โวยรัฐบาลอดีตทิ้งคนใต้ สส.ชทพ.ไขก๊อกพ้นกมธ.


เพิ่มเพื่อน    

  สภาถกงบฯ 64 1-3 ก.ค. "เทพไท" เตรียมโชว์ช่วยคนใต้  เพราะถูกรัฐบาลในอดีตเลือกปฏิบัติเยี่ยงลูกเมียน้อย "พิธา" ตาสว่าง จะใช้เว็บไซต์เราไม่ทิ้งกันเป็นกลไกให้เข้าถึงประชาชน กมธ. สอบงบฯ โควิดระอุ! ส.ส.ชทพ.ไขก๊อกพ้น กมธ. "ไพบูลย์" ท้าใครอยากออกทำหนังสือมา อย่ามัวแต่พูด

    เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่ 1-3 ก.ค. สภาจะมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 โดยได้กำหนดกรอบระยะการอภิปราย โดยฝ่ายค้าน 22 ชั่วโมง 30 นาที ฝ่ายรัฐบาล 22 ชม. ประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ 2 คน ได้เวลาประมาณ 2 ชม. รวม 46 ชม. และเชื่อว่าสมาชิกจะอภิปรายเสร็จสิ้นและให้ลงมติวาระ 1 เพื่อตั้งกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน 72 คน ให้ได้ก่อนเที่ยงคืนวันที่ 3 ก.ค. ซึ่งสภาเหลือเวลาพิจารณาให้แล้วเสร็จประมาณ 70 วัน ซึ่งคาดว่าจะสามารถพิจารณาวาระ 2-3 ได้ภายในกลางเดือน ก.ย. ซึ่งอยู่ในสมัยประชุม
    ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การจัดงบประมาณของรัฐบาลในปีนี้ เป็นการจัดงบประมาณ 2 ฉบับซ้อนกัน ระหว่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท กับ พ.ร.บ.งบประมาณปี 64 จำนวนเงิน 3.3 ล้านล้านบาท ซึ่งทำให้ยอดเงินงบประมาณที่นำมาใช้จ่ายมีเม็ดเงินสูงมากเป็นประวัติการณ์ จำนวน 5.2 ล้านล้านบาท จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการอภิปราย ซักถามรายละเอียดของแผนงาน โครงการ ในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฉบับนี้อย่างถี่ถ้วน
    นายเทพไทกล่าวอีกว่า จะขอใช้สิทธิ์อภิปรายงบประมาณในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด จะขอทวงถามความเป็นธรรมให้กับพี่น้องภาคใต้ ที่เสียโอกาสในการพัฒนามายาวนาน ตั้งแต่ในยุครัฐบาลของระบอบทักษิณ ที่มีแนวคิดพัฒนาเฉพาะจังหวัดที่เลือก ส.ส.ของพรรคตัวเองก่อน จนถึงรัฐบาล คสช.ก็ยังไม่สามารถคืนความเป็นธรรมให้กับคนภาคใต้ได้เท่ากับโอกาสที่เสียไป
    "ผมขออภิปรายแทนความรู้สึกของคนภาคใต้ทุกคน ให้รัฐบาลชุดนี้ได้รับทราบถึงความเดือดร้อนและไม่เป็นธรรม ที่เคยถูกรัฐบาลในอดีตเลือกปฏิบัติเยี่ยงลูกเมียน้อย และขอเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับพี่น้องภาคใต้ต่อไป" นายเทพไทกล่าว
    นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เห็นว่างบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ที่ทำมาตอนนี้เหมือนทำมาเพื่อแช่แข็งประเทศไทย ไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากปี 2563 ไม่มีการแก้ปัญหาของชาวภาคเหนือที่มีปัญหาไฟป่าคู่กับโควิด ภาคอีสานภัยแล้งคู่กับโควิด หรือภาคใต้ที่มีปัญหาการท่องเที่ยวพร้อมกับโควิด พวกเขาเหล่านี้จะต้องผิดหวัง ซึ่งส่วนตัวมองว่าต้องเร่งเยียวยาภาคใต้ก่อนอันดับแรกตามความเร่งด่วน โดยดูจาก GPP ของภูมิภาค ไม่ใช่ GDP ของประเทศ อีกทั้งถ้าเป็นตนเองจะใช้เทคโนโลยี เช่น เว็บไซต์เราไม่ทิ้งกันเป็นกลไกให้เข้าถึงประชาชน เหมือนสิงคโปร์ ที่กดทีเดียวก็เงินเยียวยาถึงประชาชน ดังนั้นจึงหวังว่าคนที่จะเข้ามาทำงาน หลังการปรับ ครม. ก็ต้องมีวิสัยทัศน์ในการแก้งบประมาณที่ไม่ตรงจุด คิดแผนให้นายกรัฐมนตรี และหวังว่านายกฯ จะไม่ใช้อำนาจและตีเช็คเปล่า และหากโครงการต่างๆ ที่เสนอมาใช้จ่ายจากงบประมาณเงินกู้ 1.1 ล้านล้านบาทไม่ตอบสนองจุดประสงค์ ก็ต้องสามารถโอนกลับมาใช้ในด้านการป้องกันโรคได้
     นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า ในความรู้สึกคนไทยกับสถานการณ์เศรษฐกิจยากลำบากนั้น ทีมเศรษฐกิจจะเข้ามาใหม่จะรับทุกขลาภ ไม่ทราบว่านายกรัฐมนตรีจะคิดอย่างไร หากต้องการใช้ทีมเศรษฐกิจชุดใหม่แล้ว ควรให้ชุดใหม่เขียนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2564 เพราะต้องรับผิดชอบ หากปรับ ครม.ตามที่ปรากฏแบบคนเก่าเขียนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ แล้วทีมใหม่มาทำ ซึ่งจะมีสภาพติดขัด ยึกยักไปหมด
    ประธาน นปช.กล่าวว่า คนไทยกำลังเดินไปสู่เดือนกรกฎาคม เชื่อว่าจะเห็นปรากฏการณ์หลากหลายมิติ โดยเรื่องที่ไม่คาดจะเกิด จะได้เห็นทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดี ส่วนการปรับ ครม.ที่กำลังจะมีขึ้น ก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้อีกกี่วัน และไม่มีความชัดเจนกับสถานการณ์นี้เลย แล้วจะนำไปสู่สถานการณ์อะไรอีกหรือไม่ เนื่องจากภาวะทางเศรษฐกิจและด้านอื่นๆ จะทวีความรุนแรงขึ้นตามลำดับ ดังนั้นมุมมองทางการเมืองของตนซึ่งผ่านร้อนผ่านหนาวมาแล้ว จึงไม่กระโตกกระตาก เพราะจะกลายเป็นเสาค้ำให้เขาโดยปริยายเลย
    วันเดียวกันนี้ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตามตรวจสอบการใช้เงินตามพระราชกำหนด 3 ฉบับ เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ยอมรับว่า นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นกรรมาธิการแล้ว อาจเป็นเพราะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันกับตนเอง ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่จะเลือกวิธีการลาออก
    "เป็นเวลาที่จะต้องหาแนวทางในการตรวจสอบการใช้งบประมาณเพื่อการช่วยเหลือประชาชน ไม่ใช่มาทะเลาะกันเองในกรรมาธิการ หรือใช้เป็นเวทีทางการเมืองตอบโต้กัน อีกทั้งไม่ได้เป็นกังวลว่าจะมีกรรมาธิการลาออกเพิ่ม อย่างไรก็ตาม หากใครต้องการลาออก อย่ามัวแต่พูด ให้ทำหนังสือแจ้งความประสงค์มา" นายไพบูลย์กล่าว
    ด้านนายณัฐวุฒิกล่าวว่า ได้ลาออกจากกรรมาธิการดังกล่าวจริง แต่ไม่ได้มีปัญหาความขัดแย้งกับนายไพบูลย์แต่อย่างใด เนื่องจากมีภารกิจมาก จึงขอลาออก โดยในวันที่ 30 มิ.ย. พรรคชาติไทยพัฒนาจะมีการประชุมเพื่อหาบุคคลอื่นมาทำหน้าที่แทนต่อไป
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลาออกของนายณัฐวุฒิ เป็นผลจากความขัดแย้งภายในกรรมาธิการในขั้นตอนเสนอชื่อประธานกรรมาธิการ ซึ่งนายณัฐวุฒิเป็นผู้เสนอชื่อนายกนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เป็นประธาน โดยมีพรรคฝ่ายค้านร่วมสนับสนุน เนื่องจากเห็นว่านายกนกเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ได้รับการยกย่องในสังคม และสามารถสร้างความสง่างามได้ และขอพรรคพลังประชารัฐอย่ารับตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการ แต่ในท้ายที่สุดที่ประชุมเสียงข้างมากมีมติเลือกนายไพบูลย์
    ขณะที่การประชุมนัดแรกที่นายไพบูลย์นั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน ได้ขอให้กรรมาธิการแนะนำตัว แต่นายณัฐวุฒิท้วงว่า กรรมาธิการรู้จักกันอยู่แล้ว ไม่อยากให้เสียเวลามาแนะนำตัวกัน ทำให้ปะทะคารมกันกับนายไพบูลย์เล็กน้อย ก่อนที่นายณัฐวุฒิจะวอล์กเอาต์ออกจากการประชุม ทั้งนี้ ในหนังสือลาออกของนายณัฐวุฒิ ให้เหตุผลว่ามีภารกิจหลายประการที่ต้องดำเนินการ ตั้งแต่วันที่ 26 มิ.ย.เป็นต้นไป.

 


ต้องบอกว่า........ "เวทีล้มเจ้า" ที่ "ธรรมศาสตร์" คืนวาน "จัดหนัก-จัดเต็ม" ฮือฮากันไม่จบจนถึงตอนนี้ ถือว่า "จุดติด" แล้วใช่มั้ย?

สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ