ร่องรอยเงื่อนงำ ศึกในเพื่อไทย


เพิ่มเพื่อน    

        ศึกใน พรรคพลังประชารัฐ ว่าดุเดือด ส.ส.แบ่งข้างแยกก๊วน อีกกลุ่มหนึ่งประกาศชัดไม่เอาอีกกลุ่ม ถึงขนาดประกาศ ตามหาคนหายในเมื่อไม่มาประชุม ขอให้ไล่พ้นพรรค ขณะที่อีกฝ่าย เล่นบทดื้อตาใส ดึงเกมให้ยืดเยื้อ ขอกวนบาทาเล่นเสียหน่อย

        หันมามอง ศึกในพรรคเพื่อไทย นึกว่าจะไม่มีอะไร ภาวะแบบนี้ต้องแปลงตัวเป็นผู้ชม ในเมื่อขั้วตรงข้ามมีอะไรให้ติดตามสนุกๆ แทนที่จะยืนบนภู กลับกลายเป็นกลัวน้อยหน้า ขอไล่อัด ไล่ตะเพิดคนกันเองไปเสียได้

        ในวันประชุมพรรคเพื่อไทยเมื่อวันอังคารที่ 9 มิ.ย.  ช่วงเวลา 15.30 น. ห้องประชุมชั้น 2 ที่ทำการพรรคเพื่อไทย โดยมี  นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ร่วมทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม

        มีข่าวหลุดรอดออกมา ตลอดเวลาการประชุมยาวนานกว่า 2 ชั่วโมง วาระหลักของการประชุมกลายเป็นการเปิดศึกซักฟอกกันเอง โดยงานนี้มีทั้งแกนนำพรรค สมาชิกพรรคเพื่อไทย ส.ส.เพื่อไทย โดดร่วมวงโดยพุ่งเป้าไปยังคนกันเองในพรรค โดยเฉพาะกลุ่มแคร์ที่กำลังเคลื่อนไหว เตรียมเปิดตัว เตรียมทำกิจกรรมการเมือง

      ทันทีที่เริ่มประชุม วัฒนา เมืองสุข หนึ่งในกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย เปิดฉากทันที ‘เมื่อมีข่าวพวกเราจะแยกไปตั้งกลุ่ม ก็ไม่แปลก เพราะถ้ารัฐธรรมนูญเป็นแบบนี้ เราจะไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่ถึงไม่ได้ก็ยังอยู่ แม้จะสอบตก จะยืนตรงนี้ (พอพูดถึงช่วงนี้ สมาชิกในห้องประชุมบางส่วนปรบมือให้กำลังใจ) เพราะตรงนี้คือบ้าน ไม่แปลกใจที่บางคนจะไป แต่ถ้าจะไปไม่ควรจะทำลายที่นี่ คำพูดที่บอกว่า ต้องออกไป เพราะว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นที่หวังของประชาชน เป็นคำพูดที่ใช้ไม่ได้ ถ้าเปรียบเป็นผัว-เมีย เมื่ออยู่ด้วยกันไม่ได้ก็แยกกันไป ไม่ใช่ปักหลักอยู่ในบ้านอย่างนี้ถือว่าเห็นแก่ตัว’

        ไม่เท่านั้น ยังมีกลุ่ม ส.ส.ดาหน้ามาเป็นระลอก อาทิ นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ที่ตามสมทบทันที สิ่งที่เจ็บปวดมากที่สุด ฝ่ายเราที่จะออกไป มาบอกว่า  ส.ส.อีสานหมดน้ำยา ขาดความร่มเย็นที่จะมาสร้างความเป็นสุขให้พี่น้องประชาชน ใครจะไปที่ไหน มาคุยให้ชัดเจนว่า ถ้าที่นี่อยู่ไม่ได้ จะไปสร้างพรรคใหม่ ขอให้ไปดี อย่าสร้างความเสียหายให้กับพวกผม พวกผมมีความหวังว่า วันข้างหน้าความสุขจะต้องกลับคืนมาให้ประชาชน โดยพรรคเพื่อไทยอย่างเดียว

        อย่างไรก็ดี ก็มี ส.ส.อีกกลุ่มหนึ่งที่ขอให้เข้าใจในความเป็นไป และได้ร่วมแสดงความคิดเห็น เช่น นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ที่ระบุว่า ไม่ว่าคนที่อยู่ที่นี่ หรืออยากไป เชื่อว่าเรายังเป็นเพื่อน เป็นมิตร เป็นคนที่เคยกินข้าวหม้อเดียวกันอยู่ ยังเชื่อว่าคนที่จะไปตั้งพรรคหรือพวกเราที่อยู่นี่ ยังรักการต่อสู้แนวทางประชาธิปไตย คงไม่มีใครย้ายไปฝั่งเผด็จการ ถ้ามีความจำเป็น ไปแล้วก็ต้องยังรักกันได้ ทำงานร่วมกันได้ การเมืองวันข้างหน้า ต้องเดินตามระบอบประชาธิปไตย ยังต้องอาศัยมือทั้งหลายในการมาจัดตั้งรัฐบาล

        ผู้ร่วมอภิปรายยังมีอีกหลายคน ไม่ว่าจะเป็น ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย อดีต ส.ส.สมุทรปราการ เดอะโจ้-ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม ขณะที่ เสี่ยตุ๊-อดิศร เพียงเกษ สมาชิกพรรคเพื่อไทย และโฆษกผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาฯ ผู้แทนราษฎร พยายามจะตั้งคำถามกลับไปยังคนเปิดประเด็นบางคน จี้ให้มีการเปิดเผยชื่อให้ชัดว่าหมายถึงใคร ส่วน  เฮียหงวน-สงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน ก็พยายามพูดให้ทุกฝ่ายเข้าใจ ขอให้เข้าใจ เพราะถึงอย่างไรในที่สุดเขาก็ยังเป็นฝ่ายเดียวกับเรา

        จับปฏิกิริยาศึกในเพื่อไทย รอบนี้ไม่ปกตินัก โดยหนึ่งใน สมาชิกพรรคเพื่อไทยที่ไม่ได้เอนเอียงเข้าฝ่ายใด วิเคราะห์คำพูด ‘พรรคไม่ได้เป็นที่หวังของประชาชน’ ทั้งที่คำพูดนี้จนถึงวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนพูด แต่กลับมีการปลุกให้เป็น Hate speech แล้วโยนกระแทกไปถึงแกนนำพรรคบางคน ตกเป็นแพะ แล้วเอามาขึงพืด ล่อเป้า ในกลเกม

        หลังเหตุการณ์คล้อยหลังหนึ่งวัน (10 มิ.ย.) แม้ เฮียพงษ์-สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย สุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน พร้อมกับกลุ่ม ส.ส.อีกนับสิบคน ร่วมแถลงยืนยันคนในพรรคยังรักใคร่ กลมเกลียวกันดี ไม่มีความขัดแย้งใดๆ พลางโยนไปให้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเป็นต้นเหตุที่ทำให้ต้องเกิดภาวะแตกแบงก์พัน

        ก่อนการแถลงข่าว เฮียพงษ์ ระบายความอึดอัดใจ ที่จู่ๆ กลางดึกคืนก่อนหน้า (9 มิ.ย.) มีข่าวหลุดไปในบางสื่อว่า หัวหน้าพรรค ประธานยุทธศาสตร์พรรคจะแถลงข่าวร่วมกัน พร้อมระบุวันเวลาเอาไว้ เสมือนถูกมัดมือชก และต้องมาแถลงตามที่มีกระแสข่าว เหมือนว่าตัวเองตกไปอยู่ในเกมที่อีกฝ่ายอยากให้เป็นไป แต่ด้วยความเป็นหัวหน้าพรรค ก็ต้องแสดงถึงภาวะผู้นำ

        "สยบรอยร้าว ปฏิเสธถึงกระแสข่าวต่างๆ ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งในพรรค"

      ส่วนแกนนำพรรคเพื่อไทยบางคนที่ตกเป็นเป้า ขอใช้ความสงบ สยบความเคลื่อนไหว ‘ในเมื่อผู้พูดไม่ได้ระบุชัดว่า เป็นนายกฯ หรือนายนั้น นายนี้ เราก็ไม่จำเป็นต้องร้อนตัว เพียงแต่ขอฝากเอาไว้ให้เป็นข้อคิดเล็กๆ แต่สิ่งที่ทำนั้นเป็นเรื่องดี และที่ทำไม่ได้มุ่งหวังจะเป็น ส.ส.หรือกระสันอยากจะเป็นรัฐมนตรี.


"บ้านเมืองไทย" ก็เหมือนตะกร้าตอนไปจ่ายตลาด ไม่ได้มีของที่ต้องกิน-ต้องซื้อยัดลงตะกร้าอย่างเดียว ฉะนั้น...... อย่าไปจดจ่ออยู่กับเรื่องใด-เรื่องหนึ่งโดยเฉพาะจนจับเจ่า ชีวิตจะเฉาเปล่าๆ

"กระมิด-กระเมี้ยนอยู่ทำไม"?
'๒๕๖๓ คณาจารย์ร่านเมือง'
ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส