เปิดเทอม1ก.ค. '3.1หมื่น'รร.เรียนพร้อมกันได้ อีก'4.5พัน'แห่งต้องสลับกันมา


เพิ่มเพื่อน    

22 มิ.ย. 63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล​ นายวราวิช กำภู ณ อยุธยา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แถลงว่า กรมอนามัยร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการออกคู่มือการปฏิบัติของสถานศึกษา เพื่อเป็นมาตรการเตรียมความพร้อมตามข้อกำหนดกรมอนามัย 20+24 ข้อ ซึ่งสถานศึกษาจะต้องมีการคัดกรองสุขภาพ ตรวจสอบการสวมหน้ากาก ล้างมือ จัดเตรียมสบู่ แอลกอฮอล์ ทำความสะอาด เว้นระยะห่าง  และลดความแออัด 

สำหรับโรงเรียนที่สามารถจัดห้องเรียนเว้นระยะห่างไม่ต่ำกว่า 1.5 เมตร นักเรียนมาเรียนพร้อมกันได้ทั้งหมดมี 31,000 โรงเรียน ทั้งรัฐ นานาชาติ และอาชีวศึกษา  ส่วนโรงเรียนขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถมาเรียนพร้อมกันได้และต้องจัดให้สลับกันมาเรียนมีจำนวน 4,500 โรงเรียน ซึ่งในส่วนนี้คนที่ไม่มาเรียนที่โรงเรียน ก็ให้เรียนทางออนแอร์หรือออนไลน์ที่บ้าน โดย 4,500 โรงเรียน จะมีการจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสาน 5 รูปแบบ 1.เรียน 5 วัน หยุด 9 วัน 2.สลับวันคี่/คู่ 3.เรียนผสม 4.สลับเรียนและ 5.สลับเช้า-บ่าย 

ทั้งนี้มี 7 ประเด็นที่มีข้อห่วงใย 1.รถโรงเรียน ที่กระทรวงศึกษาธิการได้มอบงบประมาณให้โรงเรียนไปจัดหาซื้อรถโรงเรียนเพิ่มเติม 2.เด็กเล็ก​ ซึ่งโรงเรียนขนาดเล็กนอกจากมีครูประจำแล้วก็จะมีครูผู้ช่วยในการดูแล รวมการจัดให้เด็กนอนห่างกัน 1.5 เมตร หันเท้าชนกัน และไม่สวมหน้ากากระหว่างนอน 3.การรับประทานอาหารกลางวัน ให้แบ่งเป็น 4 ผลัด โดยผลัดละ 30 นาที 4. ในเรื่องการสอบ  กระทรวงศึกษาธิการจะมีการประกาศภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ว่าจะต้องสอบหรือไม่ แต่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จะต้องสอบ 

5.กรณีปิดโรงเรียน ให้มีการคัดแยกคนที่มีอาการ แจ้งผู้ปกครอง แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าไปตรวจสอบ โดยหากไม่พบก็สามารถเปิดโรงเรียนได้ตามปกติ แต่หากพบว่ามีคนติดเชื้อให้ปิดโรงเรียน 3 วันเพื่อทำความสะอาด ผู้ใกล้ชิดหยุด 14 วัน 6.ศบค.ได้ประสานกับกระทรวงศึกษาฯ อยากให้มีการใช้ ไทยชนะ ซึ่งส่วนหนึ่งทำได้ อีกส่วนหนึ่งจะให้ครูจดรายชื่อเด็กที่มาเรียน และ7.โรงเรียนชายขอบ ที่เด็กจะข้ามชายแดนเข้ามาเรียน ซึ่งขณะนี้ยังไม่เปิดให้เข้ามาเรียน ซึ่งปัญหานี้โรงเรียนตามชายขอบได้มีการประสานกับตรวจคนเข้าเมือง เพื่อเอาใบงานไปใส่ในกล่อง และเด็กนักเรียนมาเอาใบงานและทำการบ้านมาใส่กล่องโดยไม่ต้องเจอกัน ส่วนการเรียนการสอนก็เรียนทางโทรทัศน์.

 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.