‘สันติ-นฤมล’ อดีต 2 ดาวรุ่ง ‘สมคิด’ ชีวิตการเมืองที่กลายเป็นเส้นขนาน


เพิ่มเพื่อน    

           2 โพสต์แรงๆ ของ นายสันติ กีระนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ที่เพิ่งพ้นจากตำแหน่งไปเมื่อการประชุมใหญ่สามัญเมื่อวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย.

            ทั้งข้อความ "การศึกษาสูง ไม่สามารถยกระดับจิตใจที่ต่ำตมให้สูงขึ้น เช่นเดียวกับเสื้อผ้าอาภรณ์เครื่องสำอาง botox และ big eyes ไม่สามารถปกปิดสันดานต่ำทราม"

            หรือข้อความที่ว่า "คนที่เนรคุณผู้มีพระคุณ คนที่หักหลังเพื่อนเพื่อสิ่งที่ตัวเองต้องการ เป็นคนที่จะฝากความหวังไว้ได้หรือไม่ครับ" ได้รับความสนใจพอสมควร

            แม้ไม่ได้เอ่ยชื่อว่าบุคคลนั้นเป็นใคร หากแต่หลายคนตั้งข้อสงสัยว่า อาจเป็น “อ.แหม่ม” นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐหรือไม่

            เพราะเป็นโพสต์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ชื่อของ “นฤมล” กำลังถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังนายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า จะเข้ามาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจคนใหม่ของพรรค

            แล้วถ้าใช่ เหตุใด “สันติ” จึงโพสต์รุนแรงราวกับว่าชาตินี้จะ ผีไม่เผา เงาไม่เหยียบกันอีกแล้ว?

            สำหรับ “สันติ” เป็น ส.ส.ในสายนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และกลุ่ม 4 กุมาร โดยเพิ่งจะพ้นจากตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคไปเมื่อไม่นานมานี้ พร้อมกับรัฐมนตรี ส.ส. และสมาชิกในกลุ่ม ได้แก่ นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง อดีตหัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน อดีตเลขาธิการพรรค

            นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม อดีตรองหัวหน้าพรรค นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง อดีตกรรมการบริหารพรรค นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตนายทะเบียนพรรค นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตเหรัญญิกพรรค และ นายชวน ชูจันทร์ อดีตกรรมการบริหารพรรค

            หากว่าไปแล้ว “สันติ” กับ “นฤมล” มีจุดเริ่มต้นเหมือนกัน โดยทั้งคู่ได้รับการชักชวนจากนายสมคิดให้เข้ามาช่วยบ้านเมือง เพราะเห็นว่าเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง มีความรู้ความสามารถ

            โดยในยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นายสันติได้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมของนายอุตตม ขณะที่นางนฤมลได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังของนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์

            หลังก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ นายสันติและนางนฤมลถูกนายสมคิดส่งเข้ามาทำเรื่องนโยบายของพรรค พร้อมกับผลักดันให้อยู่ใน ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 5 และ 6 เลยทีเดียว ซึ่งในทางการเมืองถือเป็นลำดับของคนที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี

            แต่การที่รัฐบาลจำเป็นต้องมีพรรคร่วมจำนวนมาก ทำให้เก้าอี้ไม่เพียงพอ สุดท้ายนายสมคิดจึงเลือกนายอุตตม นายสนธิรัตน์ และนายสุวิทย์ เข้าไปเป็นรัฐมนตรีก่อน ขณะที่นายกอบศักดิ์ นางนฤมล และนายสันติ พลาดหวัง

            นายกอบศักดิ์ เป็นหนึ่งในกุมารที่พลาดหวัง แต่ก้มหน้าก้มตาทำงานในตำแหน่งเลขาธิการของนายสมคิด ส่วนนายสันติหันไปทุ่มสมาธิที่หน้าที่ ส.ส.

            ขณะที่ นางนฤมล เลือกทางเดินที่แตกต่าง ลาออกจาก ส.ส.ทั้งที่เพิ่งเป็นสมัยแรก แล้วหันไปรับตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อต้องการแสดงความสามารถให้ผู้มีอำนาจได้เห็น ซึ่งใกล้หูใกล้ตามากกว่าการเป็น ส.ส.

            และนั่นคือ จุดเริ่มต้นความห่างเหินระหว่างนางนฤมลกับกลุ่มของนายสมคิด ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นความกินแหนงแคลงใจกันในเวลาต่อมา

            นางนฤมลหันไปอยู่กับกลุ่มก๊กต่างๆ ภายในพรรค และเข้าหา “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ผู้มีอำนาจในพรรคโดยตรง เพื่อสานฝันตัวเอง คือ ได้เป็นรัฐมนตรี ให้สำเร็จ

                “อ.แหม่ม” ยังถูก ส.ส.และสมาชิกในกลุ่มนายสมคิดมองว่าเป็นหนึ่งในขบวนการที่เคลื่อนไหวเพื่อกวาดล้าง 4 กุมารออกจากพรรค

            โดยเฉพาะการยังคงอยู่ในตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค การขยับเข้ามาเป็นเหรัญญิกพรรค และการถูกเสนอชื่อเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคแทนของเก่าที่พ้นสภาพไป

            จึงไม่แปลกหากนายสันติ ซึ่งยังเหนียวแน่นอยู่กับนายสมคิด และ 4 กุมาร แม้ในยามลำบาก จะรู้สึกไม่ดีกับนางนฤมล ที่วันนี้นอกจากจะเลือกออกไปสร้างรอยเท้าเอง หนำซ้ำยังถูกมองว่ากลับมาทำลายผู้ที่ชักชวนเข้ามา

            แล้วยิ่งไม่แปลกที่นายสันติจะรู้สึกเกรี้ยวกราดขนาดนี้ เพราะหากย้อนกลับไปสมัยอยู่ตลาดหลักทรัพย์ เขาอ้างว่าเป็นคนชักนำ “อ.แหม่ม” มาเป็นที่ปรึกษาบริหารความเสี่ยง สำนักหักบัญชี บริษัท ศูนย์ฝากหลักทรัพย์ ด้วยตัวเอง

            ถือเป็น 2 ดาวรุ่งของนายสมคิดที่ดีกรีสูง เป็นระดับ ดร.ทั้งคู่ โดยนายสันติเคยเป็นทั้งรองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, กรรมการผู้จัดการบริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด, กรรมการผู้จัดการบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด, คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้ช่วยศาสตราจารย์คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

            ส่วนนางนฤมลเป็นศาสตราจารย์ที่อายุยังน้อย เคยเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า

            แต่วันนี้ทั้งคู่เลือกเดินคนละทาง และเหมือนจะเป็นเส้นขนานกันแล้ว.

 

 


"บ้านเมืองไทย" ก็เหมือนตะกร้าตอนไปจ่ายตลาด ไม่ได้มีของที่ต้องกิน-ต้องซื้อยัดลงตะกร้าอย่างเดียว ฉะนั้น...... อย่าไปจดจ่ออยู่กับเรื่องใด-เรื่องหนึ่งโดยเฉพาะจนจับเจ่า ชีวิตจะเฉาเปล่าๆ

"กระมิด-กระเมี้ยนอยู่ทำไม"?
'๒๕๖๓ คณาจารย์ร่านเมือง'
ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส