'ดี้ นิติพงษ์' เล่าความผูกพันระหว่างเพื่อนกับ 'ตั้ว ศรัณยู' ในวัยว้าวุ่นเวอร์ชั่นวัดนาคปรก


เพิ่มเพื่อน    

11 มิ.ย.63 - ดี้-นิติพงษ์ ห่อนาค โพสต์รูปภาพอดีตสมัยเรียนคณะสถาปัตยกรรม จุฬาฯ พร้อมข้อความระบุว่า ไปหาตั้วที่วัดนาคปรกมาจ้ะ..
วัดนี้ เป็นวัดประจำตระกูลของตั้วเลยก็ว่าได้ บ้านพ่อแม่ตั้วอยู่ติดกับวัดเลย..

พ่อแม่ตั้วมีบ้านว่างอยู่อีกหลังหนึ่ง...สมัยเรียนถาปัด ตั้วอยู่ที่บ้านนี้ ไม่ใช่สิ...ตั้วกับเพื่อนถาปัดจำนวนหนึ่ง อยู่บ้านนี้ ช่วงนั้นก็ไม่ใช่ปีหนึ่งนะ...ปีสามปีสี่ด้วยซ้ำ..

บ้านไม้สองชั้นเล็กๆ มีสองห้องคือ ห้องข้างบน กับห้องข้างล่าง เป็นบ้านที่ไม่ควรอยู่เกินสามคน...พวกเราสามารถอยู่ด้วยกันหกเจ็ดคนได้...พร้อมกับโต๊ะเขียนแบบคนละตัว...นอนตรงไหน...แล้วแต่

อยู่กันอย่างเขรอะ ทำโปรเจคส่งอาจารย์บ้าง คุยเรื่องเขียนบทละครบ้าง ร้องรำทำเพลงบ้าง....แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปนอน

แม่ตั้วจะหุงข้าวต้มมาให้กินบ่อยๆ เพราะกลัวลูกกับเพื่อนๆ เป็นโรคขาดสารอาหาร...เพราะบะหมี่สำเร็จรูปมักจะเป็นอาหารหลัก ค่ำๆ ก็จิบแม่โขงโทนิคกัน...วันไหนมีตังค์เยอะหน่อยก็ลงขัน...จิบแสงโสม

ทำงานไป พร่ำเพ้อละเมอพก ดื่มด่ำเมรัยยามราตรี จนเกือบเช้า...ก็แยกย้ายไปสุมหัวนอน...แยกย้ายยังไงวะ ห้องเดียวนั่นแหละ...

ก่อนนอน...มีเพื่อนบางคนปวดเยี่ยว แล้วขี้เกียจลงมาเข้าส้วมข้างล่าง มันก็เยี่ยวตรงระเบียงบนบ้านดุจสายฝนอุบาทว์ ตกลงไปที่พื้นเบื้องล่างอันเป็นทางสัญจรเข้าออกของผู้คน รวมทั้งพระคุณเจ้า..ซึ่งกำลังจะออกมาบิณฑบาตร ในเวลาอันเกือบจะเดียวกันนั้น...

ตั้วเห็นก็ตาเหลือก ตะโกนลั่น...

“เฮ้ย ไอ้เชี่ย มึง ลงไปเยี่ยวข้างล่างสิโว้ย...นั่นมันลงไปทางเดิน เดี๋ยวพระก็จะออกไปบิณฑบาตรแล้ว...”
“กูเมาว่ะตั้ว...กูลงกระไดไม่ไหว...”

เราเขรอะกันอย่างไม่น่าเชื่อ...
เพื่อนคนหนึ่ง ตื่นก่อน อาบน้ำเสร็จแล้วหยิบกางเกงในฉันที่ตากอยู่ไปใส่เฉยเลย...
พอฉันลืมตาขึ้นมาเห็น ก็ร้องเฮ้ย....

มันด่ากลับหน้าตาเฉย..
“เฮ้ย...อะไรวะ ของแค่นี้หวงไปได้...”

ล้อมวงกินข้าวต้มที่แม่ตั้วต้มมาให้กิน...มีไอ้เพื่อนตัวร้ายเลวทรามต่ำช้าคนนึง มันคะนอง...มันดึงขนในที่ลับ...เอาใส่ชามข้าวต้มเพื่อนทุกคน!!!! อ้วกกกก...

“...ไอ้.....มึงทำอะไรของมึง...”
“...หมี่กรอบไง...หมี่กรอบ...”

กว่าจะรอกันใช้ห้องน้ำ อาบน้ำมั่ง ไม่อาบมั่ง...ก็แล้วแต่...
ก็จะพากันเดินงัวเงียเป็นขบวนออกไปปากซอย...

เป็นอู่ต้นสายรถเมล์สาย 4 ตลาดพลู-คลองเตย
ซึ่งโชคดีที่เป็นสายที่ผ่านจุฬาพอดี..
เราเป็นนิสิต..ก็ต้องไปเรียนสิ

เราจะไม่พูดคุยกันทั้งสิ้น ต่างกับกลางคืนโดยสิ้นเชิง...
ต่างคนแยกย้ายไปนั่งริมหน้าต่าง...ไม่นั่งด้วยกัน

ก่อนรถจะออกจากอู่...เราก็หลับกันโดยพร้อมเพรียงริมหน้าต่าง-
ไม่ต้องหวาดกลัวต้องลุกให้เด็กสตรีคนชราอะไรใดๆทั้งสิ้น
เพราะเก้าอี้รถเมล์สมัยนั้นเป็นแบบนั่งคู่หมด...ปลอดภัย

ความปลอดภัยเริ่มสั่นคลอน....เมื่อ

รถเมล์มาถึงป้ายจุฬา...แถว ๆ สามย่าน

ทีนี้ก็แล้วแต่ใครตื่นหรือไม่ตื่น..ตอนรถถึงป้ายนั้น...
และเราก็ตกลงกันไว้ก่อนแล้วว่า...ตัวใครตัวมันนะเว้ย

จะมีเพื่อนบางคน...ที่ไปตื่นที่อู่คลองเตยเสมอ...

ตั้วไม่เคยพลาด..พร้อมเพื่อนที่รอดมาได้...ก็จะลงป้ายแล้วเดินเข้าประตูจุฬาด้านพาณิชย์บัญชีด้านทิศใต้สุด....เพื่อจะเดินผ่าจุฬาฯ ไปยังคณะถาปัดที่อยู่ด้านทิศเหนือสุด...

เพื่อนๆ ที่เดินอยู่ท้ายกลุ่ม จะได้ยินเสียงสาว ๆ จุฬา แอบกระซิบกัน...

“นี่ๆๆ...นี่ไงเธอ...ศรัณยู..”
“ใช่เหรอ...”
“ใช่ๆๆ...เอ๊..รึเปล่า..”
“ไม่ใช่มั้ง...หูย..เดินผ่านที กลิ่นเหมือนขนมปังหืน...”
ฯลฯ

......
......

สี่สิบปีมาแล้ว...ไม่น่าเชื่อว่าภาพยังชัดมาก...

#นินทาตั้ว
#ตั้วไม่ต้องมาแก้ต่างอะไรนะ
#ว้าวุ่นเวอร์ชั่นวัดนาคปรก
#ปินดาโพสยะมันไม่เขียนกูเขียนเอง
#คิดถึงมึงนะตั้ว


ก็น่าตกใจอยู่หรอก... จู่ๆ ทหารอเมริกันนับร้อยมานอนโรงแรมกลางกรุง แถมข่าวสารยังสับสน

'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'
"บอส-เรดบูล" เมาหลังขับ?
ยิ่งกว่าสงครามเหลือง-แดง
'ข้อมูลใหม่กับคนเหนือดวง'