นายกฯกอดกฎหมายสร้างปชต.


เพิ่มเพื่อน    

    "ประยุทธ์" ขอร้องรวมใจสามัคคีเผชิญปัญหาร่วมกัน ย้ำ "กฎหมาย" ทำให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยที่สงบสุข จะฝ่าฝืน-ละเว้นไม่ได้ เตือนนิสิต-นักศึกษาตั้งใจเล่าเรียน อย่าเสียสมองไปกับเรื่องอื่น "พี่แม้ว" เชื่อมีปรับ ครม.เพราะเศรษฐกิจไปไม่ไหวจริงๆ เตือนน้องตู่อย่าทำในสิ่งที่เคยด่านักการเมือง
    เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ตอนหนึ่งภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.)  ว่า วันนี้สิ่งสำคัญคือ ความรักความสามัคคี เรื่องความขัดแย้งเอาไว้ก่อนได้หรือไม่ เพราะประเทศชาติเราเจอปัญหาทั้งเศรษฐกิจและอะไรต่างๆ เยอะแยะ สิ่งสำคัญที่จะยึดมั่นให้คนไทยอยู่ได้ คือสถาบันชาติ  ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ประชาชนต้องร่วมมือกัน ต่างคนต้องไม่สร้างภาระให้เจ้าหน้าที่ที่เขามีอยู่แล้วให้หนักขึ้น และประชาชนหลายคนก็จะได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำที่ทำให้เกิดความไม่สงบขึ้นมา ดังนั้นก็ต้องขอร้องกัน 
    “ผมคงไปว่าหรือไปขู่ใครไม่ได้ กฎหมายจะเป็นตัวกำหนด กฎหมายทำให้ประชาธิปไตยที่ถูกต้องสงบสุข และไม่มีผลกระทบซึ่งกันและกัน วันนี้เรามีกฎหมายอยู่ตัวเดียว ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมาย  ผมจะไม่ไปก้าวล่วงตรงนี้ เป็นหน้าที่ของใครก็ของใครไป ใครไม่ทำถือว่าละเว้น ซึ่งมีหลายมาตราในกฎหมายเขียนไว้แล้ว ขอบคุณสื่อทุกคน และหวังในความร่วมมือที่ตนพูดไปทั้งหมด สื่อสารให้ประชาชนทราบ” นายกฯ ระบุ
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า เรื่องของการดำเนินคดีขอเรียนว่าก็เหมือนกันทุกคดี ในเมื่อมีตัวบทกฎหมายและทุกคนก็รู้ตัวบทกฎหมายดีอยู่แล้ว ทุกคนรู้ดีว่าทำผิดหรือถูก ดังนั้นจึงไม่ต้องไปสั่งอะไรหน่วยงานเค้า ไม่ว่าจะกรณีใดก็ตาม เพราะได้บอกให้ตำรวจทำตามหน้าที่ ทำงานตามกฎหมายที่มีอยู่  ฉะนั้นถ้าเข้าเกณฑ์กฎหมายตรงไหนก็ไปว่ามา เป็นเรื่องที่เขาต้องร้องทุกข์ต่อโทษก็ว่าไป ทุกคนย่อมรู้อยู่แล้วว่ามีกฎหมายอะไร เว้นเสียแต่ว่าทุกคนมุ่งที่จะฝ่าฝืนกฎหมายนั้นเพื่อให้เกิดความวุ่นวายบางอย่างหรือเปล่า ก็ไม่แน่ใจ และกฎหมายก็ไม่ได้มีโทษถึงอย่างนั้น แล้วกฎหมายผิดอะไร เมื่อมีการกระทำความผิดก็ต้องดำเนินคดีเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นอย่าเอาไอ้ตรงนี้มาทำให้มีปัญหา ทั้งกฎหมายปกติและ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำผิดตรงไหนก็ว่าตรงนั้น ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ทุกคนรู้กฎหมายอยู่แล้ว จะบอกว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้
    “การดำเนินคดีความมั่นคงจะมอบตัวหรือไม่มอบตัว ทุกคนต้องรู้กฎหมายอยู่แล้ว จะอ้างว่าไม่รู้หรือไม่ทราบไม่ได้ เพราะเขามีหมายเรียกออกมา เมื่อมีหมายเรียกออกมาแล้วไม่มาก็ต้องออกหมายจับ  มันมีเวลาอยู่แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม จะคดีเก่าหรือคดีใหม่หมายจับอะไรก็แล้วแต่ก็ต้องออกตามหมายเรียก ทุกคดีต้องเป็นอย่างนี้” นายกฯ ระบุ
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ได้ลงพื้นที่กรุงเทพฯ พบพี่น้องประชาชน คิดว่าหลายจังหวัดมีความร่วมมือเหมือนกัน และจะไปเยี่ยมเยือนในเวลาที่เหมาะสม แต่ในวันที่ 26 มิ.ย.ติดภารกิจประชุมสุดยอดอาเซียนตั้งแต่เช้าถึงเย็น สัปดาห์หน้ามีเรื่องของพระราชบัญญัติงบประมาณปี 2564 ประชุมที่รัฐสภา ดังนั้นช่วงนี้ยังมีภารกิจหลายอย่าง แต่ก็ได้ติดตามประเมินผลในมาตรการต่างๆ ที่จะผ่อนคลายในระยะต่อไป นั่นคือภาระที่ยังหนักอกหนักใจอยู่
ย้ำนักศึกษาตั้งใจเล่าเรียน
    “เรื่องอื่นๆ ขอให้เอาไว้ก่อน ไม่มีใครรู้เรื่องต่างๆ ทั้งหมดเหมือนกับนายกฯ รู้ เพราะฉะนั้นนายกฯ  จะตัดสินใจเมื่อทุกอย่างเหมาะสมกับเวลากับสถานการณ์วันนี้ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และประชาชนทุกคนทั้งส่วนกลาง ภูมิภาค ท้องถิ่น ช่วยกันดูแลบ้านเมืองให้สงบสุขต่อไป เป็นธรรมดาคน  67 ล้านก็มีความคิดเห็นไม่ตรงกันบ้าง แต่อย่าไปละเมิด ก้าวล่วง อย่าทำผิดกฎหมาย ผมขอแค่นั้น แค่นี้เราก็รักษาชาติ สร้างชาติของเราได้ คำว่ารวมใจไทยสร้างชาติมันครอบคลุมทั้งหมด ชาติของเราประกอบด้วย แผ่นดิน ผืนน้ำ อากาศ และประชาชน ซึ่งเราต้องมีการพัฒนาอีกมากมายมหาศาลให้สอดรับกับความต้องการในอนาคต” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    นายกฯ ยังกล่าวถึงนักศึกษาด้วยว่า ขอให้เอาใจใส่ ตั้งมั่นการศึกษา สิ่งที่ต้องกังวลคือการมีงานทำ  การเรียนต่างๆ ต้องให้ความสำคัญ ใครที่มีศักยภาพสูงก็เรียนสิ่งที่ยากเพื่อให้มีงานทำ สอดคล้องกับโลกยุคใหม่ เรียนเก่งต้องทำงานได้ด้วย ต้องหาความรู้แบบนี้ อย่าไปเสียสมองเรื่องที่ไม่สำคัญกับตัวเอง ขอฝากไว้ด้วย ตนเองกับสื่อเป็นเพื่อนกัน เป็นมิตรมาตลอด 
    ขณะเดียวกัน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ที่ให้สัมภาษณ์ว่าอย่ามาโทษกันว่าใครทำให้เศรษฐกิจพังแล้วมาปรับ ครม. ข้อเท็จจริงได้รับสัญญาณจากนายกฯ แล้วหรือไม่ ว่าอำนาจปรับ ครม.เป็นของนายกฯ ส่วนคำพูดเป็นของนายสมคิด  เกี่ยวอะไรกับตนเอง และไม่ได้จับสัญญาณอะไรทั้งสิ้น แต่คิดว่าที่นายสมคิดพูดแบบนั้น เพราะตัดความรำคาญสื่อที่ถามทุกวัน ท่านก็คิดเมื่ออยากรู้ก็จะพูด แล้วให้สื่อลงตามนี้ให้หมด
    ถามอีกว่าถือเป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่ ที่นายสมคิดบอกให้สื่อลงตามที่ท่านพูดให้หมด นายวิษณุกล่าวว่า ไปถามท่านเอง ขอตีความทางกฎหมาย ไม่ตีความคำพูดของนายสมคิด ส่วนการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับนายสมคิด ก็มีบ้างตามภาษาพรรคพวกเพื่อนฝูง ซึ่งเป็นธรรมดาระหว่างนั่งรอการประชุม  ครม.และระหว่างนั่งรอการประชุมต่างๆ เพราะสมัยนี้ไม่มีอะไรที่ฮิตเท่ากับคุยเรื่องนี้ แต่เมื่อคุยแล้วก็จบลง ไม่ได้เรื่องได้ราวอะไร
    เมื่อถามว่าได้ดูเรื่องเอกสารหรือไม่ หลังมีข่าวว่าส่งประวัติ ครม.ใหม่ให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  รองนายกฯ หมดแล้ว นายวิษณุกล่าวว่าไม่มี ยืนยันได้ เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่านายกฯ ไม่เคยเอ่ยถึงอะไรใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่าไม่เคยเลย แต่จะเอ่ยกับคนอื่นหรือเปล่าไม่รู้ แต่กับตนเองไม่มี
    เมื่อถามว่ามีรายงานข่าว พล.อ.ประวิตรได้แจ้งว่าการปรับ ครม.จะเกิดขึ้นในเดือน ก.ค. นายวิษณุ กล่าวว่ารับทราบ จะได้เตรียมตัวเพราะไม่รู้เรื่อง
    ด้านนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงกระแสปรับ ครม.ว่ายังไม่ทราบเลย ยังไม่มีการพูดคุยกันเลย ส่วนกรณีนายสมคิดบอกว่าอย่ามาโทษกันว่าใครทำให้เศรษฐกิจพังแล้วมาปรับ ครม. เพราะทุกคนต้องช่วยกันทั้งหมดนั้น ก็ไม่ทราบเหมือนกัน
    นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ กล่าวแสดงความมั่นใจว่าประชาชนเห็นด้วยกับ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ได้กล่าวกับ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการสร้างคนดี คนเก่ง คนกล้า และโอกาสสู่สังคมเพื่อพัฒนาชาติไทยอย่างยั่งยืน ในโอกาสเข้าพบเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. และนายกฯ ได้ให้แนวทางการสร้างคนดี คนเก่ง คนกล้า ว่าถือเป็นนิมิตหมายที่ดีของประเทศที่รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์และวุฒิสภาจัดตั้งคณะ กมธ.ชุดนี้ขึ้นมา เพื่อนำไปสู่การจัดทำยุทธศาสตร์และแนวทางการสร้างคนดี คนเก่ง โดย กมธ.ชุดนี้ยังไม่เคยมีรัฐบาลหรือวุฒิสภาชุดใดทำมาก่อน ดังนั้นจึงแสดงให้เห็นถึงความจริงใจในการทำเพื่อประเทศชาติและประชาชน
    “การสร้างคนให้เป็นคนดีนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญของชาติ หากมีคนดี คนเก่ง ประเทศก็จะก้าวข้ามความขัดแย้งไปได้ และหากดำเนินการควบคู่ไปกับนโยบายรวมไทยสร้างชาติของนายกฯ ก็มั่นใจได้ว่าจะสามารถทำให้ประเทศเดินหน้าไปได้อย่างแน่นอน” นายสุภรณ์กล่าว
    ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)  เฟซบุ๊กไลฟ์ถึงกรณีนายสมคิดพูดถึงปัญหาทีมเศรษฐกิจว่า คนเก่าทำไม่ได้ก็ไม่ควรอยู่ หากคนใหม่มายังทำไม่ได้ก็ไม่ควรมานั้น เป็นการพูดที่เข้าใจสภาพทางการเมืองที่เป็นจริงมากที่สุด ทีมรัฐมนตรีที่เรียกว่า 4 กุมาร มีนายสมคิดเป็นหัวหน้าทีมนั้น มีความเสี่ยงที่จะพ้นรัฐมนตรีสูงมาก จึงควรปรับ ครม.ก่อน  พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2564 ผ่านวาระแรก เพราะคนจะมาเป็นทีมเศรษฐกิจใหม่ต้องรับผิดชอบในการออกแบบวางแผนแก้ปัญหา แต่กลับเอาคนที่กำลังจะไปมาเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ แล้วให้คนใหม่มาทำ ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่โอกาสพาบ้านเมืองรอดแทบจะไม่มีเพราะทุกอย่างไม่ได้ง่าย
    “ฟังโสรัจจะ นวลอยู่ โหรชื่อดังทำนายไว้ นั่นใช่เลย เป็นสภาพที่เป็นจริง แค่ผู้ว่าการธนาคารชาติยังไม่ยอมต่ออายุทำงานในตำแหน่งของตัวเอง แล้วแบงก์ชาติต้องหาคนใหม่ ซึ่งอาจเป็นพวกนกรู้ก็ได้ ภาวะเศรษฐกิจขณะนี้ทุกฝ่ายเชื่อเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่รอด เมื่อนายกฯ พยายามรวมไทยสร้างชาติ แม้มีความเป็นรูปธรรมบางส่วน แต่หากคนไทยต่างคิดต่างทำ ประเทศชาติต้องแพ้กันหมด ไม่มีใครชนะ  เพราะในโลกความจริงมองหาทางรอดไม่เจอ” นายจตุพรกล่าว
    นายจตุพรกล่าวว่า แนวคิดรวมไทยสร้างชาตินั้นเป็นนามธรรม จะมาทันวิกฤติที่จะเกิดขึ้นได้อย่างไร โดยนักเศรษฐกิจบางคนคาดว่าเดือน ส.ค.ปรากฏการณ์สภาพคาที่ก็เกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นวันนี้ยังมีความเชื่อว่าไทยเป็นพึ่งแห่งไทย โดยต้องคิดข้ามทุกมิติ หากคิดเอาความสะใจไม่ยากเลย คนตายจากโควิด 58 คน แต่ความหายนะทางเศรษฐกิจพังย่อยยับใน 2 ปียังฟื้นยากมาก ดังนั้นใครจะเข้ามาเป็นทีมเศรษฐกิจ จะฟื้นฟูมันไม่ง่ายเลย ไม่ว่าคนเก่าหรือใหม่ ถ้ามีหลักคิดไม่เปลี่ยนแปลงแล้วก็พังกันทั้งคู่ 
ติงบิ๊กตู่อย่าทำเสียเอง
    วันเดียวกันที่คลอง 4 จ.ปทุมธานี พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด (อดีต ผบ.ทสส.) และอดีตผู้บัญชาการทหารบก (อดีต ผบ.ทบ.) เปิดบ้านพักส่วนตัวให้ข้าราชการ พ่อค้าและคนสนิทเข้าอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 75 ปี โดย พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. มอบหมายให้  พล.อ.สุนัย ประภูชะเนย์ ผู้ช่วย ผบ.ทบ.เป็นผู้แทนกองทัพบก ขณะที่ พล.ร.อ.เจริญพล คุ้มราษี รองเสนาธิการทหาร เป็นผู้แทนกองทัพไทยเข้าอวยพรในวันเกิด นอกจากนี้ยังมีนายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย (พลท.) เข้าร่วมด้วย โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก
    ทั้งนี้ พล.อ.ชัยสิทธิ์กล่าวว่ายังติดตามกองทัพอยู่ เพราะมีความผูกพัน นิสัยทหารเก่าต้องศึกษาและวิเคราะห์ทหารในสายเลือด ดีใจที่น้องๆ มาและระลึกถึงเสมอ ปีนี้ครบ 75 ปีแล้ว ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควร ติดตามสถานการณ์บ้านเมือง และดีใจที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายขึ้น แต่ยังเป็นห่วงเรื่องเศรษฐกิจที่ยังแย่ ประชาชนยังเดือดร้อน ดังนั้นอยากให้รัฐบาลเร่งสร้างงานให้มากๆ นโยบายรัฐบาลคงพอไปได้ แต่จะถูกใจทุกคนหรือเปล่าไม่ทราบ ในฐานะที่เป็นอดีต ผบ.ทบ.ขอฝากกองทัพให้ดูแลประชาชนให้ดี พร้อมช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน เพราะกองทัพต้องเป็นขวัญใจของประชาชน  ไม่ใช่ขวัญใจของใครบางคน นี่จากใจคนแก่ผู้เฒ่า 
    “เรื่องการเมืองดูแล้วมันอึมครึม ประเทศในปัจจุบันยังไม่เป็นประชาธิปไตยแท้ๆ ความรู้สึกของเราก็อึดอัด เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์จะมีการปรับ ครม. เพราะเรื่องเศรษฐกิจเดินไปไม่ไหวจริงๆ ที่เคยต่อว่านักการเมืองเป็นอย่างไรในสมัยก่อน ต่อว่าเขาอย่างไร ตนเองก็อย่าทำแล้วกัน และให้เป็นตัวอย่างที่ดีหน่อย ยังมีเวลาปรับตัว” พล.อ.ชัยสิทธิ์กล่าว.


ก็น่าตกใจอยู่หรอก... จู่ๆ ทหารอเมริกันนับร้อยมานอนโรงแรมกลางกรุง แถมข่าวสารยังสับสน

'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'
"บอส-เรดบูล" เมาหลังขับ?
ยิ่งกว่าสงครามเหลือง-แดง
'ข้อมูลใหม่กับคนเหนือดวง'