เดือดปุดๆ 'เจี๊ยบ ก้าวไกล' ประท้วงวุ่น หา 'บิ๊กตู่' ข่มขู่คุกคามให้ระวังตัว!


เพิ่มเพื่อน    

3 ก.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงเวลา 20.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวชี้แจงน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กรณีมองคนเห็นต่างเป็นศัตรู ว่า ยินดีกับคำกล่าวของสมาชิก เห็นทุกคนดีใจกันใหญ่ ยกไม้ยกมือกันสุดยอด อันนี้เป็นเรื่องความเห็นของท่าน กับความเห็นของตน และความเห็นของประชาชนท่านก็บอกแล้ว ตนไม่เคยมองคนเห็นต่างเป็นศัตรู แต่มีคนบางคนมองกฏหมายเป็นศัตรูทุกกฏหมาย โดยพฤติกรรมอะไรต่างๆ ก็แล้วแต่ ตนก็ไม่ขอกล่าวอะไรต่อไป ส่วนเรื่องตอบคำถามตนไม่อยากตอบแล้ว เพราะเป็นการพูดซ้ำไปซ้ำมา ทุกคนใช้คำถามเก่าและโจมตีประเด็นเดิมๆ

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ได้ไปอ่านหนังสือจากเล่มหนึ่ง ว่าประชาชนที่สงสัยจะทำให้ประเทศแข็งแกร่งนั้นเป็นเรื่องจริง แต่ข้อสงสัยต้องมีข้อยุติ ถ้าหาข้อสรุปไม่ได้ก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนเดิม ซึ่งเราจะต้องดูว่าเราจะร่วมมือกันอย่างไร ระหว่างท่าน รัฐบาลและนักการเมือง มากกว่าจะเอาอันใดอันหนึ่งมาตัดสิน ตนทำงานร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลและ ส.ส. ซึ่งดูแลประชาชนทุกพื้นที่ แต่จะเอาของท่านดีแค่พื้นที่เดียวไม่ได้ หัวหน้ารัฐบาลต้องคิดแบบนี้ จังหวัดพร้อมก็ต้องให้งบประมาณ จังหวัดไหนไม่พร้อมก็สร้างคนก่อน อย่าเอาหลายเรื่องมาสับสน มันก็เหมือนกับล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ก็ต้องถามประชาชน 

“ผมก็ถามของผม ท่านก็ถามของท่าน ต่างคนต่างถาม แล้วเขาพอใจหรือไม่พอใจ หลายท่านเป็นคนรุ่นใหม่ ผมยอมรับว่าเขาพูดเก่ง แต่อย่ามากล่าวหาว่าผมใช้กฏหมายไปกับผู้เห็นต่าง กฏหมายก็อยู่ของกฏหมายเฉยๆ ผมก็นั่งอยู่ของผมเฉยๆ ใครผิดกฏหมาย ก็โดนลงโทษ จะให้ผมทำยังไง ให้ผมสั่งเขาได้ใช่ไหม ถ้าผมสั่งได้คงไม่เป็นแบบนี้ แต่ผมไม่ได้สั่ง ระวังตัวบ้างก็แล้วกัน กฏหมายมันมีผลบังคับใช้หมดทุกคน แม้กระทั่งผมเอง ผมก็ยอมรับกฏหมาย อย่ามาย้อนกลับไปวันก่อนนั้นอีก ว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย ให้กลับไปย้อนดู อย่าลืมอะไรที่มันทุกคนก็บอกแล้วว่าความต้องการของประชาชนไม่มีสิ้นสุด ผมเข้าใจ แต่ท่านอย่าลืมว่าความต้องการของท่าน ได้รับสนองตอบอะไรแล้วบ้างในช่วงที่ผ่านมา ได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น แล้วเราจะก้าวต่อไปอย่างไร ถ้าจะก้าวต่อไปแบบนั้น ท่านต้องหาวิธี พูดอย่างเดียวไม่ได้ ซึ่งผมพร้อมที่จะให้หน่วยงาน ปรึกษาหารือกับท่าน แต่ไม่ใช่โต้เถียง ท่านชอบเรียกท้าทายกันข้างนอก อย่างนี้เรียกว่าท้าทายกัน ถ้าเถียงกันในหลักการ เถียงกันในกฏหมาย อย่างไรก็ไม่จบ” นายกฯ กล่าว 

ด้านนางอมรัตน์ โชควินิจกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นประท้วงนายกฯว่า ที่นายกฯว่าให้ระวังตัวนั้นจะต้องระวังตัวเรื่องอะไรบ้าง เพราะจะได้ตรียมตัว 

ทำให้นายกฯ ลุกขึ้นตอบโต้ทันควันว่า จะพูดอย่างไม่เข้าใจแบบนี้ไม่ได้  ที่ตนบอกให้ระวังตัว หมายถึงระวังตัวในเรื่องของข้อกฎหมายที่อาจจะทำผิดได้ ตนก็ระวังของตน ท่านก็ต้องระวังของท่าน ความหมายของตนคือแค่นี้ ไม่ได้ไปขู่อะไร เข้าใจไหม ถ้าท่านไม่ได้ทำผิดอะไรจะกลัวอะไร 

ผู้สื่อข่าวรายงาน ทันทีที่พูดจบนายกฯได้เดินออกจากที่นั่ง ส่วน นางอมรัตน์ กล่าวตามหลังว่า หากมีคนข้างบ้านมาพูดกับดิฉันว่าให้ระวังตัวเอาไว้ ก็ตีความได้ว่าเป็นการข่มขู่  

ด้านนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสาฯคนที่ 2 ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม เบรกว่า มันจะเข้าใจผิดกันไปใหญ่ ทำให้นางอมรัตน์ สวนกลับว่า “อ๋อ ดิฉันเข้าใจผิดใช่ไหมค่ะ งั้นท่านนายกฯก็ระวังตัวไว้ด้วยก็แล้วกัน” นายศุภชัย ตอบโต้ว่า “อ๋อ งั้นก็แปลว่าต่างฝ่ายต่างบอกให้ระวังตัวก็ถือว่าจบแล้วนะ”

 ขณะที่นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นประท้วงประธานที่ประชุมว่า ขอให้ประธานควบคุมการประชุมให้เป็นไปได้ด้วยดี นายกฯ พูดพาดพิงและหันมาทางพวกตนหลายครั้ง พวกตนก็คนธรรมดา โดนขู่มากๆ ก็ตกใจ ขอให้ประธานควบคุมการพูดของนายกฯด้วย 

ทำให้นายศุภชัย ชี้แจงว่า ตนฟังอยู่ นายกฯพูดว่าให้ระมัดระวัง ใครก็ตามที่ทำผิดกฎหมาย ตนไม่ได้ปกป้องนายกฯ แต่ไม่อยากให้เข้าใจผิดซึ่งกันแล้วกัน 

นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ลุกขึ้นเตือนสมาชิกว่า วันนี้อภิปรายเป็นวันที่ 3 แล้ว อะไรเล็กๆ น้อยๆ ก็ไม่อยากให้ผิดใจกัน ทั้งนี้ขณะนี้เวลาในส่วนของครม.และพรรคร่วมรัฐบาลเหลืออีก 1 ชั่วโมง 50 นาที หักที่นายกฯได้อภิปรายไปแล้วด้วย ขณะที่ฝ่ายค้านเหลือเวลา 1 ชั่วโมง 17 นาที ยังไม่ได้หักที่มีการประท้วง

ทำให้นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล  ลุกขึ้นประท้วงการทำหน้าที่ของประธานที่ประชุม ที่ปล่อยให้นายกฯกดไมค์แล้วพูดเลย เราจะประชุมกันแบบนี้หรือ ต่อไปนี้ใครก็ตาม อยากพูดอะไรก็กดไมค์แล้วพูด โดยที่ประธานไม่ตำหนิกติกาแบบใดพวกเราต้องเคารพ แต่อยู่ๆนายกฯกลับกดจไมค์แล้วพูดถือว่าไม่เคารพกติกา ไม่เคารพข้อบังคับสภา ทั้งที่ประธานมีหน้าที่จัดการประชุมให้เกิดความเรียบร้อย ควรเรียกนายกฯมาตำหนิว่าทำแบบนั้นไม่ได้ นี่คือหน้าที่ของประธาน 

นายศุภชัย ชี้แจงว่า ความจริงตนติงนายกฯไปแล้ว  ถ้าตั้งใจฟังตอนที่นายกฯพูดสวนขึ้นมา ตนก็ติงไปแล้ว แต่ตอนนั้นนางอมรัตน์ ยังอภิปรายต่อ จึงปล่อยให้เขาอภิปราย ซึ่งความเป็นจริงได้พยายามยืดหยุ่นกับทุกฝ่าย ขอบคุณนายรังสิมันต์ และตนจะทำหน้าที่ให้เข้มแข็งกว่านี้ และถ้าเข้มแข็งก็อย่าโวยวาย 

จากนั้นนายศุภชัย ได้ตัดบท และเข้าสู่การอภิปรายต่อไป
 


เฮ้อ..... ปลงสังขารตัวเองน่ะครับ! เห็น "เด็กส้ม" ในเข่งธนาธรกับ "เด็กแดง" ในเข่งทักษิณ หลอมเป็น "ม็อบล้มเจ้า" เกิดผลิตภัณฑ์ "รุ่นใหม่ ๓ นิ้ว"

ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก
'นิมิตเมืองจากชาวเมือง'
"ฟางเส้นสุดท้ายของรัฐบาล"
'ปฐมสถาปนาล้มเจ้า'
'เผาหลอก-เผาจริง' ร่าง รธน.