'กรมเจ้าท่า' ชี้เจ้าของฟาร์มกุ้งผิดจริงหลังใช้รถแบคโฮขุดทะเล เตรียมดำเนินการตามกฎหมาย


เพิ่มเพื่อน    

เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายลงตรวจสอบเจ้าของฟาร์มกุ้งใช้รถแบคโฮขุดทะเลวางท่อสูบน้ำพบทำผิดจริงจากที่ขออนุญาต พร้อมกับให้ผู้เชี่ยวชาญรวบรวมข้อมูลผลกระทบสิ่งแวดล้อมดำเนินการมาตรการทางกฎหมาย

1 ก.ค.63 - จากกรณีชาวบ้านร้องเรียนนายทุนใช้เครื่องมือหนักขนาดใหญ่ขุดดินทะเลขึ้นมาถมนเป็นถนนให้รถแบคโฮลงไปขุดดินในทะเลเพื่อวางท่อสูบน้ำเข้าฟาร์มเพาะเลี้ยงลูกกุ้งบริเวณชายหาดบางมะพร้าว หมู่ 13 ตำบลบางมะพร้าว อ.หลังสวน จ.ชุมพร ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศชายฝั่ง

ล่าสุด นาวาเอก กิตติพงษ์ พุ่มสร้าง รอง ผอ.ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.)จ.ชุมพร นายคำรณ อินจันทร์ ผอ.สำนักงานเจ้าท่าสาขาชุมพร นางอวยพร อุ่นเพ็ง นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ สทจ.ชุมพร นายสุชาติ รัตนเรืองศรี ผอ.ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลที่ 4 สุราษฎร์ธานี นายจิรยุทธ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผอ.ศูนย์บริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลน จ.ชุมพร พร้อมผู้เกี่ยวข้องรวมกว่า 30 คน ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณก่อสร้างฟาร์มเพาะเลี้ยงลูกกุ้งขนาดใหญ่ ของบริษัท มรกตฟาร์ม จำกัด ตั้งอยู่ริมถนนเลียบชายหาดบางมะพร้าว หมู่ที่ 13 ต.บางมะพร้าว อ.หลังสวน จ.ชุมพร จุดเกิดเหตุตามที่มีการร้องเรียน โดยมี นายโกเวทย์ ตันติสุวรรณ นักธุรกิจเจ้าของ บริษัท มรกต ฟาร์ม จำกัด นายสันต์ ฉิมหาด นายก อบต.บางมะพร้าว นายวัชรินทร์ สุวรรณยอด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 13 ให้การต้อนรับ พร้อมกับนำลงพื้นที่ตรวจสอบ

จากการตรวจสอบบริเวณชายหาดตรงข้ามกับฟาร์ม ที่ใช้รถแบคโฮขุดดินทรายยื่นลงไปในทะเล 2 ข้างคู่ขนานกันยาวกว่า 50 เมตรเพื่อให้รถแบ็คโฮ 2 คัน ขับลงไปตักขุดดินตามที่ปรากฏเป็นข่าวร้องเรียน โดยพบมีร่องรอยถูกรถแบคโฮกลบทำลายให้กลับสภาพเดิมไปจนหมดแล้ว แต่ยังมีเหลือเนินดินโผล่เป็นสันยื่นลงไปในทะเลที่ใช้เป็นจุดฝังกลบท่อโผล่ให้เห็นเป็นสันดอนยื่นออกไปในทะเลยาวประมาณ 10 เมตร และมีธงแดงปักเป็นระยะตามแนวท่อยาวประมาณ 200 เมตร เพื่อป้องกันเรือประมงชายฝั่งขับผ่าน ทราบว่าเจ้าของฟาร์มเพิ่งทำการฝังกลบบริเวณดังกล่าวเสร็จเมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมาก่อนที่เจ้าหน้าที่จะลงตรวจสอบ

นายคำรณ อินจันทร์ ผอ.สำนักงานเจ้าท่าสาขาชุมพร กล่าวว่าฟาร์มแห่งนี้ได้รับอนุญาตให้ปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำประเภทวางท่อสูบน้ำ ใบอนุญาตที่ 31/2562 วันที่ 30 ต.ค.62 โดยวางท่อ HDPE จำนวน 4 ท่อ ความยาว 200 เมตร แต่ตามที่ปรากฏตามข่าวมีการใช้รถแบ็คโฮ 2 คัน ซึ่งเป็นเครื่องมือหนักลงไปขุดในทะเลลักษณะนั้นถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดไม่เป็นไปตามระเบียบข้อปฏิบัติในการวางท่อสูบน้ำเข้าฟาร์ม

ด้าน นาวาเอกกิตติพงษ์ กล่าวว่าตามที่ปรากฏเป็นข่าวนั้นตนเป็นผู้ลงมาตรวจสอบเองถึง 2 ครั้ง เพราะถือว่าเป็นหน้าที่โดยตรงของหน่วยงานตน และได้มีการถ่ายภาพวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องลงมาตรวจสอบข้อเท็จจริงในวันนี้

ขณะที่นายโกเวทย์ ตันติสุวรรณ เจ้าของบริษัท มรกตฟาร์ม จำกัด กล่าวว่าหลังขออนุญาตจากสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาชุมพร บริษัทฯ ได้ทำการขุดฝังกลบท่อแล้วเสร็จตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2562 แต่ด้วยความแรงของลมคลื่นช่วงปลายปี 62 ท่อได้ลอยโผล่ขึ้นมาไม่เป็นไปตามแบบ ต่อมาเดือนมิถุนายน 2563 จึงต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนได้ใช้รถแบคโฮทำการเปิดหน้าทรายใหม่อีกครั้งใช้เวลาประมาณ 5 วัน โดยใช้สายสลิงถ่วงกับลูกปูนเพื่อถ่วงท่อและกลบทรายทับท่ออีกครั้งจนปรากฏภาพตามที่เป็นข่าวดังกล่าว

ภายหลังตรวจสอบเจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้ร่วมกันทำบันทึกการตรวจสอบพร้อมกับประสานมอบหมายให้ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง จ.ชุมพร นำนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ นักประดาน้ำ เข้ามาตรวจสอบข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อประกอบการพิจารณาของแต่ละหน่วยงานในการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


เอาละครับ..... นับจากวันนี้ (๘ ส.ค.๖๓) เป็นต้นไป ถึงสิ้นปี และมีความเป็นไปได้ ที่จะติดพันไปถึงต้นปีหน้า

"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'