ช่องโหว่-กักโควิดต่างชาติ แรงเหวี่ยงส่งผลต่ออายุ "พรก.ฉุกเฉิน"


เพิ่มเพื่อน    

        ถึงตอนนี้ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกัน ติดตามการแพร่เชื้อโควิด-19 ในองคาพยพใหญ่ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ได้เร่งสกัดทุกจุดที่จะเป็นจุดเสี่ยงในการแพร่เชื้อโควิด หลังเกิดความแตกตื่นกันไปทั่ว จากเหตุทหารอียิปต์และครอบครัวอุปทูตซูดานที่มีบุตรสาวพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งเดินทางเข้าประเทศไทยโดยได้รับการยกเว้นตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

            เหตุการณ์นี้แม้ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่ต้องยอมรับว่า ก็ทำเอาเครดิตรัฐบาลและ ศบค.ซวนเซไปพอสมควร โดยเฉพาะกระแสความเห็นของคนในสังคมในเรื่องที่มีการให้ "สิทธิพิเศษ” คนบางกลุ่มซึ่งเป็นชาวต่างชาติที่เข้ามายังไทย แต่กลับมาเข้มงวดกับคนไทย จนเกิดกระแสของคนในสังคมเรียกร้องให้ ศบค.ยกเลิกสิทธิวีไอพี หรือทบทวนบุคคลบางกลุ่ม โดยหากเป็นไปได้ก็ควรใช้ "มาตรฐานเดียวกัน" หมดในการเข้มงวด-ป้องกันการแพร่เชื้อ เพื่อไม่ให้ประเทศไทยตกอยู่ในความเสี่ยงแบบที่เกิดขึ้นจากกรณีทหารอียิปต์-ครอบครัวอุปทูตซูดาน จนเกิดผลกระทบตามมา เช่น การปิดห้างแหลมทองที่ระยอง เมื่อ 14-15 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังทหารอียิปต์เข้าไปเดินในห้างดังกล่าว และทำให้เกิดความแตกตื่นหวาดกลัวกันทั้งจังหวัด จนส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวตามมาทันที

เพราะมีข่าวว่า นักท่องเที่ยวที่จองที่พักเพื่อไปเที่ยวระยอง ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวมีชื่อเสียงหลายแห่ง ต่างแจ้งยกเลิกห้องพักเป็นจำนวนมาก จนทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในจังหวัดตามมาทันที

ส่วนในกรุงเทพมหานคร หลังพบว่าครอบครัวอุปทูตซูดานเคยพักในคอนโดมิเนียมย่านสุขุมวิท 26 ก็ทำให้โรงเรียนสายน้ำผึ้งที่อยู่ใกล้เคียง ประกาศปิดสถานศึกษาด้วยเหตุพิเศษตั้งแต่วันที่ 15-17 กรกฎาคม

            เรื่องดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างรุนแรงทั้งในระดับสังคม-เศรษฐกิจ-ความมั่นคง-การเมืองต่อประเทศไทยและรัฐบาล หลังช่วงที่ผ่านมารัฐบาลทำคะแนนเรื่องการป้องกันโควิดได้ชนิดที่หลายประเทศต่างแสดงความชื่นชม เมื่อเกิดเหตุเช่นนี้จึงส่งผลต่อรัฐบาลพอสมควร

            จนสุดท้าย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.ศบค. ระบุชัดๆ ว่า เรื่อง สิทธิวีไอพี ที่เข้ามายังประเทศไทยจะต้องมีการทบทวนเพื่ออุดทุกช่องโหว่ ไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอย

            "ได้สั่งการให้ ศบค.ไปทบทวนเรื่องเหล่านี้ มาตรการผ่อนคลายต่างๆ ทั้งบรรดาสถานทูต เอกอัครราชทูต ต้องปฏิบัติตามระบบระเบียบทุกประการ ต้องทบทวนตรงนี้ใหม่“ (พลเอกประยุทธ์ 14 ก.ค.)

            แน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เมื่อเกิดแล้ว ในทางการเมืองก็อย่างที่เห็น รัฐบาล-บิ๊กตู่-ศบค. เจอ ทัวร์ลง อย่างหนัก ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลได้ที ขยี้-ขย่ม-ถล่ม รัฐบาลอย่างหนัก แม้ในความเป็นจริงก็อย่างที่เห็นในข่าว คือ ฝ่ายสาธารณสุขของไทยเข้มงวดกวดขัน การ์ดไม่ได้ตก มีการขอเข้าไปตรวจทหารอียิปต์ 31 นาย ณ โรงแรมที่พัก แต่เบื้องต้นทหารอียิปต์ไม่ให้ความร่วมมือ จนต้องติดต่อไปยังสถานทูต ทหารกลุ่มดังกล่าวจึงยอมให้ตรวจ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่แล้ว แต่ก็มีบางจุดที่อาจมีช่องโหว่อยู่ ที่เป็นเรื่องของกลุ่มทหารฯ เองที่ละเมิดข้อตกลง อย่างไรก็ตามเมื่อเห็นปัญหานี้แล้วก็ทำให้ต่อไประบบการป้องกันตรวจสอบกลุ่มคนที่เข้ามายังประเทศไทยนับจากนี้จะแน่นหนาขึ้น เพราะถือเป็นบทเรียนที่ทุกฝ่ายต้องไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก

            มองไปข้างหน้า หลังเกิดเหตุดังกล่าวขึ้นทั้งที่ระยองและแถวสุขุมวิท ในแง่ความตื่นตัว ได้ปลุกให้ประชาชนตระหนักว่า “การ์ดห้ามตก” ไม่เช่นนั้นก็จะแบกรับความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบรุนแรงตามมา ทั้งกับตัวเองและสังคมวงกว้าง หลังจากช่วงเดือนกว่าๆ ที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่าคนไทยเริ่มการ์ดตกพอสมควร ไม่เข้มแข็งเหมือนก่อนหน้านี้

            ท่ามกลางข่าวที่น่าจะทำให้คนไทยโล่งใจไปได้ระดับหนึ่ง เมื่อพบว่าในช่วงสายของวันพุธที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสอบสวนโรคของผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูงกรณีของทหารชาวอียิปต์ที่เดินทางออกนอกพื้นที่ฯ ว่า พบผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูงมีจำนวน 11 ราย เช่น พนักงานขับรถจากสนามบินไปยังโรงแรมทั้งไปและกลับ จำนวน 4 ราย บุคลากรของโรงแรม 7 ราย โดยทุกรายได้ตรวจหาเชื้อเบื้องต้น ทราบผลการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการแล้วว่า ทุกรายไม่มีการติดเชื้อโควิด-19 แต่อย่างใด

            และที่จะเป็นประเด็นต่อไปก็คือ การตัดสินใจของรัฐบาล-ศบค.ในเรื่อง การบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งจะครบกำหนดอีกรอบในวันที่ 31 ก.ค.นี้ ที่เมื่อถึงเวลารัฐบาล-ศบค.ใกล้ตัดสินใจว่าจะ ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อีกรอบหรือไม่ ก็คงมีข้อถกเถียง เห็นด้วย-เห็นแย้งตามมากันหลากหลาย โดยฝ่ายสนับสนุนการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คงอ้างเหตุผลว่า สถานการณ์ยังไม่น่าวางใจ ควรต้องต่ออีกสักรอบ แต่ฝ่ายคัดค้านก็อาจบอกว่า ต้องยกเลิกได้แล้ว ขนาดมี พ.ร.ก. การป้องกันยังมีช่องโหว่ และที่ผ่านมาใช้มานานแล้ว จึงควรทบทวนยกเลิก

            ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าสถานการณ์ที่ระยองและคอนโดมิเนียมย่านสุขุมวิท จะมีผลไม่ทางใดก็ทางหนึ่งต่อการจะต่ออายุหรือไม่ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินรอบใหม่.


คอยฟังนะครับ! กรณี "สั่งไม่ฟ้อง" วรยุทธ อยู่วิทยา หรือ "บอส เรดบูล" บัดนี้ คณะทำงานที่อัยการสูงสุดตั้งให้ตรวจสอบ "มีคำตอบ" แล้ว

บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'
"บอส-เรดบูล" เมาหลังขับ?
ยิ่งกว่าสงครามเหลือง-แดง
'ข้อมูลใหม่กับคนเหนือดวง'
'ซื้อเวลาได้-ซื้อศรัทธาไม่ได้'