แจงดรามาผบ.ทบ.สหรัฐ เข้าเงิ่อนไขไมกั่กตัว14วัน


เพิ่มเพื่อน    

 

ศบค.พบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่้ม 5 ราย ทั้งหมดอยู่ในสถานกักกันที่รัฐจัดให้ ส่วนในประเทศไม่พบผู้ป่วยต่อเนื่องเป็นวันที่ 39 ยังรักษาตัวอยู่ 61 ราย ขณะที่เลขาฯ สภาความมั่นคงฯ เผย  ผบ.ทบ.สหรัฐและคณะที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 9-10 ก.ค. ไม่ต้องกักตัว 14 วัน แต่ก็ต้องปฏิบัติตามมาตรการ 6 ข้อของ ศบค.อย่างเคร่งครัด ซึ่งทุกคนยินดีและพร้อมปฏิบัติตาม
    ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)? เปิดเผยสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ว่าวันนี้พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 5 ราย โดยเป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าสู่สถานกักกันที่รัฐจัดให้ โดยมาจากประเทศซูดาน 3 ราย, คูเวต 1 ราย และสหราชอาณาจักร 1 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสมอยู่ที่ 3,185 ราย โดยไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อภายในประเทศเป็นเวลา 39 วัน จำนวนผู้ติดเชื้อที่พบในประเทศสะสมอยู่ที่ 2,444 ราย และพบผู้ติดเชื้อในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 248 ราย โดยไม่มีผู้ป่วยหายเพิ่ม ยอดผู้ป่วยรักษาหายแล้วสะสมยังคงที่ 3,066 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 61 ราย และไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่  58 ราย
    สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลก ในช่วง 24 ชม. มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 206,883 ราย ผู้ป่วยทั่วโลกสะสมอยู่ที่ 11,191,681 ราย เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 5,088 ราย เสียชีวิตสะสม 529,127 ราย โดยผู้ติดเชื้อมากที่สุดอันดับ 1 ของโลก ยังคงเป็นสหรัฐอเมริกา มีผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ ราย 2,890,588 ราย เพิ่มขึ้น 53,399 ราย เสียชีวิตสะสม 132,101 ราย เพิ่มขึ้น 616 ราย รองลงมาคือบราซิล มีผู้ป่วยสะสม 1,543,341 ราย เพิ่มขึ้น 41,988 ราย เสียชีวิตสะสม 63,254 ราย เพิ่มขึ้น 1,264 ราย สำหรับประเทศในทวีปเอเชียมากที่สุดคือ อินเดีย ผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 649,889 ราย เพิ่มขึ้น 22,721 ราย เสียชีวิตสะสม 18,669 ราย เพิ่มขึ้น 444  ราย ส่วนประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 97 ของจำนวนผู้ป่วยอันดับโลก ส่วนผู้ป่วยที่หายแล้วทั่วโลกสะสม 6,330,671 ราย เพิ่มขึ้น 189,913 ราย
    ด้าน พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้กำชับฝ่ายความมั่นคง ทั้งฝ่ายปกครอง ทหารและตำรวจ ร่วมกันดูแลความมั่นคงปลอดภัยของสังคม ควบคู่ไปกับการกำกับควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 ตามมาตรการทางสาธารณสุขที่กำหนด ตลอดช่วงวันหยุดยาวต่อเนื่องเดือน ก.ค.ที่มีขึ้น โดยย้ำให้คงเข้มงานข่าวกับกลุ่มเสี่ยง เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพติด อาวุธสงครามและกลุ่มแนวคิดใช้ความรุนแรงที่แฝงตัวในพื้นที่ โดยให้เฝ้าระวังและดำรงความพร้อมของแผนและการปฏิบัติร่วมกันในระดับพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะระดับจังหวัดและอำเภอ เพื่อให้พร้อมรับมือกับปัญหาที่อาจมีขึ้นในพื้นที่อย่างทันท่วงที
    พล.อ.ประวิตรได้ย้ำให้ฝ่ายความมั่นคงประสานกับกระทรวงคมนาคมและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันอำนวยความสะดวกการจราจรและดูแลความปลอดภัยการเดินทางของประชาชนจำนวนมากในช่วงวันหยุดยาวให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนนที่กำหนด โดยให้ความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์ข้อมูลจราจร เพื่อลดความคับคั่งของการจราจรในเส้นทางต่างๆ การบังคับใช้กฎหมายเข้มกับกลุ่มเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ เช่น ขับรถเร็ว เมาขับ และการฝ่าฝืนข้อบังคับจราจร ควบคู่ไปกับการประชาสัมพันธ์ปลูกฝังวินัยจราจร ทั้งนี้ ได้กำชับให้เพิ่มการเฝ้าระวัง รวมทั้งมีมาตรการป้องกันและแก้ปัญหากับพื้นที่ล่อแหลมหรือจุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุจากข้อมูลสถิติที่มีต่อเนื่องกันมา โดยขอให้ฝ่ายปกครองระดับท้องถิ่นมีส่วนร่วมทำงานกับจิตอาสาในพื้นที่ใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อร่วมกันลดการสูญเสียและความเสียหายที่เกิดขึ้นในภาพรวม
    พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กล่าวถึงกรณี พล.อ.เจมส์ แมคคอลวิลล์ ผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐ และคณะ ที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 9-10 ก.ค. ในฐานะแขกของกองทัพบก ว่าขอให้ประชาชนคลายความกังวล ซึ่งผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐและคณะได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าราชอาณาจักรตามข้อตกลงพิเศษ หรือ Special Arrangement ในฐานะแขกทางการ ที่เข้าเงื่อนไขไม่ต้องกักตัว 14 วัน แต่ก็ต้องปฏิบัติตามมาตรการ 6 ข้อของ ศบค.อย่างเคร่งครัด ซึ่งทุกคนยินดีและพร้อมปฏิบัติตาม
    เลขาฯ สมช.กล่าวอีกว่า คณะของผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐ จะเดินทางโดยเครื่องบินส่วนตัวมาจากประเทศสิงคโปร์ ไม่ได้เดินทางตรงมาจากสหรัฐ เป็นคณะเล็กที่มีผู้ร่วมเดินทางไม่เกิน 10 คน ใช้เวลาอยู่ในประเทศไทยเพียง 2 วัน คือ เดินทางมาถึงวันที่ 9 ก.ค. และกลับในวันที่ 10 ก.ค. โดยจะตรวจเชื้อจากประเทศต้นทางและตรวจซ้ำเมื่อเดินทางถึงไทย มีเจ้าหน้าที่ของไทยติดตามใกล้ชิดและเดินทางตามเส้นทางที่กำหนดไว้เท่านั้น
    นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า เนื่องจากรัฐบาลไทยยังคงที่จะคงใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และออกข้อกำหนดเกี่ยวกับการกักตัวผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศจะต้องถูกกักตัว 14 วันอย่างไม่เลือกปฏิบัติ จนสามารถควบคุมปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิผล แต่การที่ ศบค.ได้มีคำสั่งอนุญาตให้นักธุรกิจต่างชาติ และแขกต่างประเทศของหน่วยราชการที่มาไม่เกิน 14 วัน ไม่ต้องกักตัว แต่ให้อยู่ในพื้นที่ที่กำหนดตามกำหนดการ และปฏิบัติตามมาตรการที่รัฐกำหนดนั้น เป็นการเลี่ยงบาลี เลือกปฏิบัติ และเอื้อประโยชน์ให้กับ ผบ.ทบ.ของสหรัฐอเมริกาเป็นการเฉพาะหรือไม่ ขอถาม ศบค.ดังๆ ว่านักธุรกิจต่างชาติและแขกต่างประเทศของหน่วยราชการเหล่านี้ เป็นอภิสิทธิ์ชนที่เชื้อโควิด-19 ไม่กล้าแตะต้องหรือแฝงเชื้ออยู่ในตัวได้กระนั้นหรือ?
         ซึ่งข่าวที่เผยแพร่ออกมาว่า ผบ.ทบ.สหรัฐยินยอมที่จะทำตามมาตรการ และปฏิบัติตามระเบียบของทางการไทยทุกมาตรการทุกอย่าง โดยไม่มีข้อแม้ด้วยความเต็มใจ ตามที่โฆษณาชวนเชื่อดังกล่าวแล้วไซร้ เหตุใด ศบค.จึงต้องออกมาตรการเพื่อเอื้อประโยชน์ดังกล่าว ทั้งๆ ที่ประเทศไทยไม่ได้เป็นเมืองขึ้นของประเทศใด หรืออยู่ภายใต้อิทธิพลของนักธุรกิจใด หรือว่าไม่ใช่
         ทั้งนี้ หากเรื่องดังกล่าวถูกปล่อยผ่านเลยไป จะเป็นการชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลและ ศบค.จงใจที่จะใช้อำนาจภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อย่างเลือกปฏิบัติ ซึ่งเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า เหตุใดจึงมีประชาชนและกลุ่มการเมืองจำนวนหนึ่ง จึงออกมาเคลื่อนไหวให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะชี้ให้เห็นว่าแม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยจะทุเลาและไม่มีแล้ว แต่ ศบค.ยังยกแม่น้ำทั้ง 5 มากล่าวอ้างความจำเป็นที่ยังต้องคง พ.ร.ก.อยู่นั้น เนื่องจากอาจมีผลประโยชน์แอบแฝงอยู่มากมาย โดยเฉพาะการใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการฝ่ายตรงข้าม ดังนั้น การที่ ศบค.มีคำสั่งอนุญาตให้นักธุรกิจต่างชาติและแขกต่างประเทศของหน่วยราชการที่มาไม่เกิน 14 วัน ไม่ต้องกักตัว จึงเป็นคำตอบที่ทำให้คนไทยจำนวนหนึ่งได้ตาสว่างมากขึ้น ยกเว้นรัฐบาลจะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินก่อนที่ ผบ.ทบ.สหรัฐจะมาไทยเท่านั้น.

 


คอยฟังนะครับ! กรณี "สั่งไม่ฟ้อง" วรยุทธ อยู่วิทยา หรือ "บอส เรดบูล" บัดนี้ คณะทำงานที่อัยการสูงสุดตั้งให้ตรวจสอบ "มีคำตอบ" แล้ว

บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'
"บอส-เรดบูล" เมาหลังขับ?
ยิ่งกว่าสงครามเหลือง-แดง
'ข้อมูลใหม่กับคนเหนือดวง'
'ซื้อเวลาได้-ซื้อศรัทธาไม่ได้'