ฝ่ายค้านเชียร์นิรโทษสุดซอย


เพิ่มเพื่อน    

 "บิ๊กตู่" ปัดตอบเข็น กม.นิรโทษกรรม ยังไม่ได้คิด-ยังไม่เห็นเรื่อง ด้าน "วิษณุ" เผยเรื่องนี้ที่มาเหมือนกับในอดีตเป๊ะ เมื่อวันเวลาผ่านไปก็อาจจะใช้ได้ ขณะที่ประธานวิปฝ่ายค้านรับลูก อ้างเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม ที่ทำวันนี้ก็ยังไม่สาย ให้นึกถึงคำพระพุทธเจ้า เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร ถ้าคิดนิรโทษกรรมแต่ยังมีเงื่อนไข จิตไม่อภัยจริงๆ การนิรโทษกรรมก็จะไม่เกิด ดังนั้นการนิรโทษกรรมต้องไม่มีความเหลื่อมล้ำ

การเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมกลับมาเป็นข่าวอีกครั้งเมื่อ นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เสนอให้มีกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับผู้ชุมนุมทางการเมืองในอดีต เพื่อสร้างความปรองดองของคนในประเทศ ล่าสุดมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและกังวลว่าจะเกิดความขัดแย้งรอบใหม่ขึ้นมา
    เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล ทันทีที่ถูกตั้งคำถาม  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โบกมือปฏิเสธพร้อมกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า "ยังไม่ได้คิด ยังไม่เห็นเรื่อง"
    ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ตนเห็นข่าวเหมือนกัน แต่ยังไม่ทราบรายละเอียด ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวเคยมีการเสนอมาแล้วในอดีต ยังไม่แน่ใจ เพราะเรื่องนี้ต้องดูรายละเอียดกันหลายฝ่าย เพราะมันมีผลกระทบเยอะ และที่สำคัญ ถ้านิรโทษกรรมพวกหนึ่งแล้วไม่นิรโทษกรรมอีกพวกหนึ่ง เดี๋ยวมันก็จะเกิดความแตกแยกกันอีก
        "ความจริงเรื่องนี้ที่เสนอกันมา มันเหมือนกับในอดีตเป๊ะเลย ซึ่งในอดีตก็เคยพิจารณาเรื่องนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว ซึ่งเมื่อวันเวลาผ่านไปก็อาจจะใช้ได้ก็ได้ เราก็ไม่รู้"
      ผู้สื่อข่าวถามว่า สถานการณ์ในขณะนี้สมควรที่จะมีกฎหมายนิรโทษกรรมนี้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ตอบไม่ถูก ต้องให้ฝ่ายความมั่นคงเขาพิจารณาก่อน ตอนนี้ยังไม่มีใครส่งอะไรมาทั้งนั้น ถ้ามีการส่งมาเป็นเรื่องเป็นราวก็จะดู แต่ตอนนี้เป็นเพียงการยกขึ้นมาเท่านั้น ยังไม่ได้เป็นเรื่องเป็นราวอะไร
      เมื่อถามว่าควรจะมีการแก้ไขอะไรหรือไม่ในทางกฎหมาย นายวิษณุกล่าวว่า ตอบไม่ถูก ต้องดูรายละเอียดก่อน
    ขณะที่นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่ควรจะทำนานแล้ว แต่หากทำวันนี้ก็ยังไม่สาย เพราะทุกคนต่างก็สรุปบทเรียนและลดบทบาทของตัวเองลงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสีใดก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ
“การนิรโทษกรรมต้องนึกถึงคำพระพุทธเจ้าที่ว่า “เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร” ถ้าคิดนิรโทษกรรมแต่ยังมีเงื่อนไข จิตไม่อภัยจริงๆ การนิรโทษกรรมก็จะไม่เกิด ดังนั้นการนิรโทษกรรมต้องไม่มีความเหลื่อมล้ำ ไม่มีเลศนัย ต้องอภัยกันจริงๆ ซึ่งตนคิดว่าสังคมจำเป็นต้องอภัยกัน”
         นายสุทินกล่าวว่า รัฐบาลควรเป็นผู้ดำเนินการเรื่องนี้ เพราะทุกคนมองว่ารัฐบาลไม่จริงใจกับเรื่องนี้ เนื่องจากเข้าไปเป็นคู่กรณี หากรัฐบาลเป็นคนเริ่มและองค์กรอื่นรับและสนับสนุน เรื่องนิรโทษฯ ก็จะไปได้ ซึ่งฝ่ายค้านยินดีสนับสนุน ไม่ว่าจะเหลืองหรือแดง ก็ขอให้ลืมเรื่องที่ผ่านมา เพราะเราเป็นคนไทยด้วยกัน
    เมื่อถามว่า การออกกฎหมายนิรโทษกรรมครั้งนี้จะสุดซอยเลยหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า จะสุดซอยหรือกลางซอยก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาต้นเหตุของปัญหาว่ามากน้อยแค่ไหน ถ้าตนเห็นอยู่ที่กลางซอยก็จบที่กลางซอย แต่ถ้าต้นเหตุอยู่สุดซอยก็ต้องไปสุดซอย แต่วันนี้ยังไม่ได้สรุป ที่ผ่านมามีปัญหานิรโทษสุดซอยเพราะมีการเกี่ยวโยงไปเรื่องอื่น โดยใช้การนิรโทษสุดซอยเป็นสะพาน
นายพีระศักดิ์ พอจิต ส.ว. กล่าวว่า เห็นด้วยกับทุกเเนวทางที่ดำเนินการเพื่อหวังขจัดความขัดเเย้งในบ้านเมือง ต้องยอมรับความจริงว่าที่ผ่านมาและในขณะนี้ยังมีความขัดเเย้งอยู่จนทุกวันนี้ก็ยังปรองดองกันไม่ได้ ต้องถามว่าเราชอบอยู่ในสถานการณ์แบบนี้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาไม่ว่าจะมีการชุมนุมทางการเมือง มีการจลาจลกลางเมือง มีการรัฐประหาร หรือมีเลือกตั้งแล้วก็ตาม แต่บ้านเมืองก็ยังปรองดองกันไม่ได้ ซึ่งการนิรโทษกรรมอาจเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้ความขัดเเย้งลดลงก็ได้
    "คดีการเมืองควรจะมีการพิจารณานิรโทษกรรมให้ แต่ทว่าเมื่อมีการพูดเรื่องนิรโทษกรรม หลายคนอาจตั้งคำถามว่าการนิรโทษกรรมควรครอบคลุมถึงนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทั้งสองคนหรือไม่ ผมมองว่าวันนี้อย่าเพิ่งเริ่มเจาะจงที่ตัวบุคคล ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็วงเเตก ไม่ได้เริ่มพูดคุยหาทางออกให้ประเทศเดินหน้ากันเสียที ดังนั้นจะต้องตั้งหลักพูดคุยถึงขอบเขตว่าการนิรโทษควรครอบคลุมกลุ่มใด และช่วงเวลาใดเสียก่อนจะดีกว่า" นายพีระศักดิ์กล่าว
    นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า เป็นความเห็นของนายคำนูณ แต่ต้องมาดูว่ามีทางเลือกอื่นหรือไม่ที่ไม่ก่อให้เกิดปัญหาตามมาในอนาคต และดีกว่าการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพราะการออก พ.ร.บ.ดังกล่าว เหมือนกับเมื่อมีการกระทำผิดแล้วมานิรโทษกรรม ทำให้การเมืองไม่สงบ ควรมีทางอื่นหรือไม่ โดยไม่เสียหลักการทางกฎหมาย อาทิ การให้ผู้กระทำผิดต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วได้รับบทลงโทษไปสักระยะ ก่อนที่จะใช้วิธีพักโทษ ดูแล้วน่าจะเป็นวิธีเหมาะสมที่สุดในการแก้ปัญหา เพราะคนทำผิดจำเป็นต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย ดีกว่าที่จะไปนิรโทษกรรมอย่างเดียว เรื่องนี้คณะกรรมาธิการการเมือง วุฒิสภา ที่ตนเป็นประธาน จะนำประเด็นดังกล่าวไปหารือกันใน กมธ. เพื่อพิจารณาหาแนวทางที่เหมาะสมต่อไป
    ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดสืบพยานโจทก์นัดแรก คดีหมายเลขดำ อ.968/2561 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อายุ 71 ปี อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.), นายจตุพร พรหมพันธุ์ อายุ 54 ปี ประธาน นปช., นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อายุ 44 ปี เลขาธิการ นปช. กับพวกรวม 13 คน เป็นจำเลยที่ 1-13 กรณีกลุ่ม นปช.จัดการชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครั้งแรกเมื่อปี 2552
    ในความผิดฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาฯ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่อง ให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปฯ กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้าหรือผู้มีหน้าที่สั่งการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 และฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ที่ห้ามชุมนุมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ซึ่งจำเลยให้การปฏิเสธ
    โดยในวันนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการเบิกตัวนายวีระกานต์, นายณัฐวุฒิ, นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท และ นพ.เหวง โตจิราการ 4 แกนนำ นปช. ในชุดผู้ต้องขังและชุดขาวมาศาล หลังจากถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุกคดีปิดล้อมบ้านสี่เสาเทเวศร์ ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี สำหรับจำเลยที่มาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ประกอบด้วยนายณัฐวุฒิและนายวิภูแถลง ขณะที่นายวีระกานต์และ นพ.เหวงถูกเบิกตัวจากโรงพยาบาลราชทัณฑ์
นอกจากนี้ มีจำเลยอีก 2 คนถูกเบิกตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาศาล หลังก่อนหน้านี้อยู่เรือนจำพัทยามาก่อน คือ นายพายัพ ปั้นเกตุ และนายพงศ์พิเชษฐ์ หรือพิเชษฐ์ สุขจินดาทอง ซึ่งถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุกคดีล้มการประชุมอาเซียน ทั้งนี้ การสืบพยานโจทก์นัดแรกเสร็จสิ้นในช่วงเช้า ศาลนัดสืบพยานนัดต่อไปในวันที่ 16 ก.ค. เวลา 09.00 น.

 


เฮ้อ..... ปลงสังขารตัวเองน่ะครับ! เห็น "เด็กส้ม" ในเข่งธนาธรกับ "เด็กแดง" ในเข่งทักษิณ หลอมเป็น "ม็อบล้มเจ้า" เกิดผลิตภัณฑ์ "รุ่นใหม่ ๓ นิ้ว"

ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก
'นิมิตเมืองจากชาวเมือง'
"ฟางเส้นสุดท้ายของรัฐบาล"
'ปฐมสถาปนาล้มเจ้า'
'เผาหลอก-เผาจริง' ร่าง รธน.