ทักทายกันวันละนิด พลังส่งเสริมสุขภาวะ


เพิ่มเพื่อน    


    บางครั้งการที่เราทำความรู้จักและทักทายกับคนที่อยู่รอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นคนแปลกหน้าหรือเพื่อนบ้าน ก็จะทำให้เรามีสุขภาพจิตที่ดีได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องทำความรู้จักอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ทั้งนี้การสื่อสารผ่านการทักทายเพียงเล็กน้อย หรือแม้แต่การแสดงความห่วงใยกันและกันของเพื่อนบ้าน ย่อมก่อให้เกิดความความรัก ความเห็นใจ หรือแม้แต่การที่คุณสามารถปรับปรุงตัวเองให้ดียิ่งขึ้นได้เช่นกัน
    จากการศึกษาล่าสุดพบว่า การที่เรามีความรักมักจะทำให้เรามีสุขภาพที่ดีอันเนื่องจากความสุข และการได้แสดงออกถึงความรัก แต่ทั้งนี้การที่คุณมีความรักก็ไม่จำเป็นต้องโรแมนติกเสมอไป 
    งานนี้นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียพบว่า “การแสดงออกทางสีหน้าและท่าทางเพียงเล็กน้อยจากคนที่ไม่รู้จักหรือคนแปลกหน้า หรือแม้แต่เพื่อนร่วมงาน กระทั่งเพื่อนของคุณ จะช่วยให้คุณมีพลังในการทำงานมากขึ้น โดยเฉพาะท่าทางการทักทายเล็กน้อยว่าคุณรู้สึกสบายดีหรือไม่ พร้อมๆ กับการล้วงกระเป๋ากางเกง นั่นจะทำให้คุณรู้สึกรักกับท่าทางการแสดงออกดังกล่าว
    เพราะพวกเขาไม่ได้คาดหวังเกี่ยวกับสถานที่และเวลา โดยเฉพาะการทักทายที่มาจากคนอื่น ซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาพมากกว่าการแสดงความรักจากใครคนใดคนหนึ่ง 
    ผศ.ซิตา โอราวีสซ์  ที่เชี่ยวชาญด้านการพัฒนามนุษย์จากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย (Penn Medicine) เผยว่า “มนุษย์มักใช้วิธีที่กว้างมากในการมองหาความรัก และทุกวันนี้คนมักจะรู้สึกว่าความรักเป็นเรื่องที่กว้าง มากกว่าที่จะมองว่าความรักเป็นเรื่องของความโรแมนติก อีกทั้งสิ่งที่เกิดขึ้นดังกล่าวถือได้ว่าเป็นสิ่งเล็กๆ ในช่วงเวลาเล็กๆ เมื่อคุณเจอกับใครบางคน เช่น การที่คุณกำลังพูดคุยกับเพื่อนบ้าน อีกทั้งพวกเขาก็ได้แสดงความห่วงใยต่อความเป็นอยู่ที่ดีของคุณ ซึ่งคุณก็จะรับรู้ถึงมิตรภาพดังกล่าว และสัมผัสถึงความรู้สึกรักและปรารถนาดีต่อเพื่อนบ้านหรือคนรอบข้าง ซึ่งนั่นจะทำให้คุณรู้สึกว่าจะต้องปรับปรุงตัวเองให้ดียิ่งขึ้น”
    ทั้งนี้การศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารบุคลิกภาพและความแตกต่างระหว่างบุคคล ระบุว่า นักวิจัยได้ทำการสำรวจ 2 ครั้ง เพื่อประเมินว่าอารมณ์ของผู้คนมักจะรู้สึกผันผวนอยู่ตลอดทั้งวันนั้นเกิดจากอะไรกันแน่
    ซึ่งตอนแรกพวกเขาทำงานกับกลุ่มคนอายุ 52 ปี เป็นเวลา 1 เดือน จากนั้นก็ได้ลงไปสำรวจในกลุ่มของนักศึกษาระดับปริญญาตรีอีกจำนวน 160 คน เป็นเวลา 8 สัปดาห์ โดยนักวิจัยได้ส่งข้อความพร้อมคำถามในการสำรวจอีก 6 ครั้งต่อวัน โดยสุ่มช่วงเวลาในแต่ละวันเพื่อหาคำตอบจากผู้เข้าร่วมงานวิจัย
    อีกทั้งเมื่อพวกเขาถามถึงความสำเร็จในช่วงเวลาที่น่าจดจำ ผู้วิจัยจะสอบถามเกี่ยวกับอารมณ์ของคุณ ว่าขณะนั้นคุณรู้สึกตกหลุมรักมากแค่ไหน พร้อมกับให้ผู้ตอบคำถามดูภาพประกอบด้วย เพื่อให้เลือกระหว่างคำว่า “ไม่เลย” กับ “สุดขีดมากๆ” 
    โดยทั่วไปแล้วความรู้สึกตกหลุมรักของผู้เข้าร่วมการวิจัยนั้น ส่วนใหญ่จะเริ่มเพิ่มมากขึ้นเมื่อเวลาได้ผ่านไป อีกทั้งผู้เข้าร่วมการวิจัยก็ได้ให้ข้อมูลว่า การที่เรารู้สึกตกหลุมรักมากขึ้น นั่นมาจากการที่พวกเขาได้เห็นหรือสัมผัสกับท่าทาง กระทั่งอากัปกิริยาต่างๆ ของคนที่อยู่รอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ที่ทำให้เรารู้สึกโรแมนติกหรือไม่ก็ตาม 
    จากข้อมูลข้างต้นชี้ให้เห็นว่า การตอบโต้หรือการสนทนา และการสื่อสารกันทุกวัน บางครั้งสิ่งเล็กน้อยเหล่านี้จะก่อให้เกิดผลต่อความรัก หรือทำให้คนรู้สึกรัก แม้ว่าทีมวิจัยจะไม่สามารถฟันธงได้ว่าท่าทางที่แสดงออกถึงความใส่ใจต่อคนรอบข้างนั้นจะทำให้ผู้คนตกหลุมรักกันได้ทุกคน แต่การแสดงความห่วงใยใส่กันวันละน้อยจะก่อให้เกิดความรักในที่สุด” 
    สำหรับการค้นพบนี้ถือเป็นเครื่องมือหนึ่งที่สำคัญ ซึ่งใช้ในการดูแลสุขภาพจิตใจของผู้คน โดยการส่งแบบคำถามเกี่ยวกับความรู้สึกต่อความรักและความสัมพันธ์ระหว่างคนทั่วไปที่ต้องพบปะเจอกันในแต่ละวัน”
    ทั้งนี้ข้อมูลวิจัยข้างต้นยังสะท้อนให้เห็นว่า ขณะที่เรามีสติ และเรานั้นถูกกระตุ้นให้สนใจในบางสิ่งบางอย่างที่เป็นเรื่องบวก ก็จะทำให้พวกเขารู้สึกดี หรือเกิดพลังบวกในการใช้ชีวิตเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง
    ในทำนองเดียวกัน เพียงเราให้ความสนใจกับสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวกับความรัก ซึ่งสัมผัสเข้ามาในชีวิตประจำวันของเรา ตรงนี้จะทำให้ผู้คนรู้สึกบวกหรือมองโลกในแง่บวกเกี่ยวกับความรักที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของเรา และที่สำคัญผลวิจัยยังบอกอีกว่า การที่เราสร้างความตระหนักให้กับผู้คนเกิดความรักจากสิ่งเล็กๆ ที่พบได้ในชีวิตประจำวัน นั่นจะทำให้ความรักยืนยาวมากขึ้นจากการที่เรามองโลกให้กว้างขึ้น.


ตอนนี้...... ต่างชาติแก๊ง "จักรวรรดินิยมอำนาจตะวันตก" โผล่หางบ่อยขึ้น หมายถึงอะไร? ก็หมายถึง "ม็อบ ๓ นิ้ว" กำลังถึงทางตัน ยิ่งถูกฝ่ายบ้านเมืองใช้แผน "น้ำร้อนปลาเป็น-น้ำเย็นปลาตาย"

ก็มันยาว "ก่อนจะเป็นศพ"
'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก
'นิมิตเมืองจากชาวเมือง'