จับตาแต่งตั้งวาระนายพล อาวุโส 773 นายรุ่งหรือร่วง


เพิ่มเพื่อน    

    สำนักงานกำลังพลประกาศรายชื่อข้าราชการตำรวจที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ เกษียณอายุราชการวันที่ 30 ก.ย.นี้ จำนวน 5,739 ราย หนึ่งในตำแหน่งสำคัญที่ต้องถอดชุดสีกากีคือ "บิ๊กแป๊ะ" พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ "ผบ.ตร." ที่นั่งเก้าอี้ผู้นำองค์กรยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ 5 ปีเต็ม คงยากที่จะมีใครทำลายสถิติ สมดั่งฉายา "พิทักษ์ 1 กึ่งทศวรรษ" ที่เตรียมจะถอดหัวโขนลงจากตำแหน่งอย่างสง่างาม

            นอกจาก "บิ๊กแป๊ะ" พล.ต.อ.จักรทิพย์ ยังมีตำแหน่งที่สำคัญๆ ในระดับผู้บริหารจะเกษียณในปีนี้ อาทิ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ประจำ (สบ.9) ตร., พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ รอง จตช.(สบ.9) ระดับผู้บัญชาการ พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4, พล.ต.ท.พูลทัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3, พล.ต.ท.วิฑูรย์ นิติวรางกูร นายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ, พล.ต.ท.จิรวัฒน์ ทิพย์จันทร์ ผบช.ภ.8, พล.ต.ท.อาชวันต์ โชติกเสถียร ผบช.รร.นรต. นอกจากนี้ยังมีระดับรอง ผบช.เกษียณ 30 นาย ระดับ ผบก.เกษียณ 36 นาย รวมระดับ ผบก.-ผบ.ตร.เกษียณ 80 นาย

            เพื่อให้การแต่งตั้งนายพลตำรวจวาระประจำปี 63 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย "บิ๊กแป๊ะ" พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผบ.ตร. ได้ลงนามในบันทึกข้อความ ที่ 0009.231/1999 ลง 10 ก.ค.2563 ประกาศลำดับอาวุโสข้าราชการตำรวจ ตำแหน่งระดับรอง ผบก. ถึงผู้ช่วย ผบ.ตร จำนวน 773 นาย

            ทั้งนี้ ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องหลักเกณฑ์การแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจตามหลักอาวุโสนั้น กำหนดการแต่งตั้งตามหลักอาวุโส ให้ถือว่าผู้ที่มีคุณสมบัติ และมีรายชื่อประกาศในประกาศลำดับอาวุโสของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความอาวุโสตามหลักอาวุโส สามารถเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นได้ โดยการแต่งตั้งต้องเป็นไปตามอาวุโสในสัดส่วนร้อยละ 33

            สำรวจรายชื่อระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. และรองจเรตำรวจแห่งชาติ มีผู้มีสิทธิเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นตามหลักอาวุโส 9 นาย ซึ่งเก้าอี้ “รอง ผบ.ตร.” ว่างเพียง 1 ตำแหน่ง ที่ “บิ๊กช้าง” พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ รอง ผบ.ตร.เกษียณ และอีกตำแหน่งคือ “รอง ผบ.ตร.คนใดคนหนึ่งก้าวสู่เก้าอี้ “ผบ.ตร.” แทน “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ที่เกษียณเช่นเดียวกัน รายชื่อเรียงตามลำดับอาวุโส พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.วิรุฬ เอี่ยมไพจิตร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.อดิศร์ งามจิตสุขศรี รอง จตช., พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. ที่น่าจับตาคือ พล.ต.ท.วิสนุ และ พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ ต่างมีแบ็กไม่ธรรมดา

            ระดับผู้บัญชาการ (ผบช.) มีผู้อยู่ในหลักอาวุโส สามารถเลื่อนขึ้นในระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. หรือรองจเรตำรวจแห่งชาติ 32 ราย โดยอาวุโส 5 ลำดับแรกคือ พล.ต.ท.อิทธิพล พิริยภิญโญ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. (ทนท.นายตำรวจประสานงานรัฐสภา), พล.ต.ท.กิตติพงษ์ เงามุข ผบช.สกพ., พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส., พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9, พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ผบช.สยศ.ตร. ระดับรองผู้บัญชาการ (รอง ผบช.) มีผู้อยู่ในหลักอาวุโส สามารถเลื่อนขึ้นในระดับ ผบช. 121 ราย

            ระดับผู้บังคับการ (ผบก.) มีผู้อยู่ในหลักอาวุโส สามารถเลื่อนขึ้นในระดับ รอง ผบช. ทั้งสิ้น 143 ราย ระดับรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) มีผู้อยู่ในหลักอาวุโส สามารถเลื่อนขึ้นในระดับ ผบก.ทั้งสิ้น 468 ราย เท่ากับว่าการแต่งตั้งระดับรอง ผบ.ตร.-ผบก.ในปีนี้ มีตำแหน่งในระดับรอง ผบ.ตร. ว่าง 2 ตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร. ว่าง 5 ตำแหน่ง ผบช. ว่าง 12 ตำแหน่ง รอง ผบช. ว่าง 42 ตำแหน่ง และ ผบก. ว่าง 76 ตำแหน่ง

            แต่เก้าอี้ที่สำคัญ ทุกสายตากำลังเฝ้ามองว่าที่ “ผบ.ตร.” คนที่ 12 ที่ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์จะเสนอชื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้พิจารณาก่อนอำลาตำแหน่ง ซึ่งแคนดิเดต “พิทักษ์ 1” มีด้วยกัน 4 นาย “บิ๊กใหม่” พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ นรต.36 ลูกชาย พล.ต.อ.แสวง ธีระสวัสดิ์ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ ที่จะเกษียณอายุราชการปี 2565 “บิ๊กนู” พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก นรต.38 นายเวรเก่า พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ อดีต ผบ.ตร. ขณะดำรงตำแหน่งรอง ผบ.ตร.และ ผบ.ตร. เกษียณอายุราชการปี 2564 พล.ต.อ.ชนสิษฏ์ วัฒนวรางกูร นักรียนรายร้อยตำรวจอบรม ลูกชาย พล.ต.อ.สนอง วัฒนวรางกูร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ กำหนดเกษียณอายุราชการปี 2564 และ “บิ๊กปั๊ด” พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข นรต.36 อดีตนายเวร พล.ต.อ.สันต์ อดีต ผบ.ตร.ขณะเป็นผู้บังคับการกองพลาธิการ

            โค้งสุดท้าย ไฟฟอลโลว์ไปที่ 2 ตัวเต็งชิงดำแม่ทัพสีกากี ผลัดกันขึ้นเป็นเต็งหนึ่ง-เต็งสอง เบียดคู่คี่สูสีมาโดยตลอด ต่างคนต่างมีดีและเป็นศิษย์สำนักเดียวกัน คือ “บิ๊กนู” พล.ต.อ.มนู นรต.38 ดีกรีปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และ “บิ๊กปั๊ด” พล.ต.อ.สุวัฒน์ นรต.36 ดีกรีปริญญาโทสาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผ่านหลักสูตรสำนักงานสอบสวนกลาง ประเทศสหรัฐอเมริกา รุ่น 206 ต้องจับตาดูว่า “บิ๊กแป๊ะ” จะเลือกจิ้มใคร เพราะเก้าอี้ “ผบ.ตร.” อยู่ที่ขั้วอำนาจนอกรั้วปทุมวันจะเป็นผู้กำหนด

            ตำแหน่งแม่ทัพสีกากีเป็นผู้นำพาองค์กร แต่อย่าลืมตำแหน่งม้า เรือ ขุน ก็สำคัญไม่แพ้กัน วาระการแต่งตั้งนายพลปี 63 ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี หลักเกณฑ์การแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจต้องเป็นไปตามอาวุโส ในสัดส่วนร้อยละ 33 อีก 67 เปอร์เซ็นต์เป็นความรู้ความสามารถ ตำรวจทุกคนต้องการความก้าวหน้าในหน้าที่ การพิจารณาอย่าใช้อำนาจเป็นตัวตัดสิน “ค่าของคนอยู่ที่คนของใคร” เหมือนที่ผ่านๆ มา เพื่อกู้ศักดิ์ศรีของตำรวจกลับคืนมา.


"บ้านเมืองไทย" ก็เหมือนตะกร้าตอนไปจ่ายตลาด ไม่ได้มีของที่ต้องกิน-ต้องซื้อยัดลงตะกร้าอย่างเดียว ฉะนั้น...... อย่าไปจดจ่ออยู่กับเรื่องใด-เรื่องหนึ่งโดยเฉพาะจนจับเจ่า ชีวิตจะเฉาเปล่าๆ

"กระมิด-กระเมี้ยนอยู่ทำไม"?
'๒๕๖๓ คณาจารย์ร่านเมือง'
ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส