ผู้ป่วยในประเทศหายทุกราย


เพิ่มเพื่อน    

  ศบค.แจงข่าวดีรายวัน ผู้ป่วยในประเทศหายดีหมดแล้ว เหลือ 51 รายเป็นผู้ป่วยจากสถานระวังโรคของรัฐเท่านั้น โพลเผยผู้ปกครอง 74% กังวลการป้องโควิดของสถานศึกษา จี้ต้องออกมาตรการดูแลให้เข้มงวด

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28? มิ.ย. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทย ว่าไม่พบตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ภายในประเทศ และผู้ติดเชื้อในสถานที่กักตัวของรัฐ ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,162  ราย หายป่วยสะสม 3,053 ราย? รวมถึงไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดสะสมคงที่ 58 ราย และไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อภายในประเทศติดต่อกัน 34 วัน ส่วนคนไทยที่ตกค้างในต่างประเทศและจะเดินทางถึงไทยในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ มี  5 เที่ยวบิน จำนวน 593 ราย ในวันที่ 29 มิ.ย. มี 3 เที่ยวบิน จำนวน 491 ราย
สำหรับผู้ป่วยสะสม 3,162 คนนั้น แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 2,444 ราย ติดเชื้อในสถานเฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ 225 ราย และหากแบ่งตามพื้นที่จะพบว่ากรุงเทพฯ และนนทบุรีมีผู้ป่วยมากสุด 1,760 ราย ตามมาด้วยภาคใต้ 744 ราย, ภาคกลาง 452 ราย, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 111 ราย และภาคเหนือ 95 ราย ส่วนผู้รักษาหาย 3,053 คนนั้น คิดเป็น 96.55% ของผู้ป่วยสะสม ทำให้ขณะนี้มีผู้ป่วยที่รักษาอยู่เพียง 51 รายเท่านั้น
ด้าน นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อํานวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทั่วโลก มีมากกว่า 10 ล้านราย โดยประเทศที่มีอัตราการเพิ่มผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก คือ สหรัฐอเมริกา บราซิล และอินเดีย ส่วนในทวีปเอเชียผู้ติดเชื้อสะสมสูงสุดคือ ประเทศอินเดีย ปากีสถาน และบังกลาเทศ โดยไทยอยู่ในอันดับ 95 ของโลก ซึ่งผู้ติดเชื้อรายใหม่ของไทยขณะนี้ยังคงเป็นคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศและเฝ้าระวังอาการในสถานที่รัฐจัดให้ โดยตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.-27 มิ.ย. มีจำนวนสะสม 47,948 ราย พบผู้ติดเชื้อ 225 ราย รักษาหาย 174 ราย เหลือผู้ป่วยที่ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 51 ราย โดยประเทศที่คนไทยเดินทางกลับมาและพบผู้ติดเชื้อสูงสุดคือ อินโดนีเซีย คูเวต ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอินเดีย
“แม้ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อในประเทศมาระยะหนึ่งแล้ว ขอให้ประชาชนอย่าประมาท การ์ดอย่าตก ต้องเข้มงวดการป้องกันตัวเอง หน้ากากอนามัยมีความจำเป็นที่ต้องใส่และพกติดตัวตลอดเวลา ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่างและหลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในที่แออัดมีคนรวมกันจำนวนมาก”
วันเดียวกัน มหาวิทยาลัยสวนดุสิตได้เผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน หรือสวนดุสิตโพล ถึงเรื่องการเตรียมความพร้อมในการเปิดการศึกษาในวันที่ 1 ก.ค. ซึ่งเป็นการสำรวจผู้ปกครองทางออนไลน์ 1,253 คน โดยเมื่อสอบถามถึงความวิตกกังวลของประชาชนกับการเปิดภาคเรียน พบว่า 73.68% กังวลเรื่องมาตรการป้องกันโควิด-19 ของสถานศึกษา, 70.04% กังวลการเรียนผ่านสื่อออนไลน์, 69.80% กังวลการดูแลบุตรหลานของสถานศึกษา, 66.31% กังวลสุขภาพ ร่างกาย และ 65.54% กังวลสภาพอากาศ เพราะเข้าสู่ฤดูฝน
เมื่อถามถึงสิ่งที่อยากฝากถึงสถานศึกษา พบว่า 45.74% กำหนดมาตรการป้องกันโควิด-19 ให้ชัดเจนและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด, 32.27% ดูแลเอาใจใส่เด็กใกล้ชิด เช่น สวมหน้ากาก ล้างมือ รักษาระยะห่าง, 16.08% จัดรูปแบบการเรียนการสอนให้เหมาะสม ปลอดภัยมากที่สุด, 15.13% รักษาความสะอาด พ่นยาฆ่าเชื้อทั่วบริเวณก่อนเปิดเรียนและหลังเลิกเรียน และ 6.5% ครูต้องเป็นแบบอย่างที่ดี แนะนำให้ความรู้เพื่อห่างไกลจากโควิด-19    
     “เมื่อถามถึงสิ่งที่อยากฝากถึงรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่า 42.40% มีมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังโรคโควิด-19 ที่ชัดเจน เข้มงวด, 24.67% สนับสนุนงบประมาณ เครื่องมือ อุปกรณ์ ด้านการเรียนการสอนอย่างเต็มที่, 17.20% จัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานศึกษาทุกแห่งโดยเคร่งครัด สม่ำเสมอ,  12.80% สนับสนุน ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง เช่น ค่าเล่าเรียน ค่าเดินทาง และ 9.07% การออกมาตรการต่างๆ ต้องคำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมาด้วย”.

 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"