ข้อควรระวังจากรองเท้าของคุณ


เพิ่มเพื่อน    

    ถึงแม้การระบาดของไวรัสโควิด-19 จะคลี่คลายลงบ้าง ด้วยรูปแบบการป้องกันของแต่ละประเทศ แต่ทุกฝ่ายก็ยังคงส่งเสียงเตือน "ห้ามการ์ดตก" ซึ่งหมายความว่า เรายังต้องระมัดระวัง และใช้ชีวิตให้อยู่บนพื้นฐานแบบเดิมคือ การล้างมือให้สะอาดอย่างน้อยเป็นเวลา 20 วินาที เมื่อมีความจำเป็นต้องไปไหนมาไหน และอย่าลืมใส่หน้ากาก
     อย่างไรก็ตาม ยังมีรายงานว่าไวรัสโควิด-19 นั้นมีการแตกสายพันธุ์ ที่สำคัญยังมีข้อมูลที่ระบุว่า ไวรัสมรณะดังกล่าวสามารถอยู่บนพื้นผิวของเราได้อย่างยาวนาน ยกตัวอย่างการศึกษาที่ตีพิมพ์ โดยสถาบันสุขภาพแห่งชาติ ได้ชี้ให้เห็นว่าไวรัสมรณะดังกล่าว สามารถเกาะติดอยู่บนกระดาษแข็งได้นานกว่า 24 ชั่วโมง อีกทั้งเกาะติดอยู่บนภาชนะสเตนเลสและพลาสติกได้นาน 2-3 วัน จึงยังเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจป้องกัน
    ด้าน “จีออกิน นาโนส์” แพทย์ด้านเวชศาสตร์ครอบครัว ได้ ออกมาระบุให้ทราบว่า “อย่างไรก็ตามรองเท้าอาจเป็นแหล่งของการปนเปื้อนเชื้อโรค หากว่าพวกเขาใส่รองเท้าเข้าไปในพื้นที่ซึ่งมีประชากรหนาแน่น เช่น ในร้านขายของชำ หรือระบบขนส่งมวลชนต่างๆ แต่ทั้งนี้เราเชื่อว่าไวรัสโควิด-19 สามารถอยู่บนพื้นผิวได้นานถึง 12 ชั่วโมง รวมถึงรองเท้าอีกด้วย”
    ขณะที่ “แมรี อีชมิดส์ท” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อ บอกว่า “การที่เชื้อไวรัสโควิด-19 เกาะติดแน่นอยู่บนรองเท้านั้น อาจใช้เวลาประมาณ 5 วัน หรือยาวนานกว่านั้น จากการศึกษาโดยการวางรองเท้าไว้ในอุณหภูมิห้อง”
 แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้น วัสดุที่ใช้ทำรองเท้าบางชนิดก็อาจจะไวต่อการสัมผัสไวรัสร้ายดังกล่าวหรือไม่?
    เนื่องจากมีข้อมูลอธิบายว่า วัสดุสังเคราะห์บางชนิด เช่น แผ่นสแปนเด็กซ์ สามารถทำให้เชื้อไวรัสที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับระบบทางเดินหายใจ อย่างเชื้อไวรัสโคโรนา เกาะติดสู่พื้นรองเท้าได้อย่างง่ายดาย และติดอยู่ยาวนาน 2-3 วัน ดังนั้นจึงเป็นความคิดที่ดี ที่จะซักรองเท้าในเครื่องซักผ้า โดยเฉพาะรองเท้ากีฬาบางชนิดที่สามารถโยนลงเครื่องซักผ้าได้ จากข้อมูลข้างต้นนี้ได้ระบุว่าพลาสติกและวัสดุสังเคราะห์สามารถนำมาซึ่งการติดเชื้อไวรัสดังกล่าวได้นานหลายวัน แต่ทั้งนี้ก็ควรมีการวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลดังกล่าว เพื่อความกระจ่างชัดในการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องเหมาะสม 
    สำหรับข้อมูลที่น่าสนใจจากสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติ ก็ได้ออกมาบอกไว้ว่า บนพื้นผิวบางอย่าง เช่น พลาสติกนั้นจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้นาน 2-3 วัน ที่สำคัญไวรัสมรณะยังทำให้รองเท้าที่ดีไซน์จากพลาสติกและผ้าสแปนเด็กซ์แห้งเร็วกว่ารองเท้าที่ทำจากเส้นใยธรรมชาติ 
    ไม่ต่างจาก “ควานซา พิงค์นีย์” แพทย์ฉุกเฉิน ที่บอกว่า “คุณควรใส่รองเท้าที่ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าทำงาน หรือรองเท้าผ้าใบ ก็ควรเลือกใส่คู่ใดคู่หนึ่งไปเลย เพราะอย่าลืมว่าพื้นรองเท้านั้นเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ตลอดจนเชื้อไวรัสต่างๆ ได้มากกว่าส่วนด้านบนของรองเท้า ที่สำคัญพื้นรองเท้าที่มักทำจากวัสดุซึ่งไม่มีรูพรุน อาทิ หนังยาง และพลาสติกพีวีซี สามารถเกาะติดเชื้อแบคทีเรียได้ค่อนข้างสูง 
    ผลการศึกษาในปี 2551 ชี้ให้เห็นว่าบริเวณพื้นรองเท้ามีแบคทีเรียไวรัสและปรสิตเกาะติดอยู่จำนวน 421,000 ตัว ทั้งนี้“ควานซา พิงค์นีย์” แพทย์ฉุกเฉินคนเดิมก็ได้บอกว่า อันที่จริงแล้วเราไม่จำเป็นต้องกังวลกับตัวเลขดังกล่าวมากไป โดยเฉพาะคนที่ต้องเดินทางด้วยการเดินหรือการขึ้นรถบ้าง เพราะอย่างไรก็ตาม ภูมิคุ้มกันในร่างกายของมนุษย์ก็ยังสามารถต่อต้านเชื้อโรคดังกล่าวได้ ดังนั้นแทนที่เราจะกังวล ควรเปลี่ยนเป็นการป้องกันไม่ให้เชื้อโรคดังกล่าวเข้าสู่ร่างกายจะดีที่สุด เพราะว่าเชื้อแบคทีเรียที่กล่าวมานั้นจะทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายที่มนุษย์ผลิตได้เองทำงานลดลง
    ดังนั้น หากคุณยังต้องทำงานนั้น แนะนำว่าให้ใส่รองเท้าแบบสวมและใส่ถุงเท้าด้วย เพื่อป้องกันไวรัสติดเท้าโดยตรงจากการใส่รองเท้าแบบเท้าเปล่า และทันทีที่ถึงบ้าน ก็ควรเปลี่ยนมาสวมรองเท้าที่สะอาดเข้าบ้าน ดังนั้นทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน คุณควรเตรียมรองเท้าสะอาดไว้ที่หน้าประตูอีกหนึ่งคู่ ที่สำคัญแนะนำให้สวมรองเท้าที่สามารถซักในเครื่องซักผ้าได้
    เมื่อถึงเวลาที่ต้องทำความสะอาดรองเท้าทำงาน แนะนำว่าให้เช็ดด้วยผ้าสะอาดบ่อยๆ หรือการที่คุณโยนรองเท้าลงเครื่องซักผ้า พร้อมกับกดปุ่มการซักด้วยน้ำร้อน หรือซักด้วยมือด้วยน้ำสบู่ ถ้าคุณไม่มีเครื่องซักผ้า 
    ทั้งนี้ การเช็ดรองเท้าของคุณน่าจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด เมื่อใช้การเช็ดด้วยแอลกอฮอล์ หรือการที่คุณซักรองเท้าในเครื่องซักผ้าด้วยระยะเวลาสั้นๆ ด้วยการใช้น้ำสบู่ หรือโหมดน้ำร้อน หากว่าไม่สามารถหาน้ำยาฆ่าเชื้อโรคได้ แต่ถ้าคุณสามารถหาผลิตภัณฑ์สำหรับแช่เพื่อฆ่าเชื้อโรคกับรองเท้าได้นั้น ก็แนะนำให้ใช้ แต่ควรระวังว่าน้ำยาฆ่าเชื้อดังกล่าวจะทำลายวัสดุทำรองเท้าที่ได้จากเส้นใยธรรมชาติของคุณด้วย นอกจากนี้ให้หลีกเลี่ยงการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคลงบนรองเท้าหนัง เพราะเป็นรองเท้าชนิดเดียวที่ไม่ทนทานกับสารเคมี แต่ทั้งนี้หากคุณต้องการทำความสะอาดรองเท้าหนัง ควรหลีกเลี่ยงการใช้ขี้ริ้วเช็ดทำความสะอาด เพราะนั่นจะยิ่งเป็นการเพิ่มเชื้อแบคทีเรียบนรองเท้า ทั้งนี้ วิธีการที่ดีที่สุดคือการทำความสะอาดรองเท้าหนังให้น้อยที่สุด แต่ควรผึ่งหรือตากไว้ในที่ระบายอากาศได้ดี 
    ถ้าจะให้ดีนั้นควรถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้านทุกครั้ง ไม่ว่าคุณจะออกไปที่ทำงาน หรือสวนสาธารณะ เพราะข้อปฏิบัติเหล่านี้ จะช่วยป้องกันไม่ให้คุณถูกไวรัสคุกคาม หรือแม้แต่การถอดรองเท้าไว้ในโรงรถ หรือหน้าประตูบ้าน ก็จะทำให้คุณไม่ต้องทิ้งรองเท้าไว้นอกบ้าน ที่สำคัญยังป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่ให้กระจายไปทั่วบ้านอีกด้วย ที่สำคัญในปัจจุบันนี้ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่ระบุชัดเจนว่า ไวรัสออกฤทธิ์หรือทำการแพร่กระจายในสภาพอากาศที่แตกต่างกัน แต่อย่างไรก็ตาม คุณควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง หลังจากจับหรือถอดรองเท้าที่ใส่ไปทำงาน. 


"...ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ทุกคนค่ะ ขอให้ประสบความสุขความสำเร็จในชีวิตค่ะ ส่งผ่านความภาคภูมิใจไปถึงบัณฑิตทุกคนและครอบครัวนะคะ..."

ความจริงจากเยอรมัน
'สรรพรส-สรรพเรื่อง' (เละๆ)
เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'