บิ๊กตู่สั่งฟื้นบ้านไม้ ต้องให้เหมือนเดิม


เพิ่มเพื่อน    


    นายกฯ มอบ​ "วราวุธ" แก้ปมรื้อ​ "บ้านบอมเบย์เบอร์มา" อาคารโบราณทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์จังหวัดแพร่ ลั่นต้องสร้างกลับมาเหมือนเดิม อธิบดีกรมอุทยานฯ ลงพื้นที่สวนรุกขชาติเชตวัน ยืนยันแนวทางบูรณะฟื้นฟูจะร่วมกับกรมศิลปากร จังหวัดแพร่ และภาคประชาสังคม เพื่อฟื้นฟูอาคารให้เหมือนเดิมที่สุด ส่วนไม้สักที่มีกระแสข่าวว่าหายไปบางส่วนนั้นไม่เป็นความจริง 
    เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี​ (ครม.) ​ถึงกรณีการรื้อถอนโบราณสถานอายุ 127 ปีจนเหลือแต่ซาก ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานบริษัทบอมเบย์เบอร์มาที่ได้รับอนุญาตให้ทำสัมปทานป่าไม้ใน​จังหวัดแพร่ ว่าได้มีการลงโทษไปแล้ว แม้ว่าจะช้าไปบ้าง แต่วันนี้อย่าลืมว่ากลไกในการบริหารมีหลายระดับ บางอย่างอยู่ในพื้นที่ ซึ่งวันนี้ได้ให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงลงไปแก้ปัญหาในพื้นที่และไปชี้แจงในสภาแล้ว
    “ยืนยันว่าทุกอย่างต้องสร้างกลับมาเหมือนเดิมและลงโทษผู้ที่ทำความผิด เพราะฉะนั้นการจะรื้อ จะอะไรก็ตามต้องมีแบบแปลนว่ารื้อแล้วจะทำอย่างไร จะสร้างอย่างไรต่อไป ซึ่งถ้าไม่อนุมัติจะไปทำก่อนไม่ได้ ถือเป็นเรื่องที่ต้องไปสอบสวน มีอยู่หลายเรื่องเหมือนกันและทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็มีการชี้แจงมาแล้ว มันมีประวัติศาสตร์อยู่ในตัวของมันเอง ใช้ในเรื่องการศึกษาและวัฒนธรรม แต่มันต้องปรับปรุงให้อยู่ในสภาพที่ดีขึ้น ถ้ารื้อทิ้งทั้งหมดก็คงไม่ใช่ ก็ต้องทำให้ดีขึ้น แต่คำว่าดีขึ้นก็ต้องดูว่าถ้าซ่อมบางส่วนจะยังแข็งแรงดีอยู่หรือเปล่า ไม่ใช่เข้าไปก็ล้มครืนลงมา ก็จะเจ็บล้มตายกันอีก ดังนั้นเรื่องจะยากหรือง่ายอยู่ที่ผู้ปฏิบัติว่าจะทำอย่างไรให้เกิดความโปร่งใสให้มากที่สุด” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    วันเดียวกัน เมื่อเวลา 11.30 น. ที่สวนรุกขชาติเชตวัน อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมด้วยนางกานต์เปรมปรีด์ ชิตานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินการโครงการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเก่าศูนย์เรียนรู้การป่าไม้ หรืออาคารบอมเบย์เบอร์มาที่มีการรื้อถอนอาคารไปแล้วนั้น โดยขณะนี้ทางกรมศิลปากรได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาทำการสำรวจ รังวัดขนาดตัวอาคาร เพื่อร่างแบบเทียบกับภาพถ่ายต่างๆ เพื่อฟื้นฟูอาคารกลับคืนมา
    นายธัญญากล่าวว่า ตนเองเดินทางลงพื้นที่ในครั้งนี้จะไม่ขอกล่าวถึงในอดีต แต่จะเดินหน้ากับประชาชนชาวจังหวัดแพร่ เพราะถ้าพูดถึงอดีตมันไม่จบ จะทำอย่างไรให้อาคารหลังนี้กลับคืนมา อาจจะสวยกว่าเดิม ให้สถานที่แห่งนี้เกิดความสวยงาม อาจจะเป็นสวนสาธารณะ สวนรุกขชาติป่าไม้ในเมือง ซึ่งตัวอาคารก็จะร่วมกับกรมศิลปากรในการออกแบบ ซึ่งอนาคตอาจจะเหมือนเดิม ใกล้เคียงของเดิม หรือดีกว่าเดิม ซึ่งการดำเนินการทุกสิ่งทุกอย่างต้องผ่านการประชาพิจารณ์โดยการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นกรมอุทยานฯ จังหวัด ภาคีเครือข่าย และท้องถิ่น ซึ่งการพัฒนานั้นถือว่าเป็นบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่
    อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ กล่าวอีกว่า ขอยืนยันกับพี่น้องเครือข่ายและประชาชนทุกคนว่า ในส่วนตรงนี้ทางกรมอุทยานฯ จะเข้ามาดูแลโดยใกล้ชิด แล้วจะเร่งรัดการดำเนินการให้เสร็จโดยเร็วที่สุด แต่กำหนดวันไม่ได้ว่ามันจะเสร็จกี่วัน เพราะการดำเนินการมันอาจจะเจอปัญหาอุปสรรคอะไรต่างๆ แต่จะพยายามติดตามเร่งรัดให้เสร็จโดยเร็วที่สุด
    ส่วนเรื่องไม้สักที่มีกระแสข่าวว่าอาจสูญหายหรือลักลอบนำออกไปนั้น ได้ให้เจ้าหน้าที่ติดตามทุกพื้นที่แล้วไม่เป็นความจริง และจะให้ทางกรมศิลปากรตรวจสอบอีกทีว่าไม้อยู่ครบหรือไม่ แต่คาดว่ามันต้องมีเสียหายหลังการรื้อถอน เพราะเรามีกล้องวงจรปิดอยู่แล้วในการตรวจสอบพื้นที่ และจะติดตั้งอีกหลายๆ จุด ไม้ทุกชิ้นต้องครบ
    นอกจากนี้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ จะเป็นเจ้าภาพในการตั้งคณะกรรมการพัฒนาพื้นที่ทั้งหมดของสวนรุกขชาติเชตวันประมาณกว่า 30 ไร่ คณะกรรมการจะประกอบด้วยเจ้าหน้าที่จากส่วนราชการและตัวแทนจากภาคประชาชนมาร่วมเป็นกรรมการ
    "ส่วนเรื่องของการหาคนผิดในครั้งนี้ ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะมีการตั้งคณะกรรมตรวจสอบหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะในส่วนของกรมอุทยานฯ จังหวัดแพร่ ป.ป.ช. สตง. ฯลฯ คงต้องให้เวลารวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ให้ครบพร้อมเพื่อได้ตัวคนผิดจริงๆ" นายธัญญากล่าว
    ทั้งนี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน รวมถึงย้ายหัวหน้าสวนรุกขชาติเชตวันแล้ว ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้น กรมอุทยานฯ จะขอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเพื่อบูรณะให้อาคารดังกล่าวกลับมาเหมือนเดิมมากที่สุด ส่วนไม้ที่ถูกคัดแยกออกมา ทางกระทรวงจะเป็นผู้ดูแล หากประชาชนพบว่ามีการนำไม้ดังกล่าวไปขายขอให้รีบแจ้งมา ทางกระทรวงจะดำเนินการให้ถึงที่สุด.


"ธรรมศาสตร์" เดี๋ยวนี้ เปิดสอนคณะใหม่ๆ เก๋ไก๋จัง นอกจาก "คณะไสยศาสตร์สามสัส" แล้ว ยังเปิด "คณะสถุลศาสตร์การเมือง" ขึ้นมาอีกคณะ! บัณฑิตรุ่นแรกที่ขึ้นหน้า-ขึ้นตา เห็นจะไม่มีใครเกินนางสาวปนัสยา หรือ "รุ้ง"

อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน