กินยาถ่ายแล้ววานให้คนอื่นขี้


เพิ่มเพื่อน    

      อือมม์ม์ม์...คงต้องยอมรับว่า ออกจะเป็นอะไรที่น่าปวดหัวฉิบหายมิใช่น้อย สำหรับการ ปรับคณะรัฐมนตรี ที่จ่อคิวใกล้เข้ามาชนิดจะหลุดแหล่ มิหลุดแหล่ ออกแหล่ มิออกแหล่ ด้วยเหตุเพราะการรับประทานยาถ่าย แล้ววานให้คนอื่นขี้ ผู้ที่หนีไม่พ้นต้องหันไปเข้าส้วมในอีกไม่ช้า-ไม่นานนับจากนี้ นั่นก็คือท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ที่น่าจะ บวดหัว ระดับยา บวดหาย ก็คงเอาไม่อยู่!!!

                                                              ---------------------------------------------------

      คือถ้าหากแค่ อาจารย์เอนก ท่านพร้อมจะลุกจากเก้าอี้ภาคีราชบัณฑิตยสภา มาเป็นหัวหน้าคณะไตรภาคีกระทรวงแรงงาน แทน หม่อมเต่า แล้วทุกสิ่งทุกอย่างเป็นอันสงบเรียบโร้ยย์ย์ย์ ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าอื่น มันคงไม่ถึงกับบวดโน่น บวดนี่ ปวดนั่น ปวดนี่ จนอยากจะออกบวชมากมายซักเท่าไหร่ แต่นอกเหนือไปจากนี้ มันยังมีอาจารย์อีกไม่รู้กี่อาจารย์ แถมด้วยลูกศิษย์อีกเป็นโขยงๆ ที่ปรารถนาและต้องการจะลุกจากเก้าอี้นั้น ไปเก้าอี้นี้ รวมทั้งที่อยากจะได้เก้าอี้ หลังจากที่ยืนรอมานาน ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในพรรคแกนนำรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาล ไปจนถึงพรรคเล็ก พรรคน้อย พรรคเศษสตางค์ ที่อยากได้ เงินทอน กะเค้ามั่ง ขึ้นมาดื้อๆ ฯลฯ...

                                                                -------------------------------------------------

      อะไรต่อมิอะไรเหล่านี้นี่เอง...ที่ทำให้การ ปรับ ครม. มันเลยกลายเรื่องที่ใกล้จะหลุดแหล่ มิหลุดแหล่ ใกล้จะต้องเข้าส้วม หรือใกล้ขี้ เพื่อระบายแรงขับดันในลำไส้ใหญ่ อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้ เพียงแต่จะแบบไหน? อย่างไร? และเมื่อไหร่? เท่านั้นเอง โดยผู้ที่จะต้องทำหน้าที่เบ่ง ทำหน้าที่ขมิบ ว่าจะออกมาเป็นก้อนไหน ต่อก้อนไหน ก็คงหนีไม่พ้นไปจากผู้ที่ต้องตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้าย อย่างท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ของหมู่เฮาผู้นี้นี่เอง ว่าจะเบ่ง จะระบายลมผ่านกันแบบไหน ถึงจะทำให้ก้อนแต่ละก้อน มันออกมาได้แบบละมุนละไม ไม่เคืองระคายลำไส้ หรือไม่ถึงกับริดสีดวงทวารกำเริบไปก่อนกำหนดการ...

                                                                 --------------------------------------------------

      คือถ้าหากจะไหลไปตามความปรารถนา ความต้องการ ของ ขี้ ล้วนๆ...โอกาสที่ผู้ซึ่งทำหน้าที่ขับถ่ายเองนั่นแหละ มีสิทธิ์ ทวารบาน เอาง่ายๆ เพราะมันอยากได้โน่น ได้นี่ จนแทบหาข้อสรุป ข้อลงตัว กันไม่ได้ เนื่องจากแต่ละก้อน แต่ละมุ้ง แต่ละฝ่ายต่างอาศัย ตัวกู-ของกู หรือพวกกู พรรคกู เป็นที่ตั้งไปด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ได้คิดจะหันมามอง ภาพรวม หันมามองถึงความปรารถนา ความต้องการ ของ สังคม เป็นที่ตั้ง แม้ว่าสังคมทั้งสังคม หรือประเทศทั้งประเทศ กำลังกรอบเป็นข้าวเกรียบ แทบไม่เหลือแรงเบ่ง แรงดันใดๆ อีกต่อไปแล้ว อันเนื่องมาจากวิกฤตการณ์ระดับโลก ไม่ว่าในแง่สุขภาพหรือแง่เศรษฐกิจ ก็ตามที...

                                                                   --------------------------------------------------------

      อันนี้นี่แหละ...ที่ทำให้ผู้ที่ต้องทำหน้าที่ขับถ่าย หลังจากที่ผู้อื่นกินยาถ่ายแล้ววานให้ตัวเองขี้ อย่างท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ของเราทั้งหลาย คงต้องปวดหัว เวียนเฮด มิใช่น้อย ไม่ว่าจะเบ่งกันแบบไหน? เมื่อไหร่? และอย่างไร? ก็ตามที คือถ้าหากแต่ละก้อนที่เบ่งออกมา มันก่อให้เกิดความโล่งท้อง สบายท้อง ไม่ว่าต่อตัวเอง หรือสังคมทั้งสังคม ได้อย่างจริงๆ จังๆ มันก็คงไม่ต้องเสียเวลาคิดมาก หรือคิดเล็ก คิดน้อย อะไรกันมากมาย สามารถพรืดๆ พราดๆ ปู้ดๆ ป้าดๆ ไปตามเรื่อง แต่ถ้าหากแต่ละก้อน ที่ไหลมากองอยู่ในโถ ในคอห่าน รวมทั้งยังตกค้างอยู่ในลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ มันออกจะเป็นอะไรที่น่าเกลียด น่าชัง น่าสะอิดสะเอียนซะเหลือเกิน อันนี้นี่เอง...ที่อาจต้องยอมหน้าเขียว หน้าเหลือง ต้องพยายาม อั้นขี้ เอาไว้ก่อน จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะ ที่ควร หรือจนกว่าจะพาสเจอไรซ์ จะสเตอริไรซ์ แต่ละก้อน แต่ละก้อน ให้ลดสี ลดกลิ่น ลงไปได้มั่ง...

                                                                       -----------------------------------------------------

      คือถ้าหาก พรืด ออกมาแล้วเป็น... ประสาร-ปรีดี-ไพรินทร์ ดังที่เป็นข่าวคราวซุบซิบ นินทา กันไปตามเรื่อง ตามราว อันนั้นท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ท่านคงพร้อมที่จะปู้ดๆ ป้าดๆ ไปนานแล้ว โดยไม่ต้องเสียเวลาคิดอะไรเอาเลยแม้แต่น้อย แต่โดยแนวโน้ม โดยข้อเท็จจริงทางการเมือง หรือโดยธรรมชาติทางการเมือง ถ้าหากมันดันต้องออกมาเป็น เรียงหิน-ซีทีเอ็กซ์-แฮงก์แล้วแฮงก์อีก อันนี้นี่แหละ...ที่ยังไงๆ คงต้อง อั้น เอาไว้ก่อน ต้องหาจังหวะเหมาะๆ หาที่เหมาะ ที่ควร ไม่ว่าจะหน้าเขียว-หน้าเหลือง ขนลุกซู่ขนาดไหนก็ตาม ก็คงต้องทนๆ กันไปตามสภาพ...

                                                                        ------------------------------------------------------

      ด้วยเหตุเพราะข้อเท็จจริงทางการเมือง หรือธรรมชาติทางการเมืองของบ้านเรานั้น...คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้ว่า มันออกจะเป็นอะไรที่ สวนทาง กับข้อเท็จจริงของโลก หรือธรรมชาติที่แท้จริงของโลก แบบคนละเรื่อง คนละม้วน คือมันยังเป็น โอลด์นอร์มอล ขณะที่โลกทั้งโลก กำลังต้องหาทาง นิวนอร์มอล อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธ การหาจุดสมดุล จุดลงตัว ระหว่างข้อเท็จจริงทางการเมือง กับข้อเท็จจริงของโลก จึงออกจะเป็นอะไรที่น่าปวดหัวฉิบหาย อย่างที่ว่าๆ เอาไว้แล้ว ดังนั้น...ภายใต้ภาวะดังกล่าว ก็อย่าถึงกับต้องไปคาดคั้น เอาความ ไปเร่งเร้า รุกเร้า ท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ท่านจนเกินไป ท่านจะเข้าส้วมตอนไหน ขี้ตอนไหน ถือเป็นเรื่องของท่าน เป็นตูดของท่านก็แล้วกัน สู้หันมาหาช่วยส่งเสริม สนับสนุนให้ นิวนอร์มอล ให้มากๆ เข้าไว้ นั่นแหละเข้าท่าที่สุด...

                                                                       ----------------------------------------------------

ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Dick Armey ... Three groups spend other people’s money: children, thieves, politicians. All three needs supervision. - มีคนอยู่ 3 จำพวกที่ถนัดในการใช้เงินของผู้อื่น คือเด็ก หัวขโมย และนักการเมือง ซึ่งล้วนแล้วแต่ต้องคอยกำกับดูแลไว้ให้ดี...

                                                                         ----------------------------------------------------


ถึงตอนนี้........ "ม็อบรุ่นใหม่" ก็หนังกลับ "คืนสภาพจริง" "นักเรียน-นักศึกษา" แค่ผักชี นปช.ทักษิณ "เสื้อแดงแจ๋" เนื้อแท้ ชัดเจน!

ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก
'นิมิตเมืองจากชาวเมือง'
"ฟางเส้นสุดท้ายของรัฐบาล"
'ปฐมสถาปนาล้มเจ้า'