รอศบค.เคาะจัดแข่งบอล-มวย


เพิ่มเพื่อน    

  "บิ๊กตู่" พอใจคลายล็อกเฟส 5 วันแรก ไร้ผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศ สั่ง ศบค.จัดชุดสุ่มตรวจกิจกรรม/กิจการกลุ่มเสี่ยงเพิ่มขึ้น ขอบคุณ "ศธ.-โรงเรียน" คุมเข้มมาตรการป้องกันให้เด็ก นร. มั่นใจสถานการณ์ผ่อนคลาย ศก.ฟื้นตัว คนตกงานได้กลับเข้าระบบ "หมอบุ๋ม" แถลงพบผู้ป่วยใหม่ 6 รายกลับจาก ตปท.ทั้งหมด "อนุทิน" แย้มรอ ศบค.ชุดใหญ่เคาะจัดแข่งมวย-บอล

    เมื่อวันที่ 2 ก.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงมาตรการปลดล็อกกิจกรรมและกิจการในระยะ 5 วันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันแรก ว่าได้ให้ตรวจสอบสรุปรายงานมาแล้ว ว่าในประเทศมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นหรือไม่อย่างไร ตรวจสอบแล้วยังไม่พบ ส่วนผู้ติดเชื้อ 6 คน ยังเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงของเดิมในสถานที่กักกันของรัฐ แสดงให้เห็นว่ายังพอไว้ใจได้ในระดับหนึ่ง แต่ได้สั่งย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. และผู้ปฏิบัติ ลงไปสุ่มตรวจสอบในพื้นที่ที่มีการผ่อนผันระยะ 5 ให้มากขึ้นในสถานที่ที่ใช้ร่วมกัน ต้องติดตามแต่ละวัน พร้อมเตรียมมาตรการเชิงรับไว้ด้วยเพื่อเป็นเชิงป้องกัน
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สิ่งที่น่ายินดีคือเห็นความร่วมมือของกระทรวงต่างๆ ต้องขอบคุณกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานเขตการศึกษาทุกเขต ได้เห็นความร่วมมือของทุกโรงเรียน ทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็กหลายอย่าง อาจจะยังไม่ไปสู่ภาวะปกติมากนัก ต้องมีระยะห่าง จัดสลับเวลาเรียนและห้องเรียน ซึ่งต้องยอมรับ เมื่อมีปัญหาก็ต้องมีมาตรการ เพื่อให้การศึกษาเดินหน้าไปได้
    "อาจจะไม่ 100% เหมือนเดิม แต่สาระการเรียนการสอนสามารถทบทวนกันได้ และสามารถเรียนทางบ้านคู่ขนานไปได้ แม้ว่าระยะแรกของการใช้ออนไลน์ ดิจิทัล จะมีปัญหาอยู่บ้าง อย่างไรก็ตาม ทุกคนก็มีหนังสือตำราเรียนอยู่แล้ว พ่อแม่ผู้ปกครองต้องกำชับลูกหลานให้อ่านหนังสือด้วย แม้จะเรียนที่บ้านก็เรียนเวลาเดียวกัน วิชาเดียวกัน พร้อมๆ กับที่เรียนในโรงเรียนต้องกระตุ้นความสนใจเด็ก อย่าปล่อยให้เด็กเล่นเกม ต้องจัดวินัยให้เด็กด้วยจึงจะไปได้ในช่วงนี้" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    ถามว่า สุดสัปดาห์นี้จะเป็นช่วงวันหยุดยาว จะฝากอะไรหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คงต้องฝากแบบเดิม ให้ระมัดระวังเรื่องการรวมกลุ่ม การจราจร การใช้รถใช้ถนนเผื่อแผ่แบ่งปัน แม้รถจะติดแต่รัฐบาลก็ช่วยเหลือเรื่องลดค่าทางด่วน สิ่งสำคัญอยู่ที่ตัวบุคคลเที่ยวได้ดีอยู่แล้ว เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้ท้องถิ่น ชุมชน โรงแรม ซึ่งวันนี้ได้รับรายงานว่าหลายโรงแรมเริ่มฟื้นตัว เพราะคนไทยเที่ยวมากขึ้นจากมาตรการผ่อนคลายระยะที่ 5 ส่วนแรงงานที่ถูกเลิกจ้างเดี๋ยวก็จะกลับมาดีขึ้น เมื่อมีการประกอบกิจการมากขึ้นเรื่อยๆทุกอย่างจะเป็นแบบนี้ ค่อยๆ ทยอยสู่ภาวะปกติ จะช้าหรือเร็วขึ้นกับพวกเราร่วมกัน ซึ่งมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวนั้นรัฐบาลได้ออกมาแล้ว ผู้มีศักยภาพอาจต้องจ่ายสมทบหน่อย ผู้ที่ไม่มีรัฐบาลก็มีวงเงินให้เป็นมาตรการที่รัฐบาลจำเป็นต้องคิดอย่างละเอียดออกมา
    "ผมอยากเรียนว่าวันนี้ทั้งโลกมีปัญหา ไม่ใช่เฉพาะเรา มีปัญหาเรื่องการจ้างงาน ลดกำลังการผลิต ทั้งนี้ กำลังหาทางว่าจะทำอย่างไรให้ลดการเลิกจ้างงานให้ได้มากที่สุด โดยรัฐบาลต้องพิจารณาว่าทำอย่างไรให้มีวงเงินสนับสนุน SME สิ่งสำคัญคือ SME ส่วนหนึ่งไม่ได้มีการจดทะเบียน จึงต้องขอร้องให้ขึ้นทะเบียน ไม่ต้องกลัวเรื่องภาษี ถ้ารายได้ไม่ถึงจะเก็บภาษีได้อย่างไร หากไม่เข้าระเบียบ เวลาจะกู้เงินก็เข้าถึงไม่ได้ เพราะเงินกู้เป็นเงินราชการ ดังนั้นจะหาทางผ่อนคลายตรงนี้ให้ อาจมีการตั้งกองทุนใหม่ขึ้นมา ซึ่งกำลังคิดว่าจะตั้งกองทุนหรือตั้งพันธบัตรให้ประชาชนโดยเฉพาะได้หรือไม่ เพื่อเป็นการออมของประชาชนที่มีรายได้น้อย ไม่เช่นนั้นพอตั้งกองทุนอะไรมา พวกใหญ่ๆ ก็ไปจองหมด ทำให้ไม่ถึงประชาชนผู้มีรายได้น้อย ต้องตั้งระยะยาว ตรงนี้กำลังคิดอยู่ นี่คือแนวทางใหม่ของเรา ต้องคิดใหม่ๆ แบบนี้” นายกฯ กล่าว
ติดเชื้อรายใหม่ 6 ราย
    ขณะที่ พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า วันนี้มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ 6 ราย ทั้งหมดเป็นคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศและเข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ โดย 4 รายเดินทางมาจากอินโดนีเซีย เป็นเพศชายอายุ 21 ปี อาชีพนักเรียนนักศึกษา และรายที่ 2-4 เพศชาย อายุ 37 ปี, 43 ปี, 62 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป ทั้ง 4 รายเดินทางถึงไทยวันที่ 24 มิ.ย. มีผู้โดยสารในเที่ยวบินทั้งหมด 172 คน ซึ่งอยู่ในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ใน จ.ชลบุรี มีการเก็บตัวอย่างผลการพบเชื้อเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ซึ่งทั้ง 4 รายไม่มีอาการ
    ส่วนรายที่ 5 เดินทางมาจากแอฟริกาใต้ เป็นเพศชายอายุ 20 ปี อาชีพนักศึกษา มีอาการไอ 1 สัปดาห์ เดินทางถึงไทยวันที่ 28 มิ.ย. มีผู้โดยสารเดินทางร่วมกัน 106 คน ซึ่งมีการคัดกรองที่ด่านสุวรรณภูมิ ผลการตรวจรายดังกล่าวครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ไม่พบเชื้อ และส่งตรวจครั้งที่ 2 วันที่ 30 มิ.ย.พบเชื้อ ส่วนรายที่ 6 เดินทางกลับจากประเทศซูดาน เป็นเพศชายอายุ 21 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป เดินทางถึงไทยวันที่ 24 มิ.ย. เข้าพักสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ จ.ชลบุรี เก็บตัวอย่างวันที่ 29 มิ.ย.พบเชื้อ รายนี้ไม่มีอาการ
    "ขณะจำนวนผู้ติดเชื้อภายในประเทศยังคงศูนย์รายต่อเนื่อง ซึ่งภาพรวมในประเทศไทยมีผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,179 ราย โดยเป็นการติดเชื้อภายในประเทศ 2,444 ราย และตรวจพบในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ 242 ราย ผู้รักษาหายป่วยแล้ว 3,059 ราย ยังคงรักษาตัวในโรงพยาบาล 62 ราย และไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม คงที่ 58 ราย" พญ.พรรณประภากล่าว
    ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าวว่า ในส่วนสถานการณ์ทั่วโลกมีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสม 10,803,599 ราย มีผู้ป่วยรายใหม่ 200,145 ราย ซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุดตั้งแต่มีการระบาดทั่วโลก ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 5,055 ราย รวมเสียชีวิตแล้ว 518,968 ราย สำหรับเที่ยวบินนำคนไทยตกค้างกลับไทยวันที่ 2 ก.ค. จากดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 174 ราย, กาตาร์ อินโดนีเซีย 200 ราย และวันที่ 3 ก.ค. จากอียิปต์ 250 ราย
    พญ.พรรณประภากล่าวถึงผลการตรวจกิจการและกิจกรรมตามมาตรการผ่อนคลาย วันที่ 1 ก.ค. ว่าผลการตรวจ 1,885 ราย ปฏิบัติไม่ครบ 3 ราย ไม่มีแพลตฟอร์มไทยชนะ 433 ราย ซึ่งขอฝากในวันหยุดสุดสัปดาห์ และตามด้วยวันหยุดยาว หลังมีการผ่อนคลายระยะที่ 5 ซึ่งประชาชนอาจจะมีการเดินทางท่องเที่ยว ขอย้ำว่ามาตรการป้องกันการติดเชื้อเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ประกอบการต้องเน้นย้ำในมาตรการ รวมถึงประชาชนที่เดินทางท่องเที่ยวต้องระมัดระวัง สวมหน้ากาก หมั่นล้างมือบ่อยๆ และมีระยะห่างระหว่างกัน
'มวย-บอล'ฟัง'ศบค.'
    ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีสนามมวยจะสามารถจัดการแข่งขันและถ่ายทอดผ่านโทรทัศน์ได้หรือไม่ โดยไม่มีผู้เข้าชม รวมถึงฟุตบอลลีกจะกลับมาแข่งขันได้เมื่อไรว่า ศบค.มีกระบวนการขั้นตอนที่จะผ่อนคลายออกมาเป็นลำดับอยู่แล้ว? ขอให้เขาหารือกันก่อน ทุกคนก็เสนออะไรเข้ามาได้ อย่างก่อนหน้านี้กลุ่มศิลปินก็มาเสนอให้เปิดเล่นดนตรีได้ภายในร้าน ได้ส่งข้อเรียกร้องไปยังกรมควบคุมโรคให้หาวิธี โดยกระทรวงสาธารณสุขจะต้องให้เหตุผลสนับสนุนว่าจะต้องเกิดความปลอดภัย ส่วนรายละเอียดจะต้องรอจากที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่
    "สถานบันเทิงต่างๆ เราให้คำแนะนำทุกอย่างแล้ว และสำคัญที่สุด ถ้ามองในแง่ดีว่าไม่มีการระบาดภายในประเทศต่อเนื่องเกิน 30 วัน ก็น่าจะปลอดภัยที่สุด แต่ว่าการรักษาระยะห่าง โดยเฉพาะเวลาสังสรรค์ ต้องห้ามใช้แก้วเครื่องดื่มรวมกัน และห้ามใช้มือเปล่าหยิบน้ำแข็ง หากพบกิจกรรมและกิจการไหนมีการแพร่เชื้อ จะสั่งปิดทันที" นายอนุทินกล่าว
    ถามถึงความคืบหน้าการจับคู่กับการเดินทางระหว่างประเทศที่มีความปลอดภัยจากโควิด-19 นายอนุทินกล่าวว่า เราจะต้องอยู่สักระยะหนึ่ง แต่ขั้นตอนและเงื่อนไขต่างๆ เราร่างไว้หมดแล้ว แต่เราไม่อยากจับคู่กับประเทศที่ยังมีการระบาดอยู่ แต่ถ้าตอนนี้มีความจำเป็นจะต้องเดินทางในส่วนของนักธุรกิจ ก็สามารถทำเรื่องมาเป็นกรณีได้ แต่ในส่วนของนักท่องเที่ยวต้องรอสักพัก เพราะตอนนี้โรงเรียนเราเพิ่งเปิดไป ต้องให้เกิดความมั่นใจก่อนว่ามีความปลอดภัย
    วันเดียวกัน ที่รัฐสภา นายมานะ โลหะวณิชย์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมคณะ แถลงว่า กมธ.คุ้มครองผู้บริโภคได้พิจารณาติดตามและให้ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลในการออกมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อน ลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องที่สำคัญ 3 เรื่อง 1.พิจารณาศึกษาปัญหาและมาตรการแก้ไขความเดือดร้อนของผู้บริโภคกรณีมาตรการล็อกดาวน์ประเทศป้องกันโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว ประชาชนขาดรายได้ แต่ด้านอุปโภคบริโภคขาดแคลน และมีราคาแพงขึ้น 2.พิจารณาศึกษาแนวทางการช่วยเหลือและคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคกรณีราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้บริโภคต้องซื้อน้ำมันสำเร็จรูปในราคาแพง และมีค่าครองชีพที่สูงขึ้น 3.พิจารณาศึกษาแนวทางและมาตรการทางการเงินในการช่วยเหลือและคุ้มครอง
    "เบื้องต้น กมธ.เสนอธนาคารแห่งประเทศไทยในการออกมาตรการทางการเงินเพื่อช่วยเหลือคุ้มครองผู้บริโภค โดยการปรับลดเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิต จากเดิมสูงสุดร้อยละ 18 เหลือร้อยละ 16 และดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคล จากเดิมสูงสุดร้อยละ 28 เหลือร้อยละ 25 โดยเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.63 อย่างไรก็ตาม แม้ปรับลดลงร้อยละ 2-3 นั้น ยังถือว่ามีอัตราดอกเบี้ยที่สูงมาก ไม่เหมาะสม เอาเปรียบผู้บริโภค และยังสูงกว่าที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ซึ่งเป็นกฎหมายหลักและมีสภาพบังคับเป็นการทั่วไป มาตรา 654 กำหนดไว้ว่า ห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปี จึงขอเรียกร้องไปยัง รมว.การคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย ได้กำหนดมาตรการเพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและคุ้มครองผู้บริโภค โดยให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี เพื่อเแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างยั่งยืน" นายมานะกล่าว.


คอยฟังนะครับ! กรณี "สั่งไม่ฟ้อง" วรยุทธ อยู่วิทยา หรือ "บอส เรดบูล" บัดนี้ คณะทำงานที่อัยการสูงสุดตั้งให้ตรวจสอบ "มีคำตอบ" แล้ว

บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'
"บอส-เรดบูล" เมาหลังขับ?
ยิ่งกว่าสงครามเหลือง-แดง
'ข้อมูลใหม่กับคนเหนือดวง'
'ซื้อเวลาได้-ซื้อศรัทธาไม่ได้'