ม็อบกลับคืนถนน กับ 2 ปมสำคัญที่ต้องติดตาม


เพิ่มเพื่อน    

      การเคลื่อนไหวของ สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย หรือ สนท. และ กลุ่มเยาวชนปลดแอก (Free YOUTH) ที่ร่วมกันจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมืองเมื่อวันเสาร์ที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา บริเวณถนนราชดำเนิน-อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

      บนข้อเรียกร้องหลัก 3 ข้อของกลุ่มเคลื่อนไหว คือ 1.หยุดคุกคามประชาชน 2.ประกาศยุบสภา และ  3.เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ โดยระบุว่าหากภายใน 2 สัปดาห์นับตั้งแต่นี้ ไม่มีการตอบรับใดๆ จากทางรัฐบาล กลุ่มผู้เคลื่อนไหวจะทำการยกระดับการชุมนุมต่อไป

      จะเห็นได้ว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าว เป็นการกลับมาอีกครั้งของการเคลื่อนไหวบนท้องถนน-นอกรัฐสภา ที่มีแกนนำกลุ่มนักศึกษาเป็นผู้ขับเคลื่อน หลังก่อนหน้านี้ปรากฏการณ์ แฟลชม็อบ ของนักศึกษาหลายสถาบันทั่วประเทศ เคยเขย่ารัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มาแล้วในช่วงหลังมีการยุบพรรคอนาคตใหม่ จนสร้างความหนักใจให้แกนนำรัฐบาลพอสมควร แต่บังเอิญมาเจอกับ วิกฤติไวรัสโควิด เลยทำให้การเคลื่อนไหวต้องยกเลิกไปโดยอัตโนมัติ

      ทว่าการกลับมารอบนี้ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะเป็นการออกมาในช่วงที่ยังคงมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และยังอยู่ในช่วงที่บุคลากรทางการแพทย์ยังคงเตือนให้คนไทยระวัง อย่าการ์ดตกในการเฝ้าระวังการแพร่เชื้อโควิด แต่กลุ่มแกนนำที่เคลื่อนไหวดังกล่าวก็ยังสามารถนัดชุมนุมการเมือง นำคนออกมาเขย่ารัฐบาลได้ในระดับหนึ่ง

      ในเชิงมิติทางการเมือง ทำให้หลังจากนี้เมื่อดูจากแนวทางการเคลื่อนไหว ที่แกนนำบอกว่าพร้อมจะกลับมาอีกครั้งหลังจากนี้ภายในสองสัปดาห์ข้างหน้า ที่ดูแล้วถึงยังไงข้อเรียกร้องต่างๆ ก็ไม่มีทางที่ รัฐบาลจะทำตาม เช่น การยุบสภา เมื่อเป็นเช่นนี้ หากกลุ่มที่เคลื่อนไหวยังไม่ล้มเลิกหรือโดนสกัดกั้น  แกนนำกลุ่มก็คงต้องหาทางกลับมารวมตัวกันอีก เพียงแต่จะกลับมาตอนไหนและจะเคลื่อนไหวอย่างไร

      เมื่อเป็นดังนี้ ในทางการเมืองสิ่งที่ต้องติดตาม จากการเคลื่อนไหวกลับมาทำการเมืองบนท้องถนนอีกครั้งของ สนท.-กลุ่มเยาวชนปลดแอก ก็จะมี 2 ปมสำคัญที่เชื่อมโยงกับการเคลื่อนไหวการเมืองบนท้องถนนดังกล่าว อันได้แก่

        1.การตัดสินใจของรับาลและ ศบค.ในการต่ออายุ-ไม่ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

      ที่คาดว่าภายในช่วงปลายสัปดาห์หน้าน่าจะมีความชัดเจนระดับหนึ่ง ว่ารัฐบาลและฝ่ายความมั่นคง จะตัดสินใจเรื่องนี้อย่างไร

      ยิ่งเมื่อการตัดสินใจดังกล่าว หากสุดท้ายมีการให้ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีกหลังครบกำหนด  31 ก.ค. ก็ย่อมทำให้ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย-ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล นำไปเป็นประเด็นโจมตีรัฐบาลได้ว่า ฉวยโอกาสต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อหวัง สกัด-เอาผิดกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมือง ทั้งที่จำนวนผู้ติดเชื้อภายในประเทศเป็นศูนย์มาหลายสัปดาห์แล้ว จึงไม่มีเหตุให้ต้องต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยแม้ต่อให้รัฐบาล จะอ้างเหตุสถานการณ์แพร่ระบาดโควิดยังไม่น่าวางใจจึงจำเป็นต้องต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ตาม

      อย่างไรก็ตาม เมื่อดูจากการนัดชุมนุมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา มองดูแล้วถึงมีการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็ยากที่จะสกัดไม่ให้กลุ่มผู้เคลื่อนไหวนัดชุมนุมได้ ยกเว้นโดนสกัดด้วย เงื่อนไขคดีความส่วนตัว จนเคลื่อนไหวไม่ได้ ดังนั้นหากรัฐบาล-ศบค.จะต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คงต้องหาเหตุผลที่มีน้ำหนักมากขึ้นกว่าเดิม มาอธิบายเหตุผลความจำเป็นที่จะต้องตัดสินใจต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีกหนึ่งเดือน

        2.ทำให้เรื่องการแก้ไขรัธรรมนูญกลับมาอยู่ในโหมดความสนใจทางการเมืองอีกครั้ง

      ที่ผ่านมา เรื่องการแก้ไข รธน.ได้ถูกดึงให้กลับมาอยู่ในกระบวนการของรัฐสภาผ่าน กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ที่มี พีระพันธุ์  สาลีรัฐวิภาค เป็นประธาน โดยก็มีความเห็นของ กมธ.จากหลายพรรคการเมือง แม้แต่จากพรรคฝ่ายค้านอย่าง "เพื่อไทย-ก้าวไกล" ที่สะท้อนความเห็นว่า ไม่ได้คาดหวังอะไรมากกับ กมธ.ชุดนี้ เพราะดูแล้ว คงไม่มีข้อสรุปอย่างที่ฝ่ายค้านต้องการให้มีการแก้ไข รธน.ใหม่ทั้งฉบับ อย่างมากอาจได้แค่เสนอให้แก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญบางเรื่องเท่านั้น ผนวกกับการพิจารณาก็มีความล่าช้า ยิ่งมาเจอตอนโควิดจนทำให้ กมธ.ต้องขยายเวลาการพิจารณาออกไปอีก 90 วัน นับจากวันที่ 25 มิ.ย. ซึ่งกว่าจะสรุปผลก็ปลายเดือนกันยายน และไม่มีอะไรบ่งชี้ได้ว่าฝ่าย กมธ.ซีกรัฐบาลจะเห็นด้วยกับการให้แก้ไข รธน.ใหม่ทั้งฉบับผ่านการตั้งสภาร่าง รธน. ยิ่งปัจจุบันคนเดือดร้อนจากวิกฤติเศรษฐกิจ จากผลโควิด เลยทำให้คนไม่สนใจเรื่องแก้ไข รธน.กันมากนักเพราะกลัวอดตายมากกว่า เลยทำให้การทำงานของ กมธ.เงียบไปโดยปริยาย

      แต่มาวันนี้เมื่อกระแสเคลื่อนไหวเรียกร้องให้แก้ไข รธน.กลับมาอีกรอบ ผ่านการกดดันนอกรัฐสภา  ที่คาดได้ว่าหากสถานการณ์สุกงอม คงมีอีกหลายกลุ่มการเมืองที่รอจังหวะอยู่เพื่อกดดันให้มีการแก้ไข รธน.ก็คงพร้อมออกมาผสมโรงด้วย ทำให้หลังจากนี้การทำงานของ กมธ.ชุดดังกล่าวของสภาคงกลับมาเป็นที่สนใจของประชาชนมากขึ้น

      ปมการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ กับความชัดเจนเรื่องการแก้ไข รธน.ของพรรคร่วมรัฐบาล จึงเป็นบริบทการเมืองที่ทำให้คนต้องติดตาม หลังการกลับมาของการเมืองบนท้องถนน ที่อาจจะเกิดขึ้นอีกหลายครั้ง. 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.