กลัวอะไรกับมาตรา 112


เพิ่มเพื่อน    


    ในช่วงเวลานี้มีคนบางกลุ่มบางพวกออกมาต่อต้านการใช้มาตรา 112 กันอย่างเข้มข้น เริ่มต้นจากการที่นายวันเฉลิมหายตัวไป จะถูกอุ้มหรือไม่ โดยใครยังไม่มีข้อสรุป แต่ก็มีคนบางคนสร้างวาทกรรมปานประหนึ่งว่าเขาถูกอุ้มโดยคำสั่งของรัฐบาลไทย และคำพูดของเขาเหมือนจะพยายามพูดว่านายคนนี้ต้องหนีออกนอกประเทศไป เพราะเป็นผู้ต้องอาญามาตรา 112 ซึ่งเป็นเรื่องที่ว่าด้วยการจาบจ้วงล่วงละเมิดหมิ่นประมาทอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ ทั้งๆ ที่แท้ที่จริงแล้ว นายคนนี้หนีออกนอกประเทศไปเพราะทำผิดพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ ดังนั้นเราควรต้องมาคิดวิเคราะห์ดูว่า ทำไมช่วงนี้จึงมีการพูดเรื่องที่ต้องการให้ยกเลิกมาตรา 112 กันอย่างเอาจริงเอาจังขนาดนี้ คนที่ออกมาเล่นเรื่องนี้ พวกเขาต้องการอะไร มีวาระซ่อนเร้นอะไรหรือไม่ นายกรัฐมนตรีก็ออกมาพูดแล้วว่าพระเจ้าอยู่หัวทรงเมตตาให้ยกเลิกการใช้มาตรา 112 และขอให้ทุกคนอย่าลามปาม โดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นทั้งหลาย เพราะเกรงว่าจะเสียอนาคต ขณะที่รองนายกรัฐมนตรีก็ออกมาบอกว่าท่านมีรายชื่อของคนที่จาบจ้วงสถาบัน และท่านจะใช้กฎหมายจัดการกับคนพวกนี้อย่างจริงจัง ก็ยังไม่วายจะกล่าวหากันอีกว่า ไม่ใช้มาตรา 112 แต่เอาไปซุกซ่อนไว้ในมาตรา 113 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
    การวิเคราะห์เรื่องนี้คงต้องมองย้อนไปที่หลักการของคณะราษฎรที่ทำการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศไทยจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  ทั้งนี้เพราะว่าพวกที่ต้องการให้ยกเลิกมาตรา 112 กลุ่มหนึ่งกล่าวว่า ภารกิจของคณะราษฎรในปี 2475 ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ พวกเขาต้องการที่จะสานต่อให้สมบูรณ์ มาดูกันว่าหลักการของคณะราษฎรนั้นมีใจความสำคัญว่ากระไร คนที่ต้องการจะสานต่อภารกิจให้สมบูรณ์นั้น เขาต้องการทำอะไร
    หลักการของคณะราษฎรเป็นนโยบายในการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หลักการของคณะราษฎรถือเป็นนโยบายของรัฐบาลในการปฏิรูปประเทศด้วย การแสดงความไม่พอใจกับเพิ่มภาษีราษฎรและการปลดข้าราชการออก เพื่อรักษาดุลยภาพทางการเงิน ต้องให้โอกาสกับสามัญชนที่มีความรู้ความสามารถเข้ารับราชการแทนพระราชวงศ์ที่ไม่อาจปรับตัวกับการปกครองในระบอบใหม่ ต้องการให้มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยตามแบบตะวันตก และจำเป็นต้องใช้วิธีการบังคับให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง  ทั้งนี้เพราะข้าราชการที่มีความคิดก้าวหน้าเห็นว่า หนทางที่จะได้รับพระราชทานรัฐธรรมนูญ โดยไม่ใช้กำลังบังคับนั้นไม่มีแล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วจึงมีการปฏิวัติด้วยการใช้กำลังบังคับพระราชวงศ์ แต่ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 7 ที่ทรงพระราชทานรัฐธรรมนูญให้มีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของประเทศ จึงทำให้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีสงครามกลางเมืองเหมือนการเปลี่ยนแปลงในหลายประเทศ แต่สำหรับคนบางกลุ่มในเวลานี้ เขาคงมองว่าความขัดแย้งระหว่างพระราชวงศ์และสามัญชนยังไม่จบสิ้น เขามองว่าอำนาจยังอยู่กับพระมหากษัตริย์ ยังไม่ได้อยู่ในมือประชาชน คนพวกนี้ยึดติดกับแนวทางการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของประเทศทางตะวันตกที่มีรากเหง้าแตกต่างจากประเทศไทย และการดำรงอยู่ของสถาบันพระมหากษัตริย์ในประเทศนั้นๆ ก็แตกต่างจากประเทศไทย พวกเขาจึงกล่าวถ้อยคำจาบจ้วงล่วงละเมิดพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์อยู่เนืองๆ เป็นการทำผิดมาตรา 112 พวกเขาจึงต้องการให้ยกเลิกมาตรา 112 เพื่อให้พวกเขาสามารถจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันได้ตามอำเภอใจ  
    เนื้อหาของมาตรา 112 ก็คือ “ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี”  คนที่เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความจงรักภักดี ย่อมไม่รู้สึกกลัวหรือรังเกียจมาตรานี้แต่อย่างใด มีแต่คนที่มีความต้องการที่จะจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์เท่านั้นที่ต้องการให้ยกเลิกมาตรานี้ แต่บัดนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระเมตตาให้ยกเลิกการใช้มาตรา 112 แต่รัฐบาลก็เห็นว่าเรายังจำเป็นต้องดำรงรักษามาตรานี้ไว้ แม้ว่าจะไม่นำมาใช้จัดการกับคนที่กล่าวจาบจ้วงล่วงละเมิดก็ตาม เพราะการมีกฎหมายปกป้องการหมิ่นประมาทประมุขของชาตินั้นมีใช้อยู่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก
    เมื่อมีพระมหากรุณาธิคุณเช่นนี้แล้ว ก็ยังไม่วายมีคนกล่าวหาว่านำเอาวิธีการจัดการกับคนที่จาบจ้วงล่วงละเมิดไปซุกซ่อนเอาไว้ในมาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิเตอร์ มาตรา 116 ที่มีบทลงโทษสำหรับคนที่พูดหรือกระทำการใดๆ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจ หรือใช้กำลังประทุษร้าย ก่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร แต่กฎหมายนี้จะไม่เป็นอันตรายต่อบุคคลแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ไม่ว่าจะเป็นการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล วิพากษ์วิจารณ์กฎหมายที่เห็นว่าไม่ชอบธรรม หรือสำหรับยุคที่มีรัฐธรรมนูญ หากเป็นการใช้เสรีภาพการแสดงความคิดเห็นตามสิทธิขั้นพื้นฐานในรัฐธรรมนูญ และที่สำคัญเมื่อกฎหมายนี้อยู่ในหมวด “ความมั่นคง” การกระทำที่จะถือว่าผิดมาตรา 116 ผู้กระทำต้องมีเจตนาให้กระทบต่อความมั่นคงด้วย 
    ส่วน พ.ร.บ.ว่าด้วยกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ป้องกันไม่ให้มีการนำเอาความเท็จ การยุยงปลุกปั่น และภาพลามกเข้าสู่พื้นที่คอมพิวเตอร์ ถ้าหากเราพูดและนำเสนอเรื่องราวที่เป็นจริง ไม่หมิ่นประมาทใคร ไม่ยุยงปลุกปั่นใคร ไม่นำเสนอภาพลามก ไม่แชร์ภาพลามกหรือข้อความที่ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แล้วเราจะกลัวอะไร ถ้าหากเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 112 และมาตรา 116 ก็ไม่ให้ใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ก็ไม่ให้ใช้ กล่าวหาว่าเอามาตรา 112 ไม่ซุกซ่อนไว้ในมาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์นี้ คุณเองต้องการอะไร ต้องการด่าใคร ว่าใครแบบโกหกพกลมอย่างไรก็ได้กระนั้นหรือ ต้องการเสรีภาพแบบไม่มีขอบเขตกระนั้นหรือ มากไปหรือเปล่า. 


วันก่อน........ "เพนกวิน" โพสต์ "พวกเราไม่ใช่ 'เด็ก' ของใคร" หมายถึงที่ปลุกระดม "ล้มเจ้า" ไม่มีใครอยู่เบื้องหน้า-เบื้องหลัง พวกเขาคิดกันเอง-ทำกันเอง ว่างั้น!

ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน