ค้านทุกอย่าง...ง้างทุกเรื่อง


เพิ่มเพื่อน    

 ฝ่ายค้านยุคนี้ไม่เหมือนฝ่ายค้าน แต่เหมือนฝ่ายแค้นที่พยายามจะถล่มรัฐบาลให้พ้นจากอำนาจด้วยความหวังว่าพวกของตนจะได้เข้ามาเป็นรัฐบาลแทน การทำงานของพวกเขาจึงไม่มีคุณภาพ เพราะบทบาทของพวกเขาก็คือ “ค้านทุกอย่าง...ง้างทุกเรื่อง” อะไรที่รัฐบาลทำจะต้องเป็นเรื่องไม่ดีไปทั้งหมด จึงตั้งหน้าตั้งตา แซะ แขวะ ด่าอย่างไม่มีเหตุผล และหลายครั้งก็ตรงกันข้ามกับความจริงเชิงประจักษ์ อย่างเรื่องการต่อสู้กับโรคระบาดไวรัสโควิด-19 ที่รัฐบาลทำได้ดี จนการติดเชื้อภายในประเทศเป็นศูนย์ยาวนานกว่า 30 วัน และสามารถเข้าสู่ขั้นตอนของการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ซบเซาไปในช่วงของโรคระบาดได้ทุกขั้นตอนแล้ว ตั้งแต่ธุรกิจสีขาว มาเป็นสีเขียว แล้วก็สีเหลือง จนถึงสีแดง ในช่วงตอนต้นที่รัฐบาลนี้ตั้งหลักได้ พวกเขาก็ทำงานเหมือนคนเมาหมัดความพ่ายแพ้ และเวลานี้พวกเขาทำงานเหมือนคนที่หลังชนฝา ต้องหาทางเอาชนะให้ได้ ทำให้วาทกรรมต่างๆ ที่พวกเขาสร้างขึ้นมาไม่น่าเชื่อถือ และทำให้ประชาชนมองว่าพวกเขาเป็นฝ่ายค้านที่ไม่มีคุณภาพ

รัฐบาลไม่ต้องการให้คนติดโรคจึงขอร้องห้ามชุมนุม ห้ามจัดกิจกรรมที่ทำให้มีคนไปรวมกันเยอะๆ พวกเขาก็จะด่าหาว่ารัฐบาลกลัวม็อบ รัฐบาลปิดกั้นการแสดงออกของฝ่ายค้าน รัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็หาว่ารัฐบาลต้องการหนีม็อบ รัฐบาลกำลังทำงานด้านสาธารณสุข พวกเขาก็โยงเอาไปเป็นเรื่องการเมือง ประชาชนที่เชื่อฟังรัฐบาล อยู่ห่างกันตามหลักการ Social Distancing แต่ฝ่ายค้านแทนที่จะมี Political Distancing คือไม่เอาการเมืองมาพัวพันกับการทำงานด้านสาธารณสุขเพื่อสุขภาพ พวกเขากลับอดรนทนไม่ได้ ไม่ว่ารัฐบาลจะทำอะไรเพื่อใครที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมือง ฝ่ายค้านก็จะโยงให้เป็นการเมืองไปทุกเรื่อง จนทำให้ประชาชนมองว่าฝ่ายค้านไม่รู้จักกาลเทศะ แทนที่จะเปิดโอกาสให้รัฐบาลได้ทำงานด้านสาธารณสุขเพื่อสุขภาพของประชาชน กลับหาเรื่องด่ารัฐบาล ทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาล หวังจะให้ประชาชนชิงชังและไม่พอใจการทำงานของรัฐบาล เป็นการเล่นการเมืองแบบไม่รู้จักคิดว่าอะไรควร อะไรไม่ควร

รัฐบาลขอร้องให้กักตัวอยู่บ้าน สำหรับคนเสี่ยง ก็ด่าว่าเป็นการลิดรอนเสรีภาพ รัฐบาลประกาศให้คนมีอาการหรือมีความเสี่ยงตรวจฟรี แต่คนที่ไม่มีอาการแต่มีความวิตก ถ้าหากต้องการจะตรวจจะต้องเสียค่าใช้จ่าย เพื่อไม่ให้ประชาชนแห่กันไปตรวจจนเครื่องมือและยาไม่เพียงพอ ก็ด่าอีกว่าคิดค่าตรวจแพง ไม่รู้ว่าไม่เข้าใจเจตนาของรัฐบาลในการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ หรือแกล้งไม่เข้าใจเพื่อจะด่าเท่านั้น รัฐขอร้องว่าอย่าปล่อยข่าวปลอมให้ประชาชนเกิดอาการวิตก และการให้ข่าวปลอมดังกล่าวเป็นการทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ก็หาว่ารัฐบาลลิดรอนเสรีภาพในการแสดงออก รัฐบาลประกาศมาตรการต่างๆ ออกมาตามคำแนะนำของบรรดาหมอผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลาย ก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นมาตรการที่ไม่ดี นึกว่าพวกเขากำลังเถียงกับนายกรัฐมนตรี แท้ที่จริงพวกเขากำลังเถียงกับหมอผู้ทรงคุณวุฒิ

ที่ผ่านมาตอนที่รัฐบาลยังไม่สั่งปิดอะไรเลยก็ออกมาบอกว่าสมควรปิดให้หมดจะได้จัดการกับโรคระบาดให้จบได้ในม้วนเดียว พอรัฐบาลประกาศปิดบางธุรกิจก็ออกมาบอกว่าประชาชนกำลังจะอดตาย ไม่มีจะกิน พอรัฐบาลแจกเงินคนที่ได้รับผลกระทบจากโควิดก็ออกมาบอกว่าทำไมไม่แจกให้หมดทุกคนโดยไม่ต้องมีการลงทะเบียน พอรัฐบาลไม่ให้หยุดสงกรานต์เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อไวรัสกระจายไปทั่วประเทศก็ออกมาว่าเป็นการทำลายประเพณีของการไปเยี่ยมญาติในวันสงกรานต์ พอให้ไปเยี่ยมญาติได้แต่ต้องกักตัว 14 วันก็ออกมาตำหนิสถานที่กักกัน โดยไม่ได้ดูเลยว่ารัฐบาลจัดการสถานที่กักกันได้ดีเพียงใด ทั้งเรื่องที่อยู่ ที่กิน และการดูแลของเจ้าหน้าที่ มีคนติดเชื้อน้อยเพราะหมอและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเก่งก็หาว่าตรวจน้อย มีคนตายน้อยก็หาว่าปิดบังตัวเลข ในสายตาของฝ่ายค้าน รัฐบาลนี้ห่วยแตก เฮงซวย ผลงานเละเทะ เป็นการมองสวนกับตัวเลขของโพลที่คะแนนนิยมนายกรัฐมนตรีเพิ่มขึ้น น่าเวทนาจริงๆ.

 

 


"บ้านเมืองไทย" ก็เหมือนตะกร้าตอนไปจ่ายตลาด ไม่ได้มีของที่ต้องกิน-ต้องซื้อยัดลงตะกร้าอย่างเดียว ฉะนั้น...... อย่าไปจดจ่ออยู่กับเรื่องใด-เรื่องหนึ่งโดยเฉพาะจนจับเจ่า ชีวิตจะเฉาเปล่าๆ

"กระมิด-กระเมี้ยนอยู่ทำไม"?
'๒๕๖๓ คณาจารย์ร่านเมือง'
ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส