ชง'ศักดิ์สยาม'เคาะแผนแม่บทการเดินอากาศแห่งชาติ ใหม่หลังโควิดทำพิษ


เพิ่มเพื่อน    

 

9 ก.ค.63-นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ว่า ที่ประชุมมีการพิจารณาทบทวน (ร่าง) แผนแม่บทห้วงอากาศและการเดินอากาศแห่งชาติ ซึ่งเป็นการทบทวนทุกๆ 3 ปี ทั้งนี้ เพื่อบริหารจัดการห้วงอากาศและความมั่นคงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยเฉพาะจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อใช้ประโยชน์จากน่านฟ้า และวางแผนการดำเนินการว่า หากเกิดสถานการณ์ที่การจราจรทางอากาศหายไปนั้น จะดำเนินการอย่างไรในอนาคต 

ทั้งนี้เนื่องจากการแพร่ระบาดดังกล่าวนั้น ส่งผลให้การจราจรทางอากาศ ทั้งเส้นทางในประเทศและต่างประเทศ ในช่วง เม.ย.-พ.ค. 2563 ที่ผ่านมาหายไปกว่า 90% อย่างไรก็ตาม จะมีการนำเสนอร่างแผนแม่บทดังกล่าว ให้คณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) โดยมีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นประธานพิจารณาเห็นชอบที่จะมีการประชุมในวันที่ 20 ก.ค.นี้ ก่อนที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำไปใช้ต่อไป อาทิ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.), กองทัพอากาศ (ทอ.) และสายการบินต่างๆ

นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ยังมีการรับทราบการขอต่อใบอนุญาตประกอบกิจการการค้าขายการเดินอากาศ (AOL) จำนวน 4 สายการบิน ที่จะครบกำหนดอายุในเร็วๆ นี้ พร้อมทั้งการออกใบอนุญาตใหม่ 1 สายการบิน โดยสายการบินดังกล่าวนั้น จะเป็นสายการบินไม่ประจำ หรือเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำ หรือประกอบกิจการพาณิชย์อย่างอื่น เช่น เพื่อการท่องเที่ยว เป็นต้น โดยในระหว่างนี้ กพท. จะมีการตรวจสอบความพร้อมในการขอใบอนุญาตว่า อยู่ในช่วงเวลาที่กำหนดหรือไม่ รวมถึงทุนจดทะเบียนจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ ก่อนที่จะมีการนำเสนอ กบร. ต่อไป

นายชัยวัฒน์ กล่าวต่ออีกว่า ในส่วนของแผนแม่บทการพัฒนาสนามบินนั้น ในขณะนี้อยู่ระหว่างการทบทวน และรับฟังความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กพท., กรมท่าอากาศยาน (ทย.), บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท., สายการบินต่างๆ, ผู้ประกอบการสายการบินเอกชน เป็นต้น ทั้งนี้ การทบทวนแผนแม่บทดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น ว่ายุทธศาสตร์ที่เคยกำหนดไว้ ควรจะต้องมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่

อย่างไรก็ตามในกรณีที่คณะกรรมการของสายการบินนกสกู๊ต ได้มีมติเลิกกิจการเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2563 ที่ผ่านมา จากสภาพแวดล้อมการแข่งขันที่รุนแรง และการระบาดของโควิด-19 ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงอย่างรุนแรงนั้น ล่าสุด กพท. อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียด พร้อมทั้งพิจารณาหลักเกณฑ์อย่างละเอียด ทั้งในส่วนของหนี้สินทั้งหมด อาทิ ค่าตั๋ว ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าเช่าพื้นที่สนามบิน ก่อนที่จะมีการยกเลิกใบอนุญาต ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขและกฎหมายที่กำหนด

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับแผนแม่บทท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และโครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายด้านทิศเหนือ (North Expansion) หรือเทอร์มินัล 2 ของ ทอท.นั้น กระทรวงคมนาคมได้เสนอไปยังสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) แล้ว ซึ่งในการพิจารณาจะนำข้อมูลผลกระทบจากโควิด-19 และการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภามาร่วมพิจารณาประกอบด้วย โดยเฉพาะการระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลให้ปริมาณการบินลดลง และคาดว่าอีกนานกว่าจะฟื้นตัวกลับเป็นปกติ 

“รายได้ของ ทอท.ลดลง การลงทุนโครงการต่างๆ ควรต้องทบทวนเพื่อให้สอดคล้องกับภาวะทางการเงิน บางเรื่องอาจต้องชะลอออกไปก่อน เพราะหากใช้เงินลงทุนในภาวะที่เงินไม่ค่อยมี และไม่มีผู้โดยสารมาใช้บริการการลงทุนจะไม่คุ้มค่า”นายชัยวัฒน์ กล่าว


จบ..... นับจากวันนี้เป็นต้นไป จะเหลือแค่ยาสีฟัน "เทพไท" เท่านั้น ปรากฏชื่อในท้องตลาด ส่วนคนชื่อ "เทพไท เสนพงศ์" จะไม่ปรากฏชื่อทั้งในท้องตลาดการเมืองและการเลือกตั้ง ตลอดไป (กาลนาน...เทอญ)

'สามสัส' ในภาวะ 'ระส่ำสัส'
ภาษาไทยวันนี้ 'ภาษีกู'
กล้วยดิบ 'วัคซีน' พื้นบ้าน
"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ