เพราะการคืนภาษีตามมาตรการทำได้ช้า ดังนั้นมาตรการด้านภาษีจึงไม่มีผลทำให้เกิดการท่องเที่ยวได้ทันที
    อย่างไรก็ดี ยอมรับว่าขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการพิจารณา นำแนวทางของมาตรการแคชแบ็กมาใช้ในการกระตุ้นการท่องเที่ยว คือเมื่อมีการไปเที่ยวและมีการใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการท่องเที่ยว  รัฐบาลก็จะมีการจ่ายเงินแคชแบ็กกลับคืนให้ประชาชนทันที ซึ่งมองว่าแนวทางนี้น่าจะได้ผลดีมากกว่า  ส่วนรายละเอียดว่าจะแคชแบ็กคืนจำนวนเท่าไหร่ กรอบวงเงินในการแคชแบ็กต้องไม่เกินเท่าไหร่นั้น ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยทั้งหมดจะต้องเร่งสรุปออกมาเป็นแพ็กเกจเดียว เพื่อเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองและเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป.


ก็น่าตกใจอยู่หรอก... จู่ๆ ทหารอเมริกันนับร้อยมานอนโรงแรมกลางกรุง แถมข่าวสารยังสับสน

'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'
"บอส-เรดบูล" เมาหลังขับ?
ยิ่งกว่าสงครามเหลือง-แดง
'ข้อมูลใหม่กับคนเหนือดวง'