'ปชป.'เร่งสร้างผลงาน 'พณ.-กษ.'ต้องบูรณาการ


เพิ่มเพื่อน    

     หลังจากซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เมื่อวันที่ 3-5 ก.ค. สำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง ถ้าวันนี้เลือกตั้งพรรคใดชนะ เมื่อถามถึง ส.ส.ของพรรคการเมืองที่เคยเลือกในการเลือกตั้งครั้งก่อนในปี 2562 พบว่า พรรคเพื่อไทยได้รับเลือกเป็นอันดับที่ 1 ร้อยละ 18.9 อันดับที่ 2 พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 16.6 อันดับที่ 3 พรรคอนาคตใหม่ ร้อยละ 15.1 อันดับที่ 4 พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 11.7 และอันดับที่ 5 ระบุ พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 7.2

            สำหรับคำถามที่ว่า ถ้าวันนี้เลือกตั้งจะเลือก ส.ส.ของพรรคการเมืองใด พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 41.2 ระบุอื่นๆ เช่น ต้องการเลือกพรรคการเมืองที่ทำการเมืองใหม่ และบางส่วนจะเลือกพรรคการเมืองอื่นๆ รองจากนั้นประชาชนจะเลือกพรรคก้าวไกล ร้อยละ 16.7 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 15.7 พรรคประชาธิปัตย์ ได้ร้อยละ 8.7 พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 8.3 และพรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 6.0 ตามลำดับ

            จากผลการสำรวจดังกล่าว พบว่ามีเพียงพรรคเดียวเท่านั้นที่คะแนนนิยมดีขึ้น คือ พรรคก้าวไกล ส่วนพรรคการเมืองอื่นๆ คะแนนลดลงกว่าเดิม แม้กระทั่งพรรคเพื่อไทยก็ถูกก้าวไกลแซงหน้า

            ขณะเดียวกัน คำถามว่าถ้ามีการเลือกตั้งจะเลือกพรรคใด ประชาชนกลุ่มใหญ่ยังต้องการพรรคการเมืองทางเลือกใหม่ๆ ที่ไม่ใช่พรรคเก่า อย่างไรก็ตามพรรคฝ่ายค้านยังคงอยู่ในใจของประชาชนเป็นอันดับที่ 2 และ 3 สิ่งที่น่ากลัวคือ แม้ฝ่ายรัฐบาลบริหารงานมา 1 ปี กลับไม่สามารถทำคะแนนแซงพรรคฝ่ายค้านได้เลย

            เมื่อพิจารณาเฉพาะกลุ่มพรรคฝ่ายรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์เหมือนจะได้รับข่าวดี เพราะได้รับคะแนนมากที่สุดในกลุ่มเพื่อนร่วมรัฐบาล งานนี้ ตั้งแต่หัวหน้าพรรคยันลูกน้องต่างปลาบปลื้ม ขอบคุณในกำลังใจที่ประชาชนไว้วางใจที่จะเลือกเป็นตัวแทนอีก

            โดย “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” หัวหน้าค่ายพระรามหก ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ไว้เมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา     “เมื่อวันสองวันของซูเปอร์โพล อันนั้นก็ขอเรียนว่าจะเป็นกำลังใจส่วนหนึ่งให้กับพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะได้เดินหน้าทางการเมืองต่อไป อย่างน้อยที่สุดก็เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ระดับหนึ่งว่า สิ่งที่เราได้ทำมาตลอดช่วงระยะเวลาก่อนหน้านี้เดินไปถูกทาง แม้จะไม่ทั้งหมด ที่แน่นอนจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขในบางเรื่อง หรือในอีกหลายเรื่องก็ตาม แต่ว่าอย่างน้อยที่สุดก็สะท้อนให้เห็นว่าการมุ่งเน้นตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า เราต้องการเน้นผลงานมากกว่าคำพูด”

            ทว่า ถ้าพิจารณาในภาพรวมจะเลือกพรรคใดมากที่สุด แน่นอน เพื่อไทยและก้าวไกลครองใจประชาชนมากที่สุด ส่วนประชาธิปัตย์ถัดลงมาตามลำดับ ยังไม่ใช่ลำดับสองเหมือนที่ผ่านมา

            ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ระหว่างเลือกตั้งเมื่อเดือน มี.ค.62 กับถ้ามีการเลือกตั้งในเร็วๆ นี้ “ประชาธิปัตย์” ถดถอยกว่าเดิม

            ดังนั้น อาจจะต้องประเมินหรือปรับการทำงานใหม่หรือไม่ เพื่อให้เข้าตากรรมการมากกว่านี้ เพราะอย่าลืมว่าพรรคไม่ได้เป็นฝ่ายค้านแล้ว การอ้างว่าสร้างผลงานให้ประชาชนพึงพอใจทำได้ยาก ถือว่าฟังไม่ขึ้น “ประชาธิปัตย์” ได้ทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งถ้าทำงานอย่างบูรณาการ ประสานสอดรับกัน เพื่อดูแลปากท้อง ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนย่อมทำได้ไม่ยาก

            แต่สงสัยว่าจนป่านนี้ยังไม่มีผลงานให้ประชาชนกล่าวขาน ครั้นจะแถลงผลงานประกันรายได้พืชผลทางการเกษตรก็พูดได้ไม่เต็มปาก เพราะแนวคิด วิธีปฏิบัติมาจากพรรคก็จริง แต่ดันมีเบอร์ใหญ่ในรัฐบาลเบรกว่าอย่าเคลมเป็นผลงานของตัวเองฝ่ายเดียว เพราะโครงการนี้อนุมัติเงินโดยรัฐบาล

            โครงการที่พอเห็นและเมื่อได้ยินแล้วรู้สึกเก็ตอยู่บ้าง คือ “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” ซึ่งเป็นความร่วมมือสอดประสานกันของรัฐมนตรีที่มาจากพรรคประชาธิปัตย์ คือ “จุรินทร์” รมว.พาณิชย์ และ “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” รมว.เกษตรฯ แต่โครงการดังกล่าวผ่านเข้าหูเพียงประเดี๋ยวเดียว และเงียบหายไป

            ความจริงเป็นโครงการที่น่าสนใจและสามารถทำอะไรได้เยอะ เช่น พัฒนาพืชผลทางการเกษตรให้ได้มาตรฐาน หรือต่อยอดผลิตผลของเกษตรกรไทยที่มีคุณภาพอยู่แล้ว ไปแมตชิ่งกับผู้ประกอบการทั้งในและต่างชาติให้มากที่สุด

            กระทรวงเกษตรฯ ต้องทำหน้าที่เป็นแมวมองหาวัตถุดิบ สินค้าทางการเกษตร สนับสนุนให้กระทรวงพาณิชย์นำไปค้าขาย หาเงินจากต่างประเทศเข้ากระเป๋าประชาชน

            หลักๆ คือ พรรคต้องมีของ และสร้างผลงานภายใต้อำนาจหน้าที่ของกระทรวงที่พรรคได้รับการจัดสรรจากการร่วมรัฐบาล เปลี่ยนจากแบมือขอเงินรัฐบาลเป็นหาเงินเข้าประเทศจะดีที่สุด

            ต้องสร้างความแตกต่างระหว่างตอนเป็นฝ่ายค้านกับตอนเป็นพรรคร่วมให้ได้

            ทั้งนี้ อย่าลืมว่าการเมืองยุคนี้เป็นยุค “Money Management” บางทีสร้างผลงานให้ผู้คนจดจำเพียงใด แต่พอใกล้วันเข้าคูหาอีกครั้ง อะไรๆ ก็อาจพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ.


"บ้านเมืองไทย" ก็เหมือนตะกร้าตอนไปจ่ายตลาด ไม่ได้มีของที่ต้องกิน-ต้องซื้อยัดลงตะกร้าอย่างเดียว ฉะนั้น...... อย่าไปจดจ่ออยู่กับเรื่องใด-เรื่องหนึ่งโดยเฉพาะจนจับเจ่า ชีวิตจะเฉาเปล่าๆ

"กระมิด-กระเมี้ยนอยู่ทำไม"?
'๒๕๖๓ คณาจารย์ร่านเมือง'
ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส