ไวรัสร้ายคลี่คลาย การเมืองระอุ-ความขัดแย้งคุกรุ่น


เพิ่มเพื่อน    

      สถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในไทย ดีวันดีคืน หากไม่นับผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างประเทศที่อยู่ในศูนย์เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ ที่ยังมีผู้ติดเชื้อในการควบคุมดูแลอยู่บ้าง แต่สำหรับสถานการณ์โดยรวมภายในประเทศ ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ ถือว่าการทำงานของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เดินถูกทางแล้ว

      เครดิตความดีความชอบ บุคลากรทางการแพทย์ หมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ ตลอดจนคนไทยทุกคน ที่ตื่นตัว ตระหนักถึงภัยอันน่ากลัวของไวรัสร้าย ช่วยกัน เฝ้าระวัง ป้องกันทุกความเสี่ยง สมควรได้รับคำชื่นชม ได้รับเสียงปรบมือไปด้วยกัน

      จากผลการตื่นตัว การทำงานหนักจากภาครัฐ เอกชน สาธารณสุข ประชาชน ตัวเลขยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศไม่มี ยอดผู้เสียชีวิตหยุดนิ่งอยู่กับที่มาเป็นเวลานาน ประกอบกับภาครัฐ จากที่เคยเข้มงวดกับธุรกิจ กิจการที่เป็นจุดเสี่ยงการแพร่ระบาด มีการคลายล็อก ปลดล็อกจากเฟส 1 ไป 2-3

      ล่าสุด นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. เปิดเผยผลการประชุม ศบค. เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ว่า ที่ประชุมมีมติ ยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถานหรือเคอร์ฟิว มีผลตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. รายละเอียดของมาตรการผ่อนคลายระยะที่ 4 มีทั้ง 1.ผ่อนผันการใช้อาคารสถานที่ คือ ให้โรงเรียนนานาชาติ สถาบันกวดวิชา เปิดได้ 2.กิจกรรมด้านเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิต ให้การจัดการประชุม การอบรม การสัมมนา การจัดนิทรรศการ การจัดเลี้ยง การแสดงดนตรี คอนเสิร์ต ประชุม อบรม สัมมนา การบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในภัตตาคาร สวนอาหาร ศูนย์อาหาร โรงแรม ร้านอาหาร ให้เปิดได้ สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ศูนย์เด็กเล็ก สถานที่ดูแลผู้สูงอายุ ได้รับอนุญาตได้ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา เปิดได้ เช่นเดียวกับกองถ่าย เพิ่มจำนวนคนได้แล้ว ไม่เกิน 150 คน ผู้เข้าชมไม่เกิน 50 คน

      3.กิจกรรมด้านการออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพ หรือสันทนาการ สปา ออนเซ็น อบตัวสมุนไพร อบไอน้ำ แบบรวม สนามเด็กเล่น สระน้ำ สวนน้ำ สระว่ายน้ำ กีฬาประเภทกลางแจ้ง โรงเรียนศิลปะการต่อสู้ โรงยิม แล้วก็สถานที่ออกกำลังกายเกือบทุกประเภท ตามกติกาสากลเพื่อการออกกำลังกาย เพื่อการฝึกซ้อม เพื่อการเรียนการสอน เปิดได้

      แต่ในธุรกิจกิจการบางประเภทต้องเว้นระยะห่างให้เหมาะสม เช่น การจัดคอนเสิร์ต จัดสัมมนา และที่ขาดไม่ได้คือ การตรวจวัดอุณหภูมิของผู้มาใช้บริการ การเตรียมเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ การสวมใส่หน้ากากเข้าสถานที่ต่างๆ ในด้านสุขอนามัย ความสะอาด การป้องกัน ทั้งเจ้าของกิจการและผู้มาใช้บริการ ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด การ์ดตกไม่ได้ แม้จะมีการผ่อนคลายมากขึ้น แต่ยังห้ามการเดินทางเข้าประเทศทั้งทางบก น้ำ อากาศ เพื่อความปลอดภัยเอาไว้ก่อน รวมไปถึงผู้คนที่ต้องปรับเปลี่ยน การใช้ชีวิต การเดินทาง การเข้าสังคม ในยุค new normal กันไปอีกระยะ รอเวลาที่มีวัคซีน ยาต้านไวรัสร้ายชนิดนี้ออกมา 

      ไม่ว่าอย่างไร ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ไม่นับผู้เดินทางมาจากต่างประเทศที่อยู่ในศูนย์เฝ้าระวังของรัฐ บวกกับ การเอาจริงเอาจังจากภาครัฐ ความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่าย สถานการณ์ในไทยดีขึ้นเรื่อยๆ แม้จะยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ก็เชื่อได้ว่าธุรกิจทุกประเภทจะได้รับการปลดล็อกให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติในเร็ววัน

      สิ่งที่น่าเป็นห่วง แม้สถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิดจะดีวันดีคืน แต่เรื่องเศรษฐกิจยัง อยู่ในภาวะที่น่าหนักใจ การส่งออก-นำเข้า การลงทุนใหม่ ภาคการท่องเที่ยว ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง ภาคการเกษตร ธุรกิจให้บริการหลายประเภท คนหาเช้ากินค่ำ ผู้ใช้แรงงานที่ยังใช้ทักษะเดิมๆ นักศึกษาจบใหม่ ฯลฯ ล้วนอยู่ในกลุ่มที่ต้องใช้ระยะเวลาในการฟื้นฟู เยียวยา อัดฉีด กระตุ้น อีกนับปี กว่าจะพลิกฟื้นกลับเข้าสู่ภาวะปกติดั่งเดิม 

      เมื่อไวรัสร้ายเริ่มคลี่คลายไปในทางบวก งานการเมือง ที่นิ่งเงียบมานานก็เข้าโหมดปกติ พล.อ.ประยุทธ์หายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องจาก ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน กรณีที่ขอให้ตรวจสอบ หลังจากเกษียณราชการแล้วแต่ยังคงพักบ้านหลวง ซึ่งผลที่จะออกมายังไม่รู้จะเป็นเช่นไร

      พรรคการเมือง พรรคใหม่ พรรคเก่า อยู่ในช่วงที่วุ่นวายไม่ต่างกัน พรรคพลังประชารัฐ ก๊วนสามมิตรร่วมกับกลุ่ม ส.ส.อีก 30-40 คน ออกโรงดัน เชียร์ พี่ใหญ่อย่าง บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้เข้ามานั่งเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ให้ได้ หลังจากพร้อมใจจับมือกันเฉพาะกิจ กับบางกลุ่มก๊วนยกทีมลาออกจากกรรมการบริหารพรรคเกินครึ่ง ทำให้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดเดิมต้องพ้นสภาพตามข้อบังคับพรรคไปด้วย

      รอวันประชุมใหญ่สามัญ 3 ก.ค. เลือกหัวหน้าพรรค คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ หากไม่มีปรากฏการณ์ ฟ้าผ่า ลงพลังประชารัฐ บิ๊กป้อมจะก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อาศัยความเป็นพี่ใหญ่มากบารมีที่ทุกคนเกรงใจ เข้ามาสยบ จัดการปัญหาที่เคยวุ่นวาย โดยเฉพาะความไม่ลงรอยระหว่างกลุ่มก๊วนให้สงบเสียที  

      ในส่วนของการปรับ ครม.ประยุทธ์ ถึงวาระที่จะต้องปรับเปลี่ยนเก้าอี้ดนตรีกันอีกระลอก คาดกันว่าหากองคาพยพในพลังประชารัฐ บิ๊กป้อม เข้ามาคุมทุกกลไกเบ็ดเสร็จ ถึงคิวการปรับ ครม.อย่างแน่นอน ซึ่งที่ผ่านมาก็มีกระแสข่าวหนาหู ทั้งข่าวจริง ข่าวปล่อย ลับลวงพรางกันตลอดเวลาว่า จะ ล้างบางขั้วสมคิด ที่ยังนั่งอยู่ใน ครม.ออกทั้งหมดบ้าง จะดันกลุ่มสามมิตรรอจังหวะเข้าไปเสียบแทนกระทรวงเกรดเอ บางกระแสก็วิเคราะห์ พรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคอาจถูกปรับออก ให้พรรคเล็กเข้ามาเป็นรัฐมนตรีบ้าง 

      หรือแม้แต่กระแสข่าวที่นักวิเคราะห์การเมืองมองไปอีกทาง ผลจากการแย่งชิงกระทรงเกรดเออย่างพลังงาน คลัง กันมากนัก ในเมื่อหากยกเก้าอี้ให้อีกขั้ว บางขั้วไม่พอใจแน่นอน นายกฯ อาจตัดสินใจผ่าทางตัน เอาคนของตัวเองหรือทาบทามมือดีจากภายนอกเข้ามากอบกู้ ตัดทุกปัญหาเองเลย

      ที่แน่ๆ ถ้าเกลี่ยจัดสรรผลประโยชน์เรื่อง เก้าอี้ไม่ลงตัว ระหว่างกลุ่มก๊กในพรรคพลังประชารัฐ ที่งานนี้ใครได้ดี ใครถูกลดเกรด หากไม่สมน้ำสมเนื้อ ไม่เท่าเทียม มีสิทธิ์อาจได้เห็นคนกันเองระเบิดศึกกันอีกรอบก็เป็นได้

      พรรคเพื่อไทย แม้จะยังทำหน้าที่ฝ่ายค้านร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ก้าวไกล ประชาชาติ เสรีรวมไทย เพื่อชาติ พลังปวงชนไทย จากเสียงปริ่มน้ำตอนจัดตั้งรัฐบาลเมื่อปีที่แล้ว บวกลบไปกลับเพียงแค่ 5-6 เก้าอี้ แต่นาทีนี้ ด้วยอิทธิฤทธิ์การแจกกล้วย กระสุนดินดำ ทำให้พรรคร่วมฝ่ายค้านถูกตัดทอนให้อ่อนกำลังลงไปมาก จำนวนมือเริ่มทิ้งห่างกันไปไกลถึง 30-40 เสียง ยังไม่นับรวมงูเห่าหน้าเดิม งูเห่าเฉพาะกิจ และงูเห่าที่ยังไม่เปิดตัว รอวันแสดงอิทธิฤทธิ์อีก

      ประกอบกับความไม่ลงรอยแย่งชิงกันใหญ่กันเอง โดยเฉพาะในพรรคเพื่อไทยที่ยังแก้ไม่ตกตามที่ปรากฏข่าวเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ในการประชุมพรรคเพื่อไทย แกนนำพรรค ส.ส.และสมาชิกพรรคเพื่อไทยดาหน้าถล่มคนกันเอง ขับไล่ไสส่งกันด้วยถ้อยคำรุนแรง

      กล่าวหาพวกที่จะแยกก๊กออกไปขับเคลื่อนกลุ่มใหม่ กล่าวหานำถ้อยคำพรรคไม่ได้เป็นที่พึ่งหวังของประชาชน แถมบางคนยังย้อนมาแขวะ เผาบ้านเก่า ทำให้สมาชิกหลายคนที่ยังอยู่ในพรรคไม่พอใจอย่างรุนแรง โต้กลับแบบไม่ไว้ไมตรีเช่นกัน สร้างรอยแผล รอยร้าว ที่นับวันคงยากจะประสานให้เป็นดั่งเดิม

      วันที่ 17 มิ.ย. แว่วเสียง 4 สหายแกนนำหลักยุคไทยรักไทย ที่วันนี้จับมือมาทำกิจกรรมทางการเมืองในนาม กลุ่มแคร์ ภูมิธรรม เวชยชัย, นพ.พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช, นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี, พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล นัดหมายเปิดตัว ระดมคนที่เห็นด้วยในอุดมการณ์จากหลากหลายสาขาวิชาชีพ นักธุรกิจ สถาปนิก นักเศรษฐศาสตร์ สื่อ ฯลฯ เปิดตัว กำหนดจังหวะก้าวย่าง นำเสนอความคิดเห็น ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ สังคม ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากพรรคการเมือง รัฐบาล หรือใครที่เห็นเป็นประโยชน์จะเอาไปพัฒนาต่อยอด

      กลุ่มแคร์ จะพัฒนาเป็นพรรคการเมืองหรือไม่ ยังเป็นเครื่องหมายคำถาม และถึงจะเป็นพรรคการเมือง ก็ยังอยู่ในฝ่ายประชาธิปไตย ยังยืนในขั้วนี้ คงจะทำพรรคเพื่อหวังคะแนนเสียงบัญชีรายชื่อเอามาต่อยอดเพิ่มจำนวนมือในสถานการณ์การเมืองวันข้างหน้า

      ขณะที่พรรคพลังประชาธิปัตย์ ไม่รู้ว่ากลัวน้อยหน้าหรือเปล่า มีกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรคบางกลุ่มตั้งท่าฮึ่มๆ จะขับไล่หัวหน้าพรรค จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ โดยใช้โมเดลเหมือนกับพรรคพลังประชารัฐ ที่ให้กรรมการบริหารพรรคชุดเดิมลาออกเกินครึ่ง เพื่อจะทำให้ชุดเดิมพ้นสภาพ เปิดทางให้มีการเลือกคณะกรรมการบริหารชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ แต่กระแสข่าวดังกล่าวก็อยู่ได้เพียงแค่ข้ามคืน นายหัว-ชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแตะเบรก หวั่นว่าจะเกิดความขัดแย้ง จะหนักเหมือนสมัย 10 มกรา.

      พรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ 3 พรรคหลัก มีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา แม้กระแสข่าวความขัดแย้งจะออกมาไม่นานนัก แต่ก็ต่างสะท้อนให้เห็นว่าทุกพรรคไม่มีความสามัคคี ไม่กลมเกลียว เต็มไปด้วย ก๊ก มุ้ง ก๊วน ที่ต่างไม่พอใจในการนำของขั้วอำนาจในปัจจุบันสักเท่าไหร่ รอจังหวะเวลา ขย่ม เขย่า แย่งชิงการนำ แย่งชิงความเป็นใหญ่

      สถานการณ์ไวรัสร้ายคลี่คลาย ถึงคิวการเมือง ความขัดแย้งแพร่ระบาดหนักทุกพรรค การแก่งแย่ง ช่วงชิงอำนาจ หักเหลี่ยม ไม่ว่ากี่ไวรัสร้ายมาเยือนแล้วหายไป แต่วงจรนี้ไม่ยอมสูญพันธุ์ สูญหายไปเสียที!!.

 

 

      "ถ้าเกลี่ยจัดสรรผลประโยชน์เรื่องเก้าอี้ไม่ลงตัว ระหว่างกลุ่มก๊กในพรรคพลังประชารัฐ ที่งานนี้ใครได้ดี ใครถูกลดเกรด หากไม่สมน้ำสมเนื้อ ไม่เท่าเทียม มีสิทธิ์อาจได้เห็นคนกันเองระเบิดศึกกันอีกรอบก็เป็นได้"


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก