อดีต-ปัจจุบัน-และอนาคต


เพิ่มเพื่อน    

        อันที่จริง...อดีต-ปัจจุบัน-และอนาคต ย่อมเป็นสิ่งที่ต่อเนื่อง เชื่อมโยง ระหว่างกันและกัน อย่างมิอาจแยกออกไปจากกันได้ แต่การย้อนยุค ย้อนสมัย กลับไปทะเลาะ เบาะแว้ง กันในเรื่องเมื่อร่วมๆ ศตวรรษที่แล้ว ระดับ 80-90 ปีที่ผ่านมาแล้ว มันออกจะเป็นอะไรที่น่าเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า น่าอเนจอนาถและน่าเวทนาเป็นอย่างยิ่ง...

                                   -------------------------------------------------------

        คือทั้งๆ ที่อนาคต...ในอีกไม่ใกล้-ไม่ไกล ค่อนข้างที่จะน่าห่วง น่ากังวล น่าหวาดหวั่น อันตราย มิใช่น้อย เต็มไปด้วยความซับซ้อน ซ่อนเงื่อน เต็มไปด้วยสิ่งที่จำเป็นต้องเรียนรู้ ต้องศึกษา ค้นคว้า กันอีกเยอะแยะมากมาย และที่สำคัญเอามากๆ ก็คือ ต้องพยายามหาทาง ร่วมมือ-ร่วมใจ กันให้เหนียวแน่น มั่นคง เข้าไว้ แต่ถ้าดันย้อนกลับไปทะเลาะกันในเรื่อง พระเจ้าเหา ว่าใส่กางเกงหูรูด หรือใส่กางเกงทรงใดๆ กันแน่ อันนี้...ไม่เพียงแต่เชยซ์ซ์ซ์แสนเชยซ์ซ์ซ์ ยังออกจะน่าเบื่อ น่ารำคาญ น่าอเนจอนาถ เวทนา เป็นที่สุด...

                                     -----------------------------------------------

        เพราะการทะเลาะ เบาะแว้ง กันในเรื่องทำนองนี้ เอาไป-เอามาแล้ว...มันไม่ได้ช่วยให้หายป่วย หายติดเชื้อใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย แถมการที่ต่างฝ่าย ต่างต้องพ่นละอองเกสร เพื่อชี้ให้เห็นความถูก-ความผิด ความดีกว่า-ชั่วกว่า ระหว่างกันและกัน หรือระหว่างฝ่ายที่ตัวเองเห็นดี-เห็นงาม เผลอๆ...ยิ่งอาจกลายเป็นการแพร่เชื้อ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อไวรัสแท้ๆ หรือเชื้อไวรัสทางความรู้สึกก็ตาม ให้ผู้คนในสังคม ให้บ้านเมือง ยิ่งมีแต่ต้อง ป่วย หนักขึ้นไปซะอีก ไม่ได้ช่วยให้เกิด ปัญญา แบบระดับ Intelligence ที่จะต้องมีเอาไว้สู้กับ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence หรือเออง เอไอ ใดๆ ก็แล้วแต่ ที่กำลังเอ่อล้นไหลบ่าเข้ามาท่วมท้นภายในอนาคตอันใกล้ และอาจกลายเป็นตัวไล่ ถีบ ใครต่อใคร หรืออะไรต่อมิอะไร ตามแบบฉบับ Disruptive ให้ต้องพังระเนระนาดไปทั่วทั้งสังคม ไม่ว่าจะฝ่ายไหนต่อฝ่ายไหนก็เถอะ...

                                     -------------------------------------------------

        ด้วยเหตุนี้...ไม่ว่า พระเจ้าเหา ท่านจะใส่กางเกงหูรูด หรือกางเกงทรงใดๆ ก็แล้วแต่ คงเป็นเรื่องที่น่าจะปล่อยให้ว่ากันไปตาม มุมมอง ของใคร-ของมันโดยอิสระและเสรี เพราะเรื่องของ อดีต หรือเรื่องประวัติศาสตร์นั้น เอาไป-เอามาแล้ว...มันคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับ ข้อเท็จจริง ล้วนๆ แต่เพียงเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับ รสนิยม หรือ อารมณ์ ของแต่ละปัจเจกบุคคล ว่าจะเกิดการ ปรุงแต่ง ไปในลักษณะไหน โดยมีวันและเวลา ไปจนกระทั่งวัย เข้ามาเกี่ยวข้องพัวพันอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธ ผู้ที่อยู่ในวัยหนึ่ง อาจมองไปในอีกแง่หนึ่ง และผู้ที่อยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่งๆ ก็อาจมีเงื่อนไขและเหตุปัจจัย ให้ต้องมองไปในแง่นั้น รูปนั้น ด้วยเหตุนี้สิ่งที่ผ่านไปแล้ว หรืออดีตที่ผ่านไปแล้ว ยังไงๆ...มันย่อมไม่ใช่สิ่งเดียวกันกับปัจจุบันได้โดยเด็ดขาด...

                                   -----------------------------------------------------

        ดังนั้น...การไปหยิบเอาเรื่องทำนองนี้ มาเถียงกันไป-เถียงกันมา นอกจากมันจะหาข้อสรุปใดๆ แทบไม่ได้ ไม่ว่าความจริง หรือข้อเท็จจริงจะเป็นเช่นไรก็แล้วแต่ มันยังอาจกลายเป็นตัวบั่นทอน ตัวทำลาย ความรู้-รัก-สามัคคี อันเป็นสิ่งที่พึงปรารถนาเอามากๆ สำหรับปัจจุบันและอนาคตเบื้องหน้า เพราะ ความรู้ ใดๆ ก็ตามที ถ้าหากมันไม่ได้นำไปสู่ ความรัก หรือกลับทำให้เกิดความโกรธ เกลียด เคียดแค้น อาฆาตริษยาและชิงชังขึ้นมาแทนที่ มันคงไม่ได้เป็นความรู้ที่ทำให้เกิดความรู้แจ้ง-เห็นจริง ความรู้ที่พระศาสดาในศาสนาต่างๆ ท่านพยายามชี้แนะ ชี้นำ เพื่อมวลมนุษย์ทั้งหลายไม่ว่าชาติใด ภาษาใด เผ่าใด พันธุ์ใด สีผิวใดๆ ไปจนถึงฝ่ายใดๆ ก็แล้วแต่ เกิดความรัก ความเมตตา ความกรุณา ปรานี ต่อกันและกันนั่นเอง...

                                   ---------------------------------------------------

        และถ้าหากปราศจาก ความรัก ซะอย่างแล้ว...โอกาสที่มันจะนำไปสู่ ความสามัคคี อันเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยความยินยอมพร้อมใจนั่นแหละเป็นที่ตั้ง มันคงเป็นไปได้ยากซ์ซ์ซ์และลำบากยิ่งขึ้นไปเท่านั้น เพราะความสามัคคีที่เกิดขึ้นด้วยการ บังคับ นั้น คงไม่ใช่ความสามัคคีที่เป็นจริง เป็นจัง หรือเป็นเรื่อง เป็นราว ซักเท่าไหร่นัก แต่อาจหนักไปทางความกลัว ความหวาดหวั่น ขวัญสยองซะมากกว่า อันเป็นสิ่งที่ไม่ได้ช่วยให้เกิดความยั่งยืนและถาวรแต่อย่างใด ไม่งั้น...จอมจักรพรรดิผู้พิชิตแห่งฝรั่งเศสอย่าง พระเจ้า นโปเลียน โบนาปาร์ต ท่านคงไม่ตรัสเอาไว้เตือนสติใครต่อใครทั้งหลายเอาไว้ว่า...There are but two powers in the world, the sword and the mind. In the long run, the sword is always beaten by the mind. หรือ แม้ว่าในโลกนี้มีอำนาจอยู่เพียง 2 ประการ คืออำนาจแห่งดาบและอำนาจแห่งใจ แต่ในที่สุดใจก็สยบดาบลงไปได้ทุกครั้ง

                                    -----------------------------------------------------

        เอาเป็นว่า...มาถึงช่วงนี้ ระยะนี้ และนับจากนี้ น่าจะเลิกๆ กันไปได้แล้ว สำหรับการไปหยิบเอาเรื่อง พระเจ้าเหา ใส่กางเกงทรงอะไรเมื่อร้อยปีที่แล้ว มาเถียงกันไป-เถียงกันมาใน ณ ขณะวินาทีนี้ เพราะมันแทบไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์โพดผลใดๆ ต่อปัจจุบันและอนาคตเบื้องหน้า และก็ไม่ได้ช่วยฝ่ายใดดูดีกว่าอีกฝ่ายเอาเลยแม้แต่น้อย เพราะสิ่งอันเป็นที่พึงปรารถนาและต้องการสำหรับชาติบ้านเมืองในปัจจุบันและอนาคตเบื้องหน้า ก็คือสันติสุขและสันติภาพ อันเกิดจากความไม่มีฝัก-ไม่มีฝ่าย หรือเกิดจากความ รู้-รัก-สามัคคี ของทุกๆ ฝ่ายนั่นแล...

                                 ------------------------------------------------------

        ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Omar Khayyam...Yesterday already dead and gone; tomorrow is not yet born; so let us live in the eternal…NOW. วานนี้ผ่านไปแล้ว...พรุ่งนี้ยังมาไม่ถึง ด้วยเหตุนี้...ขอเราจงอยู่กับปัจจุบันอันนิรันดร

                             ---------------------------------------------------------


วันก่อน........ "เพนกวิน" โพสต์ "พวกเราไม่ใช่ 'เด็ก' ของใคร" หมายถึงที่ปลุกระดม "ล้มเจ้า" ไม่มีใครอยู่เบื้องหน้า-เบื้องหลัง พวกเขาคิดกันเอง-ทำกันเอง ว่างั้น!

ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน