เขย่าขวัญ"ทายาทคอแดง" ชิมลางก่อนเข้าโซนเดือด


เพิ่มเพื่อน    

 

            การแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารปลายปี 2563 นับเป็นอีกครั้งที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการเหล่าทัพเกษียณอายุราชการพร้อมกันทั้งหมด แต่การขับเคี่ยวของแคนดิเดต หรือผู้ที่อยู่ในข่ายจะได้พิจารณาขึ้นดำรงตำแหน่ง ผบ.เหล่าทัพคนใหม่ไม่ได้ดุเดือดจนถึงขั้นต้องมีการ “เปลี่ยนโผ” หรือ “หักโผ” กันในโค้งสุดท้ายในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายนกันเหมือนเมื่อก่อน

            เพราะ “รัฐบาล” และ “เหล่าทัพ” ต่างเห็นตรงกันในตัวบุคคลที่จะทำหน้าที่ผู้บัญชาการเหล่าทัพคนต่อไปอยู่แล้ว ภายใต้โชคชะตาฟ้ากำหนด

            แต่ที่มีลุ้นก็คงเป็นระดับ 5 เสือเหล่าทัพ ที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงจากที่วางไว้เดิมเพียงเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ถึงกับเปลี่ยนโฉมคณะบริหารขนาดพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน

            ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ยังจัดอยู่ในเรตติ้งที่นักสังเกตการณ์ทางการเมืองให้ความสนใจอยู่ และจนถึงขณะนื้ ชื่อของ “บิ๊กบี้” พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ผบ.ทบ.) ยังคงเป็นเต็งหนึ่งและเต็งเดียวที่จะขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ.คนใหม่อย่าง “ไร้คู่แข่ง”

เพราะนอกจากตำแหน่ง ผช.ผบ.ทบ.แล้ว “บิ๊กบี้” ยังเป็นรองผู้บัญชาการหน่วยเฉพาะทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ (รอง ผบ.ฉก.ทม.รอ.) นายทหาร “คอแดง” ที่มีคุณลักษณะและจิตวิญญาณในเรื่องการปกป้องและรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ที่เข้มข้นไม่แพ้ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.คนปัจจุบัน ตามแบบฉบับทหาร “คอแดง” ที่ได้ฝึกและเคี่ยวกรำในหลักสูตรพิเศษ

            ในช่วงที่ พล.อ.ณรงค์พันธ์เข้ามาอยู่ใน 5 เสือ ทบ. ไม่มีความเคลื่อนไหวตามกำหนดการงานภายในหน่วย แม้กระทั่งข่าวประชาสัมพันธ์ของกองทัพบกเองก็ถือว่ามีอยู่น้อยมาก ทว่าเมื่อใดที่ พล.อ.อภิรัชต์เดินทางไปตรวจเยี่ยมหน่วยหรือไปตรวจความพร้อมในการฝึกรายการต่างๆ ก็จะหนีบ พล.อ.ณรงค์พันธ์ไปด้วยเสมอ เช่นเดียวกับการไปประชุม ฉก.ทม.รอ. ที่กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) ทั้งคู่ก็จะไปประชุมร่วมกันเกือบทุกครั้ง จนไม่ต้องวิเคราะห์หรือคาดเดาว่า พล.อ.อภิรัชต์จะเชียร์ใครได้นอกจากนี้อีก

            แต่ห้วงที่ผ่านมากลับมีกระแสข่าวการต่ออายุราชการ พล.อ.อภิรัชต์เป็นระยะ โดยครั้งแรกต่างก็มองว่าข่าวที่ออกมาเป็นการแก้เผ็ดทหารเกียร์ว่าง ไม่ค่อยลุยงาน ได้แต่รอ ผบ.ทบ.คนใหม่เข้ามารับหน้าที่ แต่ข่าวดังกล่าวก็ยังไม่เงียบหาย กลับเริ่มหนาหูมากขึ้นในช่วงนี้ว่า พล.อ.อภิรัชต์อาจจะต่ออายุราชการต่อไป 1 ปีเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ร้อนแรงในปีหน้า โดยให้ พล.อ.ณรงค์พันธ์ซอยเท้าในตำแหน่ง ผช.ผบ.ทบ.ไปก่อน เพราะยังเหลืออายุราชการถึงปี 2566

แต่ก็เหมือนว่าข้อมูลดังกล่าวไม่มีน้ำหนักพอ เพราะสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่ถึงขั้นหาคนไม่ได้จนต้องมีการต่ออายุราชการ และยังไม่ได้มีเหตุการณ์ปั่นป่วน เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง ขณะที่ก็มีการวิเคราะห์ว่าเป็นเกมเก่าๆ ที่มาจากทหารในขั้วตรงข้ามที่หวังให้เกิดการหวาดระแวงกันในหมู่ “ทหารคอแดง” ที่ต่อคิวเติบโตขึ้นในกองทัพ

อย่างไรก็ตาม การเข้ามารับตำแหน่ง ผบ.ทบ.คนใหม่ของ พล.อ.ณรงค์พันธ์ในสถานการณ์ข้างหน้าถือว่าเป็นเรื่อง “ท้าทาย” เพราะจากการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของกองทัพบกที่เริ่มมาตั้งแต่ยุค “บิ๊กแดง” ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในกองทัพ และกับภาคการเมืองเป็นอย่างมาก   จนอาจกลายเป็น “ระเบิดเวลา” อีกหลายลูกที่รอวันทำงานในวันข้างหน้า

การต่อสู้ของขั้วอุดมการณ์ที่แหลมคมทั้ง “ยุทธวิธี” บนดินและใต้ดิน มีความดุเดือดด้วยกันทั้งสองฝ่าย การวางบทบาทกองทัพในมือของ ผบ.ทบ.คนต่อไปจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจะเป็นเป้าในการถูกตั้งคำถาม การตั้งรับกระแสวิพากษ์วิจารณ์กองทัพอย่างเผ็ดร้อนที่เกิดขึ้นมาแล้ว ผบ.ทบ.คนใหม่ยังต้องทำหน้าที่ในการรับมือกับภารกิจมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์

พล.อ.ณรงค์พันธ์ ไม่นับเป็นทหารวงศ์เทวัญ หรือบูรพาพยัคฆ์ แม้จะเคยรับราชการอยู่ที่กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ หรือ พล.1 รอ. เพราะเส้นทางการรับราชการก่อนหน้านั้นก็ถูกเตะไป-เตะมา สไลด์ไปด้านข้าง ก่อนจะเข้าที่เข้าทางเมื่อมาดำรงตำแหน่ง ผบ.พล.1 รอ. และกลับเข้าสู่เส้นทางหลักเมื่อไปกี่ปีที่ผ่านมา

จากภาพลักษณ์ที่เคยเห็น พล.อ.ณรงค์พันธ์เป็นทหารหมวกแดง พล.1 รอ. หรือหน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็วของกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ (ร.31 รอ.) แล้ว เขายังมีช่วงชีวิตรับราชการอยู่ที่ รร.นายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ อาจารย์โรงเรียนศูนย์การทหารราบ เส้นทางในสายวิชาการที่ต้องใช้ทักษะในเรื่องของการสอน จึงคาดว่าเขาจะถนัดงานทั้งบู๊และบุ๋น จึงมีหลายฝ่ายเชื่อมั่นว่าจะรับมือได้

ข่าวลือที่ออกมาช่วงนี้จึงเหมือนเป็น “บททดสอบ” ความนิ่งของจิตใจก่อนที่จะเข้าสู่ตำแหน่ง อีกทั้งปีหน้าคาดว่าสถานการณ์ของประเทศไทยจะร้อนระอุจากปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ที่รัฐบาลต้องมีกองทัพเป็นมือไม้ในการขับเคลื่อนงาน

ยังไม่นับการต่อสู้ทางอุดมการณ์การเมืองของคนรุ่นใหม่ที่นับวันยิ่งร้อนแรง จน “กองทัพ” ในมือของ ผบ.ทบ.คนต่อไปอาจจะกลายเป็นตัวแปรในช่วงวิกฤติอีกครั้ง!!!.


"บ้านเมืองไทย" ก็เหมือนตะกร้าตอนไปจ่ายตลาด ไม่ได้มีของที่ต้องกิน-ต้องซื้อยัดลงตะกร้าอย่างเดียว ฉะนั้น...... อย่าไปจดจ่ออยู่กับเรื่องใด-เรื่องหนึ่งโดยเฉพาะจนจับเจ่า ชีวิตจะเฉาเปล่าๆ

"กระมิด-กระเมี้ยนอยู่ทำไม"?
'๒๕๖๓ คณาจารย์ร่านเมือง'
ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส