ไทยนำโลก ๑ ก้าว


เพิ่มเพื่อน    

            ณ เวลานี้...

            ไทยเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยเป็นลำดับต้นๆ ของโลก

            เว้นเสียแต่ว่า การเมืองป่วน โควิดระบาดรอบสอง ประเทศไทยก็อาจตกจากบัลลังก์ประเทศที่เศรษฐีทั่วโลกอยากมาพักผ่อนระยะยาว

            พูดง่ายๆ คือหนีโควิดมาอยู่ไทย

            ขณะเดียวกันบรรดากูรูทั้งหลายพากันคาดการณ์ว่า ไทยจะเจอมรสุมเศรษฐกิจลูกใหญ่ในอีก สองสามเดือนข้างหน้า

            แล้วจะเซยาว!

            เวิลด์แบงก์ คาดการณ์ว่าโควิดฉุดจีดีพีไทยปีนี้ติดลบไม่ต่ำกว่า ๕%

            ตกงานกว่า ๘.๓ ล้านคน 

            ตัวเลขเมื่อสิ้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ชาวอเมริกันตกงานไปแล้ว ๔๑ ล้านคน

            องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) คาดการณ์ว่า ชาวอเมริกันอาจตกงานพุ่งสูงถึง ๓๐๕  ล้านคน หรือคิดเป็น ๙๒.๔% ของประชากรทั้งประเทศสหรัฐฯ

            ถ้าเป็นเช่นนั้นอเมริกาคงถึงขั้นล่มสลาย         

            ที่แน่ๆ แนวโน้มสถานการณ์การระบาดโควิด-๑๙ ในอเมริกา ไม่สู้ดีเลย

            ติดเชื้อรายวันเกิน ๔ หมื่นคนมาอย่างต่อเนื่อง

            ทั้งหมดนี้เพื่อจะบอกว่า สิ่งที่ทุกประเทศทั่วโลกต้องเจอคือ เศรษฐกิจตกต่ำ คนตกงาน

            เท่าที่ฟังการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ วานนี้ (๑ กรกฎาคม) ราวกับว่า เศรษฐกิจตกต่ำ เพราะรัฐบาลลุงตู่ ไร้ฝีมือ ลองให้ฝ่ายค้านเป็นรัฐบาลรับรอง พุ่งกระฉูด

            การกล่าวโทษว่า รัฐบาลฝีมือไม่ถึง ทำงานไม่เป็น

            ทหารไม่มีทางจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้

            ดูเหมือนจะเป็นการกล่าวอ้างสำเร็จรูป ที่นักการเมืองฝ่ายค้านแทบทุกคนนำไปพูดในสภา ไม่ต่างเด็กนักเรียนท่องอาขยาน

            เดชะบุญ! คนไทยทั้งชาติร่วมกันเล่นงานโควิด-๑๙ จนโงหัวไม่ขึ้น คนไทยชนะในยกแรกนี้ ไม่มีผู้ติดเชื้อในประเทศ ๓๗ วันติด

            แม้การคาดการณ์ว่าจำนวนคนตกงานจะมีร่วม ๑๐ ล้าน แต่อย่าลืม การที่รัฐบาลและประชาชนเอาใจใส่ในสุขภาพ รักษาระยะห่าง จนกระทืบโควิดจมดินได้ นี่ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการฟื้นฟูเศรษฐกิจก่อนใคร

            และเรากำลังทำเช่นนั้นอยู่

            แม้จะมีคนตกงานชุดใหม่ให้เห็น แต่ผู้คนส่วนใหญ่ก็กลับไปทำงานแล้วเช่นกัน

            และจะทยอยทำงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามมาตรการผ่อนปรนระยะต่างๆ

            ถ้าเทียบกับอเมริกาวันนี้ ตัวเลขคนตกงานยังอยู่ในช่วงขาขึ้น เพราะยังเอาโควิดไม่อยู่

            หรือถ้าจะเปรียบเทียบให้ชัดเจน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ วันนี้ยังสาละวนอยู่กับ จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดในหลักพันต่อวัน

            ยังตั้งลำแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้!

            ขณะที่ไทยเริ่มขยับขับเคลื่อน วันนี้เรานำชาติอื่นๆ ไป ๑ ก้าวแล้ว

            ฉะนั้นเมื่อพูดถึงปัญหา ก็ต้องดูถึงที่มาของปัญหา อย่าเอาแต่แผ่นเสียงตกร่อง ไทยมีแต่ปัญหาๆๆๆๆๆ

            และงบประมาณคือปัจจัยสำคัญที่จะนำมาแก้ปัญหา      

            แต่ฝ่ายค้านคงช่วยอะไรได้ไม่มาก นอกจากโวหารการอภิปรายในสภา 

            หลายคนอยู่ในข่ายไร้สาระ

            ประชาชนร่วมมือร่วมใจขึงพืดโควิดให้แล้ว จากนี้ไปอยู่ที่ฝีมือรัฐบาลล้วนๆ ว่า จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้หรือไม่

            และสิ่งแรกที่ต้องจัดการคือความชัดเจนในทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล

            เพราะนั่นคือศรัทธา

            ถ้าผ่านด่านแรกนี้ไปไม่ได้ บอกได้คำเดียวว่า สาหัส.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"