กวาด 'เลือกตั้งท้องถิ่น' โจทย์ไม่ง่ายคณะก้าวหน้า


เพิ่มเพื่อน    

    เป็นที่น่าแปลกใจไม่น้อยเหมือนกัน สำหรับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในแคมเปญการเลือกตั้งท้องถิ่นของ "คณะก้าวหน้า" ที่นำโดย "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" แกนนำคนดัง เพราะดูเหมือนว่าสถานการณ์ประเทศตอนนี้ยังไม่เหมาะกับการเปิดแคมเปญเลือกตั้งท้องถิ่นในช่วงนี้เลย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสถานการณ์โควิด-19 ยังคงตรึงสรรพกำลังหลักของรัฐบาลให้จดจ่ออยู่กับไวรัสร้ายชนิดนี้ แบบที่ว่า แทบจะไม่ได้ละสายตาไปทำอย่างอื่น แน่นอนว่ารวมไปถึงการประกาศความชัดเจนเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่นด้วยเช่นกัน
    แต่ในฐานะกลุ่มการเมืองรุ่นใหม่ ที่มีการวางยุทธศาสตร์แต่ละก้าวเป็นอย่างดี แต่ดูเหมือนว่าการรีบเปิดตัวเรื่องดังกล่าวในช่วงนี้ดูอาจจะยังไม่ใช่เวลาที่ “ดีที่สุด” หากต้องการให้เรื่องดังกล่าวเป็นจุดสนใจที่แท้จริงของประชาชน แต่จะด้วยเหตุผลกลใดคงมีแต่ทางคณะก้าวหน้าเท่านั้นที่ตอบได้สำหรับการเลือกช่วงเวลานี้ในการจุดพลุ
    ซึ่งภายหลังจากที่พรรคอนาคตใหม่หมดอนาคตทางการเมือง พวกเขาปรับยุทธศาสตร์ชัดเจนว่า ทั้ง 2 ขา กล่าวคือ “คณะก้าวหน้า” และ “พรรคก้าวไกล” จะแยกกันเดินบนสนามการเมือง โดยพรรคก้าวไกลจะเป็นฝากที่ทำงานในสภา ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่คณะก้าวหน้าจะทำงานรณรงค์ปักธงทางความคิด เช่น แก้รัฐธรรมนูญ ทลายทุนผูกขาด ยุติรัฐราชการรวมศูนย์ เป็นต้น เช่นเดียวกับงานการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยหวังจะส่งผู้สมัครให้ได้มากกว่าครึ่งของ อปท.ทั่วประเทศที่มีเกือบ 8,000 แห่ง ตามแผน “แยกกันเดิน ร่วมกันตี“
    โดยเมื่อวันเสาร์ที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทางคณะก้าวหน้าได้มีการจัดอบรมว่าที่ผู้สมัครนายกฯ อบจ.ที่พวกเขาตั้งใจจะส่งทั้งหมด 18 จังหวัดทั่วประเทศ ที่ฐานบัญชาการไทยซัมมิท ถนนเพชรบุรี อย่างไรก็ตาม นอกจากเรื่องไทมิ่งในการเปิดตัวที่ทำเอาแฟนานุแฟนหลายคนงงกันแล้ว
    อีกประเด็นที่หลายคนอาจจะลืมไปแล้วคือ ประเด็น “ดราม่า” เรื่องการคัดเลือกตัวผู้สมัคร ที่ก่อนหน้านี้มีข้อครหาว่า พิธีกรรมการเลือกตัวแทนโดยสมาชิกพรรคในพื้นที่ เป็นเพียงแค่ “ปาหี่” ต้มคนดู ให้ดูเหมือนว่ามีประชาธิปไตยเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วกลับมีการวางตัวผู้สมัครไว้แล้ว โดยเฉพาะ จ.นนทบุรี ที่เกือบจะกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต เช่นเดียวกับ จ.จันทบุรี ที่มีการออกมาโพสต์ข้อมูลแฉในลักษณะว่ามีการ “ล็อก” ตัวผู้สมัครไว้อยู่แล้ว ยังไม่รวม จ.อื่นๆ ที่มีความขัดแย้งอีกเช่นกัน เพียงแต่เรื่องไม่ปูดออกมา
    ขณะที่หัวใจสำคัญของนโยบายของพวกเขาคือ เรื่องการกระจายอำนาจ และการสนับสนุนให้ท้องถิ่นจัดสรรงบประมาณของพวกเขาด้วยตัวเอง ซึ่งไม่ใช่เรื่องความแปลกใหม่ในแง่ของนโยบาย เพราะว่ามีหลายพรรคการเมืองที่ต้องการผลักดันแนวคิดดังกล่าวเช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่แตกต่างคือ วิธีการทำงานในระดับพื้นที่ ที่พวกเขายังคงยืนยันว่า ไม่ใช้เงินซื้อเสียง ไม่ใช้อิทธิพล โดยมีอาวุธคือการรณรงค์ทางความคิด อย่างที่พวกเขาเคยเขย่าสนามเลือกตั้งใหญ่มาแล้วด้วยผลงานกว่า 6.3 ล้านคะแนนการันตี
    อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่า ระหว่างการเลือกตั้งระดับชาติ และการเลือกตั้งท้องถิ่น มีความแตกต่างกันในส่วนของรายละเอียดอยู่ไม่น้อย ทั้งเรื่องตัวผู้สมัครเอง การตื่นตัวของคนในสังคม หรือรูปแบบการทำงานของบรรดาทีม อบจ.ทั้งหลาย ที่เรียกได้ว่าต่างกับการทำงานของ ส.ส.แบบคนละโลก อย่างไรก็ตาม จากที่ได้มีการเปิดตัวผู้สมัครบางส่วนไปแล้วนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่า คณะก้าวหน้าเองทำการบ้านเกี่ยวกับเรื่องคุณสมบัติของตัวผู้สมัครชิงชัยในการเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นอย่างดี โดยทีมท้องถิ่นของพวกเขานั้น ส่วนใหญ่ก็หาใช่ปุถุชน คนทั่วไป อย่างที่หลายคนคิด บางคนอาจจะมีนามสกุลที่คุ้นหูคนในพื้นที่ และมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับนักการเมืองพรรษาสูง บ้างอาจจะเป็นตระกูลนักธุรกิจ ที่แม้อาจจะไม่เป็นที่รู้จักในแวดวงการเมือง แต่ก็เป็นนักธุรกิจที่ชาวบ้านในพื้นที่คุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี พวกเขาเหล่านี้จึงไม่ใช่ “คนธรรมดา” ตามคำโฆษณาของคณะก้าวหน้า
    แต่ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดที่พวกเขาอาจจะเจอในการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้คือ เรื่องการตื่นตัวของผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ทุกคนรู้ดีว่าฐานเสียงสำคัญของพวกเขามาจากบรรดา “คนรุ่นใหม่” โดยเฉพาะกลุ่ม “ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรก” ขณะเดียวกัน การที่ประเทศไทยไม่ได้มีการเลือกตั้งมานานกว่า 7 ปี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทำให้กระแสการเลือกตั้งใหญ่ครั้งล่าสุดจะบูมแบบสุด แต่แน่นอนว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะเกิดขึ้นนั้นมีความแตกต่างกันออกไป โอกาสพลิกล็อกมียากกว่า และบัลลังก์แทบจะทุกพื้นที่เป็นของตระกูลเก่าแก่แทบจะทั้งหมด โจทย์เหล่านี้จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ธนาธรและผองเพื่อน จะสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้ง
    และประเด็นสำคัญข้อสุดท้าย คือเรื่อง “ผลงานอันเป็นที่ประจักษ์” ตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นแล้วว่า แทบทุกพื้นที่มี “เจ้าเก่า” จับจองไว้หมดแล้ว และบรรดาเจ้าเก่าทั้งหลายไม่ได้เพียงแค่จับจองเท่านั้น แต่ยังคงมีผลงานที่เป็นรูปธรรมฝากไว้ให้กับประชาชนในพื้นที่อีกด้วย จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะอาศัย “การขยายนโยบาย” เพื่อดูดคะแนนเสียง อย่างไรก็ตาม แม้การเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้อาจจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่คณะก้าวหน้าเองก็ไม่ได้เสียอะไร เพราะถือว่าได้ทำพื้นที่ไปในตัวเพื่อรองรับการเลือกตั้งใหญ่ และการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งต่อไป
    เว้นเสียแต่ว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะมาถึงนี้ พวกเขาสามารถทำเซอร์ไพรส์แบบที่เคยทำได้อีกครั้ง และหากเป็นแบบนั้นจริง แน่นอนว่า จะสั่นสะเทือนไปถึงการเมืองระดับชาติโดยตรงอย่างแน่นอน.  

 

 

 

 


ต้องบอกว่า........ "เวทีล้มเจ้า" ที่ "ธรรมศาสตร์" คืนวาน "จัดหนัก-จัดเต็ม" ฮือฮากันไม่จบจนถึงตอนนี้ ถือว่า "จุดติด" แล้วใช่มั้ย?

สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ