พปชร.-ปชป.กัดกันลั่นทุ่ง


เพิ่มเพื่อน    

  “บิ๊กป้อม” รับตายก่อนแน่หากอยู่ถึง 10 ปีตามคำพ่อใหญ่จิ๋ว "ณัฏฐพล" ข้องใจซูเปอร์โพลทำไมสำรวจแบบเจาะจงเขย่า รมต.กปปส. “เทพไท-ธนกร” ฟาดปากเมามันทำน้องสุนัขสะดุ้ง ฝ่ายหนึ่งซัดยกทฤษฎีเห็บหมา อีกฝ่ายสวน "หมาเลียปาก" บิ๊กตู่ยังไม่เคาะเลือกตั้งท้องถิ่น รอ กกต.ชงเรื่อง

    เมื่อวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคมยังคงมีความต่อเนื่องจากกรณี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาวิเคราะห์ว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะอยู่ยาวถึง 10 ปี โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์แบบมีรอยยิ้มว่า "ไม่รู้ อันนี้ต้องไปถาม พล.อ.ชวลิต" เมื่อถามต่อเนื่องว่าจะอยู่ 10 ปีไหวหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบทันทีว่า “ไม่ไหว ตายก่อน”
    พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงผลสำรวจซูเปอร์โพลที่บอกว่า ประชาชน 90.8% ระบุควรปรับรัฐมนตรีที่เป็นอดีตแกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ออกจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า "ไม่รู้ใครทำโพล ให้ไปถามคนนั้น"
ผู้สื่อข่าวถามว่าต้องนำเรื่องดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาตัดสินใจปรับ ครม.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า "อยู่ที่นายกฯ คนเดียวนะ" และเมื่อถามว่าเรื่องดังกล่าวออกมาช่วงฝุ่นตลบเรื่องการปรับ ครม. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่าไม่มี
    เมื่อถามว่าการสำรวจดังกล่าวจะเชื่อมโยงกับคนที่ต้องการตำแหน่งหรืออยากให้ปรับ ครม.หรือไม่  พล.อ.ประวิตรย้ำว่า "ไม่มี ทุกคนชัดเจนหมดนะว่าแล้วแต่นายกฯ คนเดียว"
    ขณะที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ รองหัวหน้า พปชร. และอดีตแกนนำ กปปส.ตั้งข้อสังเกตว่าต้องดูว่าโพลทำไมถามเฉพาะเจาะจงขนาดนั้น ส่วนจะเป็นเกมหรือมีวาระซ่อนเร้นหรือไม่นั้น อันนี้ตอบไม่ได้ แต่ประชาชนคงจะตัดสินใจเองว่าโพลที่ทำมาทำเพื่ออะไร ตอนไหน จังหวะอะไร และไม่ได้กังวลเพราะการปรับ ครม.เป็นอำนาจของนายกฯ
     เมื่อถามว่าคิดว่าจะมีผลต่อการตัดสินใจของนายกฯ หรือไม่ นายณัฏฐพลกล่าวว่าก็มีความเป็นไปได้ แต่ก็ทำงานเต็มที่ในหน้าที่ที่รับผิดชอบอยู่ ไม่ได้กังวลอะไร ถ้าประชาชนคิดว่าเป็นอย่างนั้นก็เป็นเสียงของประชาชน นายกฯ คงต้องรับฟัง ส่วนท่านจะตัดสินใจอย่างไรนั้น ท่านคงเห็นการทำงานที่ได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง แต่ย้ำว่าไม่ได้กังวล คิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเมืองที่เมื่อมีการพูดถึงตรงนี้จะมีกระแสต่างๆ ออกมา อยากให้ประชาชนดูและตัดสินใจด้วยตัวเอง บางทีการเมืองเก่าๆ อาจต้องปรับเปลี่ยน เพราะประเทศกำลังจะเดินไปในแนวทางที่จะต้องร่วมมือกันไปข้างหน้า
    เมื่อถามว่าสงสัยหรือไม่ว่าทำไมจึงพุ่งเป้ามาที่รัฐมนตรีที่เป็นอดีตแกนนำ กปปส. นายณัฏฐพล กล่าวว่าอาจเป็นแค่จุดแรก ต่อไปอาจเป็นคณะอื่นๆ กลุ่มอื่นๆ ซึ่งเป็นการเมืองแบบเดิมๆ
    ถามอีกว่าแสดงว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมืองชัดเจนใช่หรือไม่ นายณัฏฐพลกล่าวว่า "ก็ไม่แน่ ไม่สามารถบอกได้ เพราะเป็นโพลของเอกชน ต้องไปดูที่มาที่ไปของโพล กลุ่มทำโพลมีการเชื่อมโยงกันอย่างไร คิดว่าสื่อมวลชนคงหาทางเชื่อมโยงตรงนี้ได้ หากลองย้อนกลับไปดูว่ามีความเกี่ยวพันกันอย่างไร"
     เมื่อถามว่าพรรค พปชร.มีการทำโพลสอบถามความเห็นของประชาชนหรือไม่ในเรื่องผลงานรัฐมนตรี นายณัฏฐพลกล่าวว่า เราก็มีโพลภายในของพวกเราเอง ในการทำงานการเมืองต้องมีการสอบถามความคิดเห็นประชาชนอยู่ตลอดเวลา ซึ่ง พปชร.เองมั่นใจว่าแนวทางที่เราทำงานอยู่มีการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน
    เมื่อถามว่ามีความเป็นไปหรือไม่ว่า เป็นฝีมือของคนที่อยู่ตรงข้ามตนเองในพรรค พปชร. นายณัฏฐพลกล่าวว่าไม่อยากคิดว่ามาจากไหน เพราะมันเป็นเรื่องที่สร้างความขัดแย้ง วันนี้ประเทศไม่ต้องการความขัดแย้ง ประเทศต้องเดินไปข้างหน้า ซึ่งนายกฯ มีแนวทางที่ชัดเจนอยู่แล้ว
    ขณะเดียวกัน นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีนายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตโฆษก พปชร. และ น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ โฆษกพรรค พปชร.พาดพิงการแสดงความคิดเห็นในเชิงวิชาการของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ปชป. ว่าในฐานะอดีตโฆษกส่วนตัวของนายอภิสิทธิ์ เมื่อเห็นการสัมภาษณ์ลักษณะเสียดสี บิดเบือนข้อเท็จจริง พาดพิงให้นายอภิสิทธิ์ได้รับความเสียหาย จึงจำเป็นต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงแทนนายอภิสิทธิ์ที่ได้ว่างเว้นจากการเป็น ส.ส.ไปแล้ว
ซัดทฤษฎี 'เห็บหมา'
นายเทพไทกล่าวอีกว่า ที่นายอภิสิทธิ์ออกมาแสดงความเห็นทางการเมืองครั้งนี้ ก็เพราะได้รับเชิญให้ไปเป็นวิทยากรในเวทีเสวนา ต้องแสดงความเห็นตามหัวข้อ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นข้อเท็จจริงและเป็นข้อมูลทางวิชาการ ไม่ได้เจตนาดิสเครดิต พล.อ.ประยุทธ์ให้เสียหาย และนายอภิสิทธิ์ยังเสนอแนะเรื่องการปรับ ครม.แก่ พล.อ.ประยุทธ์ว่า ควรให้โอกาสคนมีความสามารถช่วยบริหารประเทศด้วย แต่กลับมีลิ่วล้อของพรรค พปชร.บางคนที่หลุดจากตำแหน่งโฆษกพรรค และกำลังจะตกงานจากการปรับ ครม.ในครั้งนี้ ออกมาฟาดงวงฟาดงาพูดจาเลอะเทอะ เรียกราคาค่างวดให้ตัวเองเพื่อหวังให้ผู้มีอำนาจได้เห็นความดี หวังจะได้รับความชอบเพื่อปูนบำเหน็จให้ได้รับตำแหน่งทางการเมืองอื่นๆ อีกครั้ง
“ที่ผ่านมาซื้อหวยผิด กระโดดออกจากกลุ่มสามมิตรมารับใช้กลุ่ม 4 กุมารอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู สุดท้ายเมื่อกลุ่ม 4 กุมารถูกลอยแพ ต้องลาออกจากสมาชิกพรรค พปชร. ตัวเองก็พลอยตกกระป๋องไปด้วย  ไม่กล้าลาออกตาม จึงหวังจะกระโดดจากกลุ่ม 4 กุมารเพื่อกลับไปกลุ่มสามมิตรอีกครั้ง ซึ่งเป็นปกติของนักการเมืองบางจำพวกที่ใช้ทฤษฎีเห็บหมา เมื่อหมาตัวเดิมตาย เห็บก็กระโดดไปเกาะหมาตัวใหม่ จึงจำเป็นต้องออกมาพูดจาพาดพิงถึงนายอภิสิทธิ์” นายเทพไทกล่าว
    นายเทพไทกล่าวอีกว่า เหตุการณ์เผาบ้านเผาเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดงในปี 2553 ที่มีนายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ อยากถามว่าในตอนนั้นนายธนกรยืนอยู่ข้างฝ่ายใด อยู่ในกลุ่มที่เป็นนั่งร้านให้ระบอบทักษิณใช่หรือไม่ เมื่อระบอบทักษิณล่มสลายก็เปลี่ยนมาเป็นนั่งร้านให้ระบอบ คสช.หรือระบอบประยุทธ์ในปัจจุบัน และหลังจากนี้จะย้ายไปเป็นนั่งร้านให้กลุ่มใดอีก
    นายเทพไทยังกล่าวถึงกรณี น.ส.พัชรินทร์ออกมาชี้แจงว่าเป็นเรื่องที่รับฟังได้ การพาดพิงถึงนายอภิสิทธิ์บ้างในบางประเด็นถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่ถือสา เพราะเป็นโฆษกมือใหม่หัดขับ และถือว่าเป็นโฆษกป้ายแดงใจกว้างกว่าโฆษกพรรคคนเก่า ซึ่งในฐานะที่เป็นโฆษกรุ่นพี่ก็อยากให้ข้อคิดกับโฆษกรุ่นหลังให้ทราบว่า การทำหน้าที่โฆษกที่ดีต้องรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ ที่สูงที่ต่ำ ชกข้ามรุ่นหรือแบกน้ำหนัก ระวังจะถูกน็อกเสียมวยได้ง่าย
    ด้านนายธนกรโต้ว่า ไม่ได้พูดให้ร้ายนายอภิสิทธิ์ให้เสียหาย แต่พูดด้วยความให้เกียรติ ซึ่งเป็นการชี้แจงข้อเท็จจริงว่า พล.อ.ประยุทธ์มีนโยบายมากมายที่เป็นประโยชน์ ไม่ได้มีแค่เรื่องความสงบเหมือนที่นายอภิสิทธิ์พูด ที่สำคัญไม่ได้พูดถึงนายเทพไทเลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งนี้เข้าใจว่านายเทพไทอยากเอาใจนายอภิสิทธิ์ แต่ก็ควรดูข้อเท็จจริงก่อน พูดจาด้วยเหตุด้วยผล ไม่ใช่ออกมาดูถูกดูแคลนคนอื่น ทำตัวเป็น ส.ส.เทวดาแตะต้องไม่ได้ และเชื่อว่าพี่น้องประชาชนรู้นิสัยนายเทพไทดี เพราะที่ผ่านมาเป็น ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล แต่ไร้มารยาททางการเมืองออกมาดิสเครดิต พล.อ.ประยุทธ์อยู่ตลอดเวลา
    นายธนกรกล่าวอีกว่า ถ้านายเทพไทคิดว่าตัวเองแน่จริง ได้เป็น ส.ส.เพราะตัวเอง ไม่ใช่เพราะพรรค ก็น่าจะออกไปเป็นฝ่ายค้านอิสระ จะได้ไม่ทำให้พรรค ปชป.ที่เป็นสถาบันทางการเมืองที่ประชาชนชื่นชมมานานต้องมัวหมองไปด้วย เพราะความปากพร่อยของคนเพียงคนเดียว ส่วนที่นายเทพไทดูถูกดูแคลนตนเองสารพัดนั้นไม่ได้ถือสาอะไร เหมือนสุภาษิตเล่นกับหมา หมาเลียปาก ส่วนที่พาดพิงว่าแทงหวยผิด เป็นจำพวกนักการเมืองที่ใช้ทฤษฎีเห็บหมานั้น นายเทพไทคงต้องเก็บไว้ใช้กับตัวเองดีกว่า นักการเมืองอย่างนายเทพไทไม่เคยให้ราคา อยู่ในประเภทปากกล้าขาสั่น พอถูกฟ้องหมิ่นประมาทแทบคลานไปขอโทษ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ คดี ว.5 โฟร์ซีซั่นส์ เสียชื่อ ส.ส.ฝีปากกล้าหมด
“อยากให้ดูนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นตัวอย่าง ซึ่งผมให้ความเคารพเสมอมา  และผมก็ไม่ได้เป็นนั่งร้านให้ระบอบทักษิณเหมือนที่นายเทพไทกล่าวหา วันหลังจะด่าใครก็หัดทำการบ้านบ้าง ถ้าไม่อยากถูกเด็กเมื่อวานซืนถอนหงอกเอา นายเทพไทอุตส่าห์ได้เป็น ส.ส.ก็ควรเป็นแบบอย่างที่ดีให้นักการเมืองรุ่นหลังบ้าง เพราะเห็นว่าเดือน ส.ค.นี้มีคดีต้องขึ้นโรงขึ้นศาล จะส่งผลถึงตำแหน่ง ส.ส.ด้วยหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ หัดตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาบ้างก็ดี” นายธนกรกล่าว
รอ กกต.ชงเรื่องก่อน
    วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ครั้งที่ 3 ถึงการเตรียมการเพื่อจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นว่า "ยังไม่รู้ ยังไม่ทราบเลย เดี๋ยวคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เขาก็จะทำเรื่องมาก่อน แต่ในปีนี้ก็จะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นแน่นอน ส่วนจะเป็นพื้นที่ไหนที่จะเริ่มก่อนก็จะตัดสินใจเอง"
    นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่ายังไม่ได้มาหารือ ส่วนการเลือกตั้งท้องถิ่นที่นายกฯ เคยระบุว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้ง 1 ครั้งในปี 2563 นั้น หมายถึงการเลือกตั้งประเภทหนึ่ง ซึ่งการเลือกตั้งท้องถิ่นมีด้วยกัน 4 ประเภท คือ 1.องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 2.องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) 3.เทศบาล และ 4.พื้นที่พิเศษ คือ กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา
     เมื่อถามว่า นอกจากกระทรวงมหาดไทยแล้วต้องหารือกับ กกต.ด้วยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่าต้องคุยหลายฝ่าย ซึ่งจะมีการเชิญ กกต.มาคุยด้วย แต่ยังไม่ได้นัดวัน หากได้ข้อมูลทั้งหมดก็จะแจ้งให้ ครม. รับทราบ
    ส่วนนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการเลือกตั้งท้องถิ่นว่า พล.อ.ประยุทธ์พูดมาตลอดว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นจะเกิดในปีนี้ หากนายกฯ จริงใจในการเลือกตั้งท้องถิ่นจริง ก็ควรเร่งประกาศไทม์ไลน์ให้ชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ และมีรูปแบบอย่างไร และที่เคยบอกว่าเงินไม่พอ  วันนี้เงินก็พอแล้ว หรือถ้าไม่พอจริงๆ สามารถตัดงบซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์มาใช้ได้ หากไม่ต้องการเป็นรัฐราชการรวมศูนย์อำนาจก็ต้องรีบประกาศไทม์ไลน์การเลือกตั้งท้องถิ่น.

 


ต้องบอกว่า........ "เวทีล้มเจ้า" ที่ "ธรรมศาสตร์" คืนวาน "จัดหนัก-จัดเต็ม" ฮือฮากันไม่จบจนถึงตอนนี้ ถือว่า "จุดติด" แล้วใช่มั้ย?

สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ